ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 1] การปฏิวัติแบบก้าวกระโดดในการถ่ายภาพ Live View ด้วย Dual Pixel CMOS AF จากกล้อง EOS 70D

ในช่วงฤดูร้อนปี 2013 กล้อง DSLR รุ่นใหม่เผยโฉมซึ่งบ่งบอกนิยามใหม่แห่งการโฟกัสอัตโนมัติผ่าน Live View เนื้อหาด้านล่างนี้เป็นข้อมูลแนะนำกล้อง EOS 70D ใหม่ รุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยีระบบโฟกัสอัตโนมัติอันล้ำสมัย ใน [ตอนที่ 1] เราจะมาดูกลไกของ Dual Pixel CMOS AF และประโยชน์ของระบบนี้กัน (เรื่องโดย: Ryosuke Takahashi)

หน้า: 1 2

การปรากฏตัวของกล้อง EOS 70D ที่สร้างเซอร์ไพรซ์

กล้อง EOS 70D พัฒนาใหม่ล่าสุดเผยโฉมสู่ตลาดด้วยระยะเวลาประมาณ 3 ปีเศษหลังการเปิดตัวกล้อง EOS 60D ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ใช้หลากหลายกลุ่มตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงมือโปร กล้อง EOS รุ่นเลขสองหลักซึ่งมี EOS 70D เป็นตัวแทนจึงจัดว่าอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและสร้างประวัติศาสตร์แก่วงการกล้อง Digital SLR ของ Canon นับตั้งแต่เปิดตัวกล้อง EOS D30 เมื่อปี 2000 กล้องระดับนี้ได้นำเอานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้อย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม ในเวลาไม่กี่ปีมานี้ กล้อง EOS รุ่นเลขสามหลักก็มีการพัฒนาต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ จึงได้รับความนิยมสูงขึ้นไล่ตามรุ่นเลขสองหลักมาติดๆ เพื่อเร่งแซงเงาความนิยมที่กำลังตามมาใกล้นี้ จึงมิการริเริ่มพัฒนา EOS 70D ขึ้นด้วยความมุ่งหมายที่จะพลิกชื่อเสียงของกล้อง EOS รุ่นเลขสองหลักที่โดดเด่นในเรื่องความคล่องตัวและคุณภาพระดับมืออาชีพให้กลับมาอีกครั้ง

นอกเหนือจากประสิทธิภาพการถ่ายภาพที่เพิ่มขึ้นจากการผสานคุณสมบัติเหนือระดับของกล้องรุ่นสูงๆ เอาไว้แล้ว กล้อง EOS 70D ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการโฟกัสอัตโนมัติขั้นสูงอีกด้วย การนำ "Dual Pixel CMOS AF" มาใช้จะเปลี่ยนแนวความคิดของคนทั่วไปเกี่ยวกับการถ่ายภาพโฟกัสอัตโนมัติโดยใช้ฟังก์ชั่น Live View เช่นเดียวกับผลตอบรับที่เกิดขึ้นเมื่อ Canon เปิดตัวเซนเซอร์ CMOS ในกล้อง DSLR เป็นครั้งแรก เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ก็จะดึงดูดความสนใจได้อย่างมาก ไม่เฉพาะผู้สนใจงานถ่ายภาพ แต่รวมไปถึงผู้ที่ชื่นชอบกล้องด้วย การพัฒนาฟังก์ชั่น Live View AF นับเป็นความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้การใช้งานฟังก์ชั่นการถ่ายภาพต่างๆ บนกล้อง EOS 70D สะดวกง่ายดายขึ้น

 

 

EOS 70D

 

EOS 60D

จำนวนพิกเซล ประมาณ 20.2 ล้านพิกเซล ประมาณ 18.0 ล้านพิกเซล
ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 5+ DIGIC 4
พื้นที่ครอบคลุมของช่องมองภาพ ประมาณ 98% ประมาณ 96%
กำลังขยายของช่องมองภาพ ประมาณ 0.95 เท่า ประมาณ 0.95 เท่า
จำนวนจุด AF ในช่องมองภาพ 19 (แบบบวกทั้งหมด) 9 (แบบบวกทั้งหมด)
โหมดเลือกพื้นที่ AF AF จุดเดียว (เลือกด้วยตนเอง), AF บางโซน (เลือกโซนด้วยตนเอง), AF แบบเลือก 19 จุดอัตโนมัติ AF จุดเดียว (เลือกด้วยตนเอง), AF แบบเลือก 9 จุดอัตโนมัติ
Live View AF ระบบ Dual Pixel CMOS AF, ระบบ Contrast-detection AF (ฟังก์ชั่นตรวจจับและติดตามใบหน้า, Flexi Zone- หลายจุด, FlexiZone-จุดเดียว), ฟังก์ชั่นตรวจจับแบบ Phase-difference ด้วยเซนเซอร์ AF เฉพาะ (โหมดทันใจ), แมนนวลโฟกัส โหมดมองสด, ตรวจจับใบหน้า โหมดมองสด , โหมดทันใจ, แมนนวลโฟกัส
ความไวแสง ISO ISO 100 ถึง 12800 (ขยายได้ถึง ISO 25600) ISO 100 ถึง 6400 (ขยายได้ถึง ISO 12800)
ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง สูงถึงประมาณ 7 ภาพต่อวินาที สูงถึงประมาณ 5.3 ภาพต่อวินาที
ขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) ประมาณ 139 x 104.3 x 78.5 มม. ประมาณ 144.5 x 105.8 x 78.6 มม.
น้ำหนัก (ตามแนวทางของ CIPA) ประมาณ 755 กรัม ประมาณ 755 กรัม
  คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดสเปคกล้อง คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดสเปคกล้อง
 
 

ก้าวสู่ยุคใหม่ของการถ่ายภาพ Live View ด้วย Dual Pixel CMOS AF

แทบไม่ต่างจากการถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพ ในการถ่ายแบบ Dual Pixel CMOS AF กล้องสามารถทำการโฟกัสด้วยระบบ Phase-difference AF ระหว่างที่ถ่ายภาพ Live View ได้ ความแตกต่างที่สำคัญเมื่อเทียบกับการโฟกัสอัตโนมัติที่ใช้ความเปรียบต่าง ซึ่งเป็นวิธีการโฟกัสอัตโนมัติสำหรับการถ่ายภาพ Live View ที่มีอยู่ในกล้องมากมายหลายรุ่น นั่นคือ Dual Pixel CMOS AF สามารถจับตำแหน่งของวัตถุตัวแบบได้อย่างแม่นยำตั้งแต่เริ่มโฟกัส

กลไกการทำงานของ Dual Pixel CMOS AF ระหว่างการโฟกัสอัตโนมัติ

1. มีการคำนวณความแตกต่างระหว่างสัญญาณต่างๆ (ปริมาณความเบลอของภาพ) ภายในจุด AF เพื่อใช้ขับเคลื่อนเลนส์โดยใช้ปริมาณที่เหมาะสม

เส้นสีน้ำเงิน และ เส้นสีแดง: สัญญาณโฟโตไดโอด

โฟโตไดโอดหนึ่งในสองตัวซึ่งอยู่ในทุกๆ พิกเซลของเซนเซอร์ภาพจะทำการเก็บข้อมูลจากตัวแบบ โดยจะคำนวณระยะห่างจากวัตถุตัวแบบและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเลนส์ ตามความแตกต่างของสัญญาณที่รับจากโฟโตไอโอดทั้งสอง หรือกล่าวได้ว่า เป้าหมายของภาพถูกกำหนดอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มทำการโฟกัส

 

2. การขับเคลื่อนเลนส์

เลนส์โฟกัสจะถูกขับเคลื่อนให้ทำการโฟกัสโดยใช้ข้อมูลที่ตรวจจับได้ จากนั้น กล้องจะเลื่อนเลนส์โฟกัสไปยังจุดโฟกัสโดยไม่ต้องค้นหาเมื่อเริ่มโฟกัส ทำให้จับโฟกัสได้รวดเร็วขึ้น เหมือนกับการโฟกัสอัตโนมัติโดยใช้ความเปรียบต่าง (Contrast AF)

 

3. การถ่ายภาพด้วยระบบนี้ทำให้ได้โฟกัสที่คมชัดทันที ต่างจากการใช้ Contrast AF แบบเดิม

ขณะที่การโฟกัสแบบ Hybrid CMOS AF เปลี่ยนเป็น Contrast AF โดยอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ระนาบโฟกัส แต่สำหรับ Dual Pixel CMOS AF นั้นจะทำการโฟกัสเสร็จสมบูรณ์ด้วยระบบ Phase-difference AF เพียงอย่างเดียว ซึ่งทำให้ถ่ายภาพ Live View AF ได้ด้วยวิธีเดียวกันกับการถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพ

คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอแนะนำการทำงาน

 

เนื่องจาก Contrast AF จะจับโฟกัสโดยการค้นหาจุดที่มีความเปรียบต่างมากที่สุดบนพื้นที่สร้างภาพ ความเร็วในการโฟกัสจึงมีแนวโน้มที่จะลดลงพอสมควรในช่วงการโฟกัสสุดท้าย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีฉากหลายรูปแบบที่ระบบนี้ไม่สามารถจับโฟกัสได้ ตรงกันข้าม ระบบ Phase-difference AF จะกำหนดตำแหน่งหยุดกลุ่มเลนส์โฟกัสตั้งแต่เริ่มทำการโฟกัส ดังนั้นความเร็วในการโฟกัสจึงไม่ลดลงเมื่อเข้าใกล้ระนาบโฟกัส

การเปรียบเทียบความเร็วในการโฟกัสอัตโนมัติ (แผนภูมิจำลอง)

Phase-difference AF ขณะถ่ายผ่านช่องมองภาพ (สีแดง)

Dual Pixel CMOS AF (สีน้ำเงิน)

สามารถทำการโฟกัสได้โดยใช้เพียงระบบ Phase-difference AF บนพื้นที่สร้างภาพ

Hybrid CMOS AF (สีเขียว)

ระบบ Phase-difference AF บนพื้นที่สร้างภาพ + Contrast AF

ขณะที่ Dual Pixel CMOS AF จะไม่สลับไปยัง Contrast AF เมื่อเข้าใกล้ระนาบโฟกัส จึงทำการโฟกัสได้รวดเร็วกว่าถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับระบบ Hybrid CMOS AF (ตามข้อมูลของ Canon) จากกราฟข้างต้น เลนส์โฟกัสเลื่อนไปยังเป้าหมายในทิศทางที่แทบจะเป็นเส้นตรง

 

โฟโตไดโอดสองตัววางอยู่ในพิกเซลแต่ละพิกเซลในเซนเซอร์ระบบ Dual Pixel CMOS AF หรือกล่าวได้ว่า ระบบ Phase-difference AF สามารถทำการโฟกัสได้ด้วยทุกๆ พิกเซลในช่วงการโฟกัสอัตโนมัติ ซึ่งทำหน้าที่เสมือน ‘ดวงตา’ ในขณะเดียวกัน โฟโตไดโอดทั้งสองก็ทำหน้าที่ของเซนเซอร์ภาพไปด้วย ระหว่างที่สร้างภาพถ่าย โฟโตไดโอดสองตัวจะทำงานร่วมกันในการถอดสัญญาณภาพเพื่อให้โปรเซสเซอร์ภาพผลิตข้อมูลภาพ Dual Pixel CMOS AF เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการทำงานที่ยอดเยี่ยม อาทิ เรื่องความเร็วในการโฟกัสอัตโนมัติ กุญแจสำคัญของระบบนี้อยู่ที่โครงสร้างของเซนเซอร์ภาพ ซึ่งเป็นจุดที่โฟโตไดโอดสามารถทำได้ทั้งการโฟกัสและสร้างภาพถ่าย สิ่งนี้ทำให้ทุกๆ พิกเซลบนเซนเซอร์ภาพมีคุณสมบัติในการโฟกัสอัตโนมัติได้

เซนเซอร์ CMOS ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่

พื้นที่สร้างภาพถ่าย (สีแดง)
พิกเซลต่างๆ ประกอบด้วยฟังก์ชั่นของ Phase-diference AF และการสร้างภาพถ่ายในเซนเซอร์ CMOS ทั้งหมด

พื้นที่ที่ใช้งานได้ของ Dual Pixel CMOS AF (สีน้ำเงิน)
ระบบ Phase-difference AF ทำการโฟกัสได้ในพื้นที่ประมาณ 80% (แนวนอน) x 80% (แนวตั้ง) ของพื้นที่สำหรับสร้างภาพถ่าย

 

แต่ละพิกเซลบนเซนเซอร์ CMOS ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ประกอบด้วยโฟโตไดโอดสองตัว มีความละเอียดประมาณ 20.2 ล้านพิกเซล สามารถทำการโฟกัสแบบ Phase-difference ในพื้นที่สร้างภาพถ่ายประมาณ 80% (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน) ต่างจาก Hybrid CMOS AF เพราะโฟโตไดโอดวางอยู่ใกล้กัน ทำให้โฟกัสได้แม่นยำขึ้น

 

เนื่องจาก Dual Pixel CMOS AF ทำงานตามหลักการเดียวกันกับระบบ Phase-difference AF จึงรองรับการถ่ายภาพโฟกัสอัตโนมัติจากเลนส์ทั้งหมด 103 รุ่น* ในซีรีย์ EF ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกันได้กับชุดสั่งงานระบบขับเคลื่อนเลนส์โฟกัส รวมถึง STM (Stepping Motor), DC Motor, Ring USM และ Micro USM โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับเลนส์ที่ต้องขับเคลื่อนชิ้นส่วนเลนส์ที่ใหญ่และหนักเพื่อทำการโฟกัส อย่างเช่น เลนส์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เหมาะกับ Contrast AF เพราะวิธีโฟกัสแบบนี้จะต้องเลื่อนชิ้นเลนส์เข้าและออกในช่วงสุดท้ายของการโฟกัส เนื่องจากเลนส์ในซีรีย์ EF ทั้งหมดออกแบบมาสำหรับการโฟกัสแบบ Phase-difference AF จึงควรขับเคลื่อนชิ้นเลนส์ด้วยวิธีการเดียวกันเท่านั้น โดยสรุป Dual Pixel CMOS AF อาจเทียบได้กับถนนไฮเวย์ที่ช่วยให้การเคลื่อนที่ของเลนส์ EF ขณะถ่ายภาพแบบ Live View เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

* ข้อมูลเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2013 จำนวนดังกล่าวนับรวมเลนส์รุ่นก่อนหน้าทั้งหมดรวมถึงเลนส์ที่มีจำหน่ายเฉพาะในบางพื้นที่

Ryosuke Takahashi

 

เกิดที่จังหวัดไอชิเมื่อปี 1960 Takahashi เริ่มทำงานอิสระในปี 1987 หลังจากทำงานในสตูดิโอภาพโฆษณาและสำนักพิมพ์ และเนื่องจากรับถ่ายภาพให้กับนิตยสารชื่อดัง เขาจึงได้เดินทางจากที่อยู่ประจำ คือ ญี่ปุ่นและจีน ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.