เคล็บลับการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพภูมิทัศน์: การถ่ายภาพสายฝน

ช่างภาพหลายคนไม่ค่อยชอบใจนักเมื่ออากาศไม่เป็นใจ คุณจะทำอะไรไม่ได้เลยและได้แต่นั่งรอ แต่ว่ามีอีกทางเลือกหนึ่งนะ นั่นคือสนุกกับมันเสีย เพราะภาพถ่ายที่ได้ก็เจ๋งไม่แพ้กับวันอากาศสดใสเลยทีเดียว

EOS 5D Mark III, เลนส์ EF24-70 มม. f/2.8L USM, f/8.0, 50 มม., 10 วินาที, ISO100 โดย Christopher A. Dominic

วันฝนตกอาจจะเปิดโอกาสให้เราได้่ถ่ายภาพที่สวยงามน่าประทับใจที่สุดก็ได้ เพราะนอกจากจะให้อารมณ์เศร้าหมองแล้ว ยังให้บรรยากาศของการครุ่นคิดและปลอบประโลมใจได้ด้วย ลองนึกถึงบรรยากาศในภาพยนตร์และฉากโรแมนติก ๆ สิ และต่อไปนี้คือวิธีสร้างภาพถ่ายที่เปี่ยมไปด้วยความหมายเหล่านี้

ไม่ต้องตัวเปียก ก็ถ่ายรูปได้

หากไม่ได้ถ่ายภาพของพายุเฮอร์ริเคนขนาดใหญ่ไปลงนิตยสาร National Geographic ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนตัวเปียกเพื่อไล่ตามสายฝนหรอก เมื่อเห็นฟ้าครึ้มมาแต่ไหล ก็ให้คุณจอดรถในที่ร่ม แล้วตั้งกล้องรอเวลาที่เหมาะสม ถ้าจะให้ดี ก็ควรถ่ายรูปในรถนั่นแหละ เหตุผลแรกคือ คุณจะได้ตัวแห้งและรู้สึกสบาย นอกจากนี้ คุณยังสามารถบังคับรถเพื่อหาจุดแวนเทจที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพได้ด้วย เคล็ดลับก็คือ คุณจะต้องจอดรถในทิศทางที่พายุฝนพัดมากระทบกระจกบานอื่น (บานด้านหลังคุณ) แทนที่จะเป็นกระจกที่คุณใช้ถ่ายภาพ วิธีนี้จะช่วยให้ทั้งคุณและอุปกรณ์แห้งอยู่ตลอดเวลา

EOS 5D Mark III, เลนส์ EF50 มม. f/1.4 USM, f/7.1, 50 มม., 1/500 วินาที, ISO100 โดย Makia Minich

หาอะไรคลุม

หากคุณต้องลงไปตากฝน ก็ควรหาอะไรปกป้องร่างกายและอุปกรณืเสียหน่อย ในตลาด มีเสื้อกันฝนสำหรับอุปกรณ์กล้องให้เลือกหลายแบบ แต่หากอยากลองเป็นนักประดิษฐ์ ก็สามารถใช้ถุงพลาสติกขนาดเหมาะ ๆ มาเจาะรูด้านหนึ่งให้สามารถส่องเลนส์เข้าไปได้ ส่วนอีกด้านหนึ่ง เว้นไว้เป็นช่องสำหรับจับกล้อง

หากคุณมีผู้ช่วย คุณสามารถวานให้เธอกางร่มเล็ก ๆ ให้คุณได้ หรือจะถือร่มด้วยมือซ้าย และจับกล้องด้วยมือด้วยกันก็ได้ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณตัวแห้งแล้ว ร่มยังทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบที่เหมาะกับภาพถ่ายอีกทางหนึ่ง กล่าวคือมันกลายเป็นองค์ประกอบภาพที่ช่วยเติมเต็มกรอบด้านบนของรูปถ่าย

ระดับความพร่ามัวของสายฝน

ความไวชัทเตอร์ที่คุณเลือกใช้จะกำหนดระดับความพร่ามัวของสายฝนในภาพถ่าย หากใช้ความไวชัทเตอร์น้อยลง สายฝนที่ตกลงมาก็จะดูพร่ามัวมากขึ้น ดังนั้น ยิ่งคุณใช้ความไวชัทเตอร์น้อยลงเท่าไหร่ สายฝนก็จะพร่ามันขึ้นเท่านั้น หลักการเดียวกันนี้ใช้ในทางกลับกันได้ด้วย แต่ควรจำไว้อย่างหนึ่งว่า หากใช้ความไวชัทเตอร์น้อยเกินไปก็อาจทำให้มองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของสายฝนเลย

ตั้งค่า ISO ของกล้องไว้ที่ 100 เลือกโหมดการวัดแสงแบบเมตริกซ์/แบบประเมิน จากนั้นให้โหมดปรับความไวชัทเตอร์ด้วยตัวเอง โดยปรับความไวชัทเตอร์ที่ 1/60 (เริ่มแรก) ค่อย ๆ ลดความไวชัทเตอร์ลงช้า ๆ เพื่อสำรวจระดับความพร่ามัวของสายฝนที่ต้องการ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าความไวชัทเตอร์ต่ำได้ในบทความนี้: การตั้งค่ากล้องเพื่อใช้ถ่ายภาพความเร็วชัตเตอร์ต่ำที่ยอดเยี่ยม

ดูข้อมูลเกี่ยวกับโหมดการวัดแสงแบบต่าง ๆ และผลกระทบต่อการถ่ายภาพของคุณได้ที่นี่ [บทที่ 16] โหมดการวัดแสง – แต่ละโหมดต่างกันยังไง

EOS 600D, เลนส์ EF70-300 มม. f/4-5.6 IS USM, f/9.0, 168 มม., 1/320 วินาที, ISO400 โดยLadyDragonflyCC

หัวใจสำคัญอยู่ที่ภาพสะท้อน

การถ่ายภาพสายฝนไม่จำเป็นว่าต้องเกี่ยวกับฝนเท่านั้น มองลงบนพื้น คุณอาจจะสังเกตเห็นรอยกระเพื่อมของน้ำ ภาพสะท้อนบนผิวน้ำสามารถสื่อถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของต้นไม้ ตัวคุณเอง หรือแม้แต่ถนนที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน

EOS 60D, เลนส์ EF-S17-55 มม. f/2.8 IS USM lens, f/11, 28 มม., 1/50 วินาที, ISO400 โดย Pank Seelen

ถ่ายภาพระยะใกล้

ความงามของภาพถ่ายระยะใกล้อยู่ที่รายละเอียดที่มองเห็นผ่านเลนส์มาโคร ถ่ายภาพระยะใกล้ของใบไม้หลังจากฝนตกไม่เพียงเผยให้เราเห็นหยดน้ำฝน แต่ยังสะท้อนความงดงามของสิ่งที่อยู่โดยรอบด้วย ในบางครั้ง คุณอาจพบแมลงตัวเล็ก ๆ ติดอยู่ในหยดน้ำ

ติดเลนส์มาโครEF100 มม. f/2.8 เข้ากับกล้อง <span style="line-height: 1.6em จัดตำแหน่งของเซ็นเซอร์เพนให้ขนานกับวัตถุเพื่อสร้างระยะชัดลึกให้มากที่สุด และปรับรูรับแสง (ค่า f) เท่ากับ f/11 เพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์ภาพที่คมชัด เพื่อป้องกันกล้องสั่น ให้ใช้ขาตั้งกล้องและสายลั่นชัทเตอร์ (หรือลั่นชัทเตอร์ผ่านแอป Canon EOS Connect)

EOS 7D, เลนส์ EF100 มม. f/2.8 Macro USM, f/2.8, 100 มม., 1/160 วินาที, ISO2500 โดย Guy Renard

ถ่ายภาพสายรุ้ง

เมื่อฝนหยุด อย่าพลาดถ่ายรูปสายรุ้งสวย ๆ เก็บไว้ ยามพระอาทิตย์ตกถึงระดับเส้นขอบฟ้าในตอนเย็น และเผยให้เห็นสายฝนและแสงอาทิตย์ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นรุ้งกินน้ำกัน ใช้โหมดการวัดแสงเฉลี่ยหนักกลางภาพและทำการวัดแสงเฉพาะจุดตรงสายรุ้ง เลือกฟิลเตอร์ PL ทรงกลม (ซึ่งจะเปลี่ยนการมองภาพของกล้องและประมวลผลแสงให้เป็นสีสันต่าง ๆ) เพื่อสร้างคอนทราสต์ในภาพมากขึ้น

EOS 70D, เลนส์ EF24-70 มม. f/2.8L II USM, f/16, 30 มม., 1/125 วินาที, ISO160 โดย Markus Trienke Markus Trienke

เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ:

  • ถ่ายภาพจากในรถ แต่ต้องดูทิศทางลมด้วย โดยให้ลมพักมาจากทิศทางตรงกันข้าม ใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อให้สามารถ่ายภาพมุมกว้างได้
  • ใช้ความไวชัทเตอร์ต่ำเพื่อให้สายฝนพร่ามัว.
  • ใช้เลนส์มาโครเพื่อจับภาพของหยดฝนบนใบไม้และกิ่งไม้.
  • หาอะไรปิดคลุมอุปกรณ์และดูแลให้แห้งอยู่เสมอ!

 

 

รับอัพเด ทล่าสุด ประกอบด้วยข่าว เคล็ดลับ และลูกเล่นต่างๆ โดยการลงชื่อสมัครเป็นสมาชิก!

 

 

 

ประวัติของผู้เขียน

Darren Wong

ทำงานเป็นนักเขียนในวันธรรมดาและเป็นช่างภาพสมัครเล่นในวันหยุด ซึ่งเขาชอบสองงานนี้มากพอ ๆ กับกาแฟดี ๆ ดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ภาพยนตร์ที่มีภาพสวย ๆ และการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ นอนกจากนี้ Darren ยังเชื่อว่าบทสนทนาดี ๆ เป็นแหล่งอาหารของนักเขียน และไม่มีอะไรดีกว่าน่าสนใจไปกว่าการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจกับคนอื่น ๆ หากต้องการดูผลงานอื่น ๆ ของ Darren กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์www.darrenwphotography.com

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.