ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 1] กล้อง Mirrorless ปรับโฉมใหม่เพื่อผู้ใช้ระดับโปร

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2015 Canon ประกาศเปิดตัวกล้องมิเรอร์เลสรุ่นใหม่ นั่นคือ EOS M3 ในบทความนี้ เราจะเริ่มทำความรู้จักกับคุณสมบัติต่างๆ ที่ผ่านการอัพเกรดให้ล้ำขึ้นอีกขั้น (เรื่องโดย: Ikuko Tsurumaki)

หน้า: 1 2 3

EVF และวงแหวนเลือกโหมดที่แม้แต่ผู้ใช้ SLR ยังให้ความสนใจ

เซนเซอร์ขนาด APS-C ในกล้องซึ่งสร้างความนิยมตั้งแต่รุ่น EOS M ได้รับการพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มจำนวนพิกเซลจาก 18 ล้านพิกเซลเป็น 24.2 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 6 ประมวลผลภาพจากเซนเซอร์ CMOS ด้วยความเร็วสูงเพื่อให้ผลภาพที่สวยงาม ภาพที่ได้มีลักษณะการเกลี่ยแสงที่ดีเยี่ยม มีคุณภาพสูงขึ้น และมีจุดรบกวนน้อยมากแม้ถ่ายด้วยความไวแสง ISO สูง แต่อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ ความไวของโฟกัสอัตโนมัติมากกว่า EOS M ประมาณ 6.1 เท่า เพราะใช้ระบบ Hybrid CMOS AF III

นอกเหนือจากสเปคกล้องแล้ว สิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดอาจเป็นรูปลักษณ์และความสามารถในการทำงานของกล้อง โดยที่บอดี้กล้อง EOS M นั้นมีรูปลักษณ์ที่เรียบๆ แต่ EOS M3 มาพร้อมกับบอดี้ที่มีกริปเพิ่มการจับถือที่กระชับ นอกจากนี้ ด้วยวงแหวนควบคุมทั้ง 3 ด้านบนสุด ได้แก่ วงแหวนเลือกโหมด ล้อปรับค่ารูรับแสง และล้อควบคุมหลักรอบปุ่มชัตเตอร์ กล้อง EOS M3 จึงมอบสัมผัสการถ่ายภาพและการทำงานของกล้องที่สมจริงกว่าที่เคย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแฟลชเสริมติดกล้อง EOS M3 อีกด้วย แต่คุณก็ยังสามารถติดตั้งแฟลชบนฐานเสียบแฟลชได้ ทั้งยังมีหน้าจอ LCD ด้านหลังแบบปรับขึ้นลงได้ที่สามารถปรับลงถึงประมาณ 45 องศาและปรับขึ้นถึง 180 องศา ทำให้การถ่ายภาพในมุมต่างๆ ง่ายขึ้น เช่น ภาพมุมสูงหรือมุมต่ำ และภาพเซลฟี่

การออกแบบใหม่ล่าสุดที่เพิ่มกริปเข้ามาด้วย

เพิ่มปุ่มวงแหวนต่างๆ ที่ส่วนบนสุดของบอดี้กล้อง

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นที่ผู้ใช้ SLR รอคอยคือ ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF ขายแยก) เมื่อต่อเข้ากับช่องมองภาพ คุณจะสามารถมองผ่านช่องมองภาพและถ่ายภาพได้ด้วยวิธีเดียวกันกับกล้อง SLR กล้องมีน้ำหนักและกริปที่กระชับมือดี เพราะความกะทัดรัดและน้ำหนักเบาที่ให้คุณเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพจริงๆ ได้ง่ายๆ กล้อง EOS M3 จึงสร้างความพึงพอใจไม่ใช่แค่กับผู้ใช้ระดับเริ่มต้นเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ผู้ใช้กล้อง SLR ด้วย

ความไวในการโฟกัสอัตโนมัติที่เร็วขึ้นถึง 6.1 เท่า ด้วยการใช้ระบบ Hybrid CMOS AF III

มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญหลายอย่างจาก EOS M ถึง EOS M3 ในความเป็นจริง ควรมองว่ากล้องสองรุ่นนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในบรรดาคุณสมบัติต่างๆ คือ ระบบโฟกัสอัตโนมัติความเร็วสูง ก่อนนี้ การโฟกัสอัตโนมัติถือเป็นจุดอ่อนของกล้อง EOS M แต่เมื่อนำระบบ Hybrid CMOS AF III มาใช้ ความไวในการโฟกัสอัตโนมัติก็เพิ่มขึ้นประมาณ 6.1 เท่าเมื่อเทียบกับกล้อง EOS M ระบบ Hybrid CMOS เป็นการผสมผสาน Phase-difference AF และ Contrast AF เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ระบบโฟกัสที่มีความเร็วและความแม่นยำสูง ระบบ Hybrid CMOS AF ถูกนำมาใช้กับกล้อง EOS M และพัฒนาเป็น Hybrid CMOS AF III สำหรับกล้อง EOS M3 นอกจากนี้ จำนวนจุด AF สูงสุดของกล้อง EOS M3 ยังเพิ่มขึ้นเป็น 49 จุด ครอบคลุมพื้นที่ถ่ายภาพประมาณ 80% (แนวตั้ง) x 70% (แนวนอน) จึงช่วยให้ Hybrid CMOS AF III แสดงศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความไวในการโฟกัสอัตโนมัติที่สูงขึ้นช่วยขยายขอบเขตในการถ่ายทอดภาพ และด้วยความสามารถในการถ่ายภาพในจังหวะที่เหมาะสมที่ดียิ่งขึ้น จึงใช้งานได้แบบเดียวกับกล้อง SLR ในภาพทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสแนป ภาพกีฬา และภาพพอร์ตเทรต และเมื่อใช้ EVF (ขายแยก) รูปแบบการถ่ายภาพของคุณก็จะใกล้เคียงกับกล้อง SLR มากยิ่งขึ้น

เซนเซอร์ CMOS 22.3×14.9 มม. ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล

เซนเซอร์ CMOS ใหม่ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล

เซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ในกล้อง EOS M3 จุดรบกวนลดลงเหลือเพียงแค่ระดับต่ำ เพราะทำงานผสานกับระบบประมวลผลภาพ DIGIC 6

A: แนวนอน

Hybrid CMOS AF III

วิธีการโฟกัสที่ผสานระหว่าง Phase-difference AF และ Contrast AF เทียบกับระบบ Hybrid CMOS AF II ความไวในการโฟกัสเมื่อการถ่ายภาพแบบ Live View สูงขึ้น และการติดตามตัวแบบในโหมด Movie Servo AF ก็ทำงานอย่างราบรื่น

ภาพแผนผังการทำงานของระบบ Hybrid CMOS AF III เนื่องจากใช้เซนเซอร์สำหรับการตรวจจับในแนวตั้ง ความแม่นยำของการโฟกัสแบบ Phase-difference จึงเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มความหนาแน่นของแนวนอน

Phase-difference AF ให้ความแม่นยำดีขึ้นในระบบ Hybrid CMOS AF III ซึ่งมีความหนาแน่นของเซนเซอร์ตรวจจับระยะในแนวนอนสูงกว่า ในบางสภาวะ การใช้งานร่วมกับ Contrast AF ไม่สำคัญนัก และกล้องสามารถทำการโฟกัสได้ด้วย Phase-difference เพียงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ความไวในการโฟกัสสูงขึ้นเมื่อถ่ายภาพแบบ Live View และ Movie Servo AF ราบรื่นขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ความไวในการโฟกัสยังได้รับการกระตุ้นขึ้นอีกด้วยการพัฒนาความสามารถในการประมวลผลความเร็วสูงของ DIGIC 6 ไม่ว่าจะเป็นตัวแบบเคลื่อนไหวหรือสตรีทสแนป ฉันก็พอใจที่กล้อง EOS M3 สามารถถ่ายภาพในจังหวะที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้

ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 6 ซึ่งประมวลผลข้อมูลที่ถ่ายด้วยเซนเซอร์ CMOS ด้วยความเร็วสูง ช่วยลดระดับจุดรบกวนในภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสง ISO สูงเพื่อให้ภาพสวยพร้อมการเกลี่ยแสงที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น เปรียบเทียบกับกล้อง EOS M แล้ว ช่วงความไวแสง ISO ยังเหมือนเดิม และแม้ความเร็วสูงสุดในการถ่ายภาพต่อเนื่องจะลดลงเล็กน้อย การถ่ายทอดภาพของ EOS M3 เทียบได้กับกล้อง SLR จึงใช้เป็นกล้องสำรองจาก EOS SLR ได้

ความไวของ AF เพิ่มขึ้นเป็น 6.1 เท่า

ความไวในการโฟกัสอัตโนมัติเร็วขึ้นสูงสุดประมาณ 6.1 เท่าจาก EOS M ความแม่นยำของ Phase-difference AF ก็สูงขึ้นเพราะเซนเซอร์พิกเซลตรวจจับแบบ Phase-difference ในแนวนอนมีความหนาแน่นสูง ในบางสภาวะ กล้องสามารถทำการโฟกัสได้ด้วย Phase-difference เพียงอย่างเดียวโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Contrast AF

A: ตำแหน่งเริ่มต้นการโฟกัสอัตโนมัติ

B: จุดโฟกัส

C: Hybrid CMOS AF III

D: Hybrid CMOS AF II

ภาพแผนผังการจับโฟกัส เป็นเรื่องยากสำหรับระบบ Hybrid CMOS AF II ที่จะจับโฟกัสด้วย Phase-difference เพียงอย่างเดียว เมื่อระบบใหม่นี้สำเร็จ ก็ทำให้การโฟกัสความเร็วสูงเป็นไปได้

――Phase-difference AF ――Contrast AF

★1 สามารถโฟกัสโดยใช้เฉพาะ Phase-difference AF ได้
(* ใช้ร่วมกับ Contrast AF ตามสภาพการถ่ายและเลนส์ที่ใช้)

★2 การควบคุม Contrast AF มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“HDR” ซึ่งเป็นตัวเลือกใหม่เพิ่มเข้ามาในรายการเอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์สร้างสรรค์ ขณะที่โหมดการถ่ายภาพ “Creative Assist” ก็เป็นฟังก์ชั่นที่น่าสนใจทีเดียว ศัพท์เทคนิคด้านการถ่ายภาพถูกแทนที่ด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่าย เช่น จากคำว่า “รูรับแสง” เป็น “เบลอ-คมชัด” จาก “การชดเชยแสง” เป็น “มืดลง-สว่างขึ้น” และจาก “สมดุลแสงขาว” เป็น “โทนเย็น-โทนอุ่น” คุณสามารถถ่ายภาพให้ได้อย่างใจต้องการง่ายๆ เพียงเลื่อนแถบเพื่อแก้ไขพารามิเตอร์ ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้ควบคุมเอฟเฟ็กต์โบเก้และสีได้ตามความต้องการของเรา
เมื่อเปิดดูภาพที่ถ่ายด้วยโหมดนี้ คุณสามารถปรับหน้าจอให้แสดงค่ารูรับแสงและสมดุลแสงขาวที่ใช้ อันจะช่วยพัฒนาทักษะการถ่ายภาพของคุณด้วยเช่นกัน

หลายคนอาจจดจำว่ากล้อง Mirrorless ใช้งานได้ในโอกาสทั่วไปมากกว่ากล้อง SLR อย่างไรก็ตาม ด้วยกล้อง EOS M3 คุณไม่เพียงแค่เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพทั่วๆ ไปเท่านั้น เพราะกล้องตัวนี้มีศักยภาพที่จะมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่สมจริงด้วยความละเอียดสูงและความไวในการโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วให้คุณได้ด้วย

หน้า: 1 2 3

EOS M3
EOS M

เซนเซอร์ภาพ: เซนเซอร์ CMOS ที่มีความละเอียดประมาณ 24.2 ล้านพิกเซล

เซนเซอร์ภาพ: เซนเซอร์ CMOS ที่มีความละเอียดประมาณ 18 ล้านพิกเซล

ขนาดเซนเซอร์ภาพ: 22.3 x 14.9 มม. (APS-C)

ขนาดเซนเซอร์ภาพ: 22.3 x 14.9 มม. (APS-C)

วิธีโฟกัสอัตโนมัติ: Hybrid CMOS AF III (FlexiZone – จุดเดียว, การติดตามใบหน้า)

วิธีโฟกัสอัตโนมัติ: Hybrid CMOS AF (FlexiZone - จุดเดียว, การติดตามใบหน้า, FlexiZone – หลายจุด)

จำนวนจุด AF: 49

จำนวนจุด AF: 31

โหมดการควบคุมระดับแสง: Program AE (ได้แก่ ฉากอัตโนมัติอัจฉริยะ, บุคคล, วิว, ระยะใกล้, กีฬา, อาหาร, ถ่ายกลางคืนแบบมือถือ, โปรแกรม), Shutter-priority AE, Aperture-priority AE, Manual Exposure

โหมดการควบคุมระดับแสง: ฉากอัตโนมัติอัจฉริยะ, โหมด Creative Zone (ได้แก่ Manual Exposure, Aperture-priority AE, Shutter-priority AE, Program AE), โหมด Basic Zone (ได้แก่ อัตโนมัติแบบสร้างสรรค์, บุคคล, วิว, ระยะใกล้, กีฬา, บุคคลกลางคืน, ถ่ายกลางคืนแบบมือถือ, ควบคุมแสงพื้นหลัง HDR)

เอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์สร้างสรรค์: ภาพเกรนแบบขาวดำ, ซอฟต์โฟกัส, เอฟเฟ็กต์เลนส์ตาปลา, เอฟเฟ็กต์ศิลปะคมเข้ม, เอฟเฟ็กต์ภาพสีน้ำ, เอฟเฟ็กต์กล้องของเล่น, เอฟเฟ็กต์ย่อส่วน, HDR

เอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์สร้างสรรค์: ภาพเกรนแบบขาวดำ, ซอฟต์โฟกัส, เอฟเฟ็กต์เลนส์ตาปลา, เอฟเฟ็กต์ศิลปะคมเข้ม, เอฟเฟ็กต์ภาพสีน้ำ, เอฟเฟ็กต์กล้องของเล่น, เอฟเฟ็กต์ย่อส่วน

Creative Assist: มี

Creative Assist: ไม่มี

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง: สูงสุดประมาณ 4.2 ภาพ/วินาที

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง: สูงสุดประมาณ 4.3 ภาพ/วินาที

จอภาพ LCD ด้านหลัง: จอภาพสี TFT LCD แบบปรับเอียงขึ้นลงได้ขนาด 3 นิ้ว/จำนวนจุดประมาณ 1.04 ล้านจุด

จอภาพ LCD ด้านหลัง: จอภาพสี TFT LCD แบบปรับเอียงขึ้นลงได้ขนาด 3 นิ้ว/จำนวนจุดประมาณ 1.04 ล้านจุด

ขอบเขตไวแสง ISO: ISO 100 ถึง 12800 (ขยายได้ถึง ISO 25600)

ขอบเขตไวแสง ISO: ISO 100 ถึง 12800 (ขยายได้ถึง ISO 25600)

แฟลช: มีฐานเสียบแฟลชและแฟลชติดกล้อง

แฟลช: มีฐานเสียบแฟลชและแฟลชติดกล้อง

NFC: มี

NFC: ไม่มี

แบตเตอรี่: ชุดแบตเตอรี่ LP-E17 (DC7.2V/1,040mAh)

แบตเตอรี่: ชุดแบตเตอรี่ LP-E12 (DC7.2V/875mAh)

ขนาด: ประมาณ 110.9 (ก) x 68.0 (ส) x 49.4 (ล) มม.

ขนาด: ประมาณ 108.6 (ก) x 66.5 (ส) x 32.3 (ล) มม.

น้ำหนัก: ประมาณ 366 กรัม (รวมชุดแบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำ)

ประมาณ 298 กรัม (รวมชุดแบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำ)

* คำที่พิมพ์เป็นสีแดงหมายถึงเป็นสเปคที่เหนือกว

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.