ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 1] ความลับของดีไซน์บอดี้กล้องที่เรียบง่าย

ด้วยความมุ่งมั่นให้ได้การใช้งานที่ง่ายยิ่งกว่าเดิม EOS M10 จึงนำแนวคิดที่แตกต่างจากกล้อง EOS M3 ที่มีระดับสูงกว่าโดยสิ้นเชิงมาใช้ในการพัฒนากล้องรุ่นนี้ ในตอนแรกของบทความชุดนี้จะเผยเรื่องราวเกี่ยวกับโมเดลกล้องรุ่นใหม่ ผมได้สัมภาษณ์นักพัฒนาเพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับหน้ากากกล้องที่เต็มไปด้วยสีสัน รวมถึงความลับเบื้องหลังดีไซน์บอดี้ที่เรียบง่าย (บรรณาธิการโดย: Camera Biyori, ภาพโดย: Toru Matsushima) * บอดี้กล้องสีเทาที่ใช้ในภาพถ่ายไม่มีจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หน้า: 1 2

ผู้ให้สัมภาษณ์ (จากซ้ายไปขวา)

Tatsuya Yamada (ฝ่ายวางแผน)

ชื่นชอบเกาะและทะเล และการถ่ายภาพใต้น้ำ ใช้กล้อง PowerShot G16 และ PowerShot G7X

Hisakazu Hazama (ฝ่ายออกแบบ)

ออกทริปถ่ายภาพกับลูกสาวเป็นครั้งคราว ใช้กล้อง EOS 40D ภาพถ่ายของเขามักจะมีหลานชายเป็นตัวแบบหลัก

Kazuto Ariga (หัวหน้าฝ่ายออกแบบ)

ชื่นชอบกล้อง กล้องตัวโปรด ได้แก่ EOS M3 ซึ่งเขาเป็นผู้ออกแบบเช่นเดียวกับ EOS M10

Shogo Yamaguchi (ฝ่ายวางแผน)

มักถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่พบระหว่างเดินทาง กล้องตัวโปรดคือ EOS 70D และ EOS M3

Naoki Hirota (ฝ่ายการออกแบบ)

กล้องตัวโปรด: EOS 5D Mark III ชอบถ่ายภาพวิวตึกรามบ้านช่องและท้องถนนตอนกลางคืนในบริเวณที่พัก

Masahiro Takayama (ฝ่ายการออกแบบ)

กำลังวางแผนซื้อกล้อง EOS M10 ตัวแบบที่ชอบถ่ายคือสุนัขดัชชุนตัวเล็ก สัตว์เลี้ยงของเขาเอง

กล้อง EOS M10 เป็นกล้องสำหรับผู้เริ่มใช้งานในซีรีส์ EOS M

- ทีมบรรณาธิการของเราตอนนี้ใช้ EOS M3 ซึ่งเป็นตัวโปรดของพวกเขาเหมือนกัน เพราะมีคุณสมบัติที่ใช้งานง่าย เช่น แป้นหมุนและจอภาพ LCD ปรับหมุนได้ เมื่อเทียบกับ EOS M3 แล้ว กล้อง EOS M10 มีรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายกว่า และมีความสดใสเพราะมีสีให้เลือกหลายสี

Tatsuya Yamada (ฝ่ายวางแผนงานกล้อง) ขอบคุณครับ จากการตอบรับของตลาดหลังเปิดตัวกล้องซีรีส์ EOS M ออกมา เราจึงตัดสินใจแบ่งผลิตภัณฑ์ในซีรีส์นี้เป็นสองสาย สายหนึ่งสำหรับช่างภาพมือสมัครเล่นที่มีความเชี่ยวชาญกว่า และอีกสายสำหรับผู้เริ่มใช้งาน ขณะที่กล้อง EOS M3 ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานมือสมัครเล่นที่มีความเชี่ยวชาญกว่า กล้อง EOS M10 มีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพแต่กลับพบว่ากล้องแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้นั้นยังใช้งานยากเกินไป เราทำการสำรวจความเห็นผู้ใช้งานเกี่ยวกับความประทับที่มีต่อกล้องแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ และเสียงตอบรับที่ได้ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาพบว่ากล้องแบบนี้ไม่เพียงแค่ "หนัก" และใช้งาน "ยาก" เท่านั้น แต่ยัง "น่ากลัว" ด้วย

- ผมพอเข้าใจครับ ผมรู้สึกว่าการใช้งานกล้องประเภทนี้น่ากลัวเหมือนกันตอนที่ผมยังเป็นมือใหม่ ผมกังวลว่าจะไม่สามารถกู้คืนการตั้งค่าได้ หากกดปุ่มอะไรไปทั้งที่ไม่เข้าใจหน้าที่ของมัน

Naoki Hirota (ฝ่ายการออกแบบ) เพราะเหตุผลนี้เอง เราจึงใส่ใจว่ารูปลักษณ์กล้องจะต้องดูเข้าถึงได้ง่ายตั้งแต่แรกเห็น เราพยายามทำให้กล้องดูเรียบง่ายโดยเอากริปขนาดใหญ่ออก จำนวนแป้นหมุนและแผงควบคุมต่างๆ ลดลง

- ดีไซน์ส่วนพื้นที่รอบๆ ปุ่มชัตเตอร์ยังเหมือนเดิมตั้งแต่ออกมารุ่นแรก ใช่ไหมครับ

Hirota กล้อง EOS M10 ใช้ดีไซน์โค้งมนที่เรียกว่า "Spoon Cut" ซึ่งเราใช้ต่อเนื่องกันมาเป็นเอกลักษณ์ของกล้องซีรีส์ EOS M

Yamada แป้นหมุนด้านหน้าใกล้ปุ่มชัตเตอร์เหมือนกันกับกล้อง EOS M3 ถึงแม้จะมีข้อเสนอเข้ามาเหมือนกันว่าให้นำแป้นหมุนออกให้หมด แต่เราก็ตัดสินใจเก็บแป้นหมุนนี้ไว้เพราะต้องการให้ผู้ใช้ได้สัมผัสการใช้งานแบบกล้อง DSLR

- แป้นหมุนนี้ใช้งานสะดวกจริงๆ นะครับ แถมผมยังรู้สึกว่าเบามากอีกด้วยตอนที่ผมลองได้จับดู

Kazuhisa Hazama (Design) อันที่จริง น้ำหนักบอดี้กล้อง EOS M10 ส่วนหนึ่งมาจากการที่เราใช้จอภาพ LCD แบบปรับหมุนได้ มิฉะนั้น น้ำหนักจะเท่าๆ กับ EOS M

Hirota ดีไซน์โค้งมนและการใช้สีในส่วนด้านบนที่ต่างกัน (สำหรับกล้องสีขาวและเทา) อาจทำให้กล้องดูเล็กลงด้วย

กล้อง EOS M10 (ด้านบน) มีบอดี้ที่เพรียวบางกว่า EOS M3 (ด้านล่าง) เพื่อการใช้งานที่ง่าย เราจึงได้ปรับดีไซน์ปุ่มชัตเตอร์แบบ "Spoon Cut" ที่กลมมนให้เข้ากับรูปทรงของบอดี้มากขึ้น

พื้นผิวของฝาบนกล้องเปลี่ยนไปตามสีบอดี้ สำหรับบอดี้สีขาว ฝาบนมีผิวโลหะ ปุ่มชัตเตอร์และปุ่มเปิดปิดแบบเกลียวหมุนทำจากอลูมิเนียม

มุมปุ่มการถ่ายภาพเคลื่อนไหว (ซ้าย) ลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้กดง่ายแม้จะมีขนาดเล็ก ลวดลายเกลียวยังมีรอยสลักเสมอกันบนผิวโค้งของปุ่ม อันเป็นเทคนิคหนึ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ระดับทักษะการประมวลผลภาพที่ดีเยี่ยมของ Canon

กล้องจำลองการออกแบบที่เห็นได้ถึงการพัฒนาด้านดีไซน์คร่าวๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกริป และพื้นที่รอบปุ่มชัตเตอร์ แม้แต่การเปลี่ยนแปลงที่พิถีพิถันก็ยังมีการนำมารวมไว้ในตัวกล้องจำลองและต้องมีการนำมาตรวจสอบทบทวนด้วยความระมัดระวังซ้ำๆ หลายครั้ง

แบบวาดดีไซน์กล้องและอุปกรณ์เสริม แนวคิดเรื่องสไตล์ อย่างการใช้หน้ากากกล้องก็เริ่มจากขั้นตอนการวางแผน ครั้งนี้ ทีมงานผู้หญิงมีส่วนในการออกแบบอุปกรณ์เสริมด้วย

Kazuto Ariga (Design) ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ EOS M10 เบาลงคือการเปลี่ยนจากฝาโลหะบนกล้อง EOS M3 มาเป็นฝาเรซิ่น และการลดความหนาของฐานเสียบแฟลช (จุดสัมผัสโลหะที่ด้านบนตัวกล้องสำหรับประกอบอุปกรณ์ เช่น แฟลช)

- ผู้ใช้กล้องมือใหม่บางคนไม่เข้าใจว่าฐานเสียบแฟลชมีไว้ทำไม การมีหรือไม่มีฐานเสียบแฟลชมีผลต่อความรู้สึกที่คนคนหนึ่งจะมีต่อกล้องอย่างแน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการพัฒนาอีกไหม

Ariga เราเริ่มต้นด้วยข้อเสนอเพียงสองสามข้อว่าเราจะทำอย่างไรให้กล้องนี้บางลงและกะทัดรัดขึ้น เราคิดถึงหลายวิธีจนนับไม่ถ้วนสำหรับตำแหน่งช่องแบตเตอรี่ เราจึงเริ่มลองผิดลองถูก โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นการทำงานและความสามารถในการใช้งานของกล้องตัวนี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ขัดต่อกฎพื้นฐานด้วย วิธีการหนึ่งในนั้นก็คือการจัดวางแกนเกี่ยวกับกลไกออพติคอลตามศูนย์กลางของเลนส์ จอภาพ LCD และช่องต่อขาตั้งกล้อง

- ผมเดาว่าการจัดวางองค์ประกอบภาพอาจยากหากแกนของส่วนประกอบพวกนี้ไม่อยู่ในแนวที่ถูกต้อง จากมุมมองของผู้ใช้ ผมประทับใจกับความใส่ใจในรายละเอียดของ Canon จริงๆ ครับ จากร่างแบบ ผมเห็นว่าพวกคุณตั้งใจที่จะใช้ดีไซน์แบบหนังคลุมตัวกล้องทั้งหมดด้วย

สนุกกับการใช้ EOS M10 ที่มีฝาหน้ากากหลากสี

Hirota ข้อเสนอแรกคือการสร้างฝาบอดี้ที่ถอดเปลี่ยนเป็นสีอื่นๆ ได้ และเราก็ตกลงใจที่จะทำ

Hazama ผมอยากจะบอกเรื่องจริงว่า ขั้นตอนการทำหน้ากากนี้ยากพอๆ กับการทำบอดี้กล้องเลย (หัวเราะ)

- หรือครับ ยากยังไงบ้าง

Hirota ตอนแรก เรามีแบบร่างดีไซน์กว่า 100 แบบ การพยายามเลือกแบบที่เหมาะกับผู้ใช้มากที่สุดเป็นภารกิจที่หนักเอาการ เราค่อยๆ ลดตัวเลือกลงโดยถามความคิดเห็นจากหลายๆ คนและให้โหวตกัน

Ariga จริงๆ ยิ่งมีแบบร่างหน้ากากมากก็ยิ่งสนุกใช่ไหมครับ แต่เราเป็นฝ่ายผลิตนะ

- งั้นหรือครับ แล้วนักออกแบบกล้องต้องออกแบบอุปกรณ์เสริมด้วยหรือครับ

Ariga ใช่ครับ เราทำหน้ากากพร้อมกับบอดี้กล้องเพราะเราจะต้องพิจารณาว่าจะใช้วัสดุอะไร จะรักษาความคงทนไว้อย่างไร และจะผลิตหน้ากากให้ได้สีตามต้องการอย่างไร หน้ากากได้รับการพัฒนาพร้อมๆ กับบอดี้ ทำให้เป็นงานหนักสำหรับทีมงานที่รับผิดชอบ

Yamada เราไม่ตั้งใจจะทำหน้ากากเยอะๆ ในตอนแรก แต่ระหว่างการดำเนินการ เราก็เริ่มอยากให้ผู้ใช้ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เพียงผ่านภาพถ่ายเท่านั้น แต่ผ่านกล้องที่พกพาด้วย ต่อมา เราจึงตัดสินใจให้มีหน้ากากกล้อง 4 แบบเพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น ผมยังจำปฏิกิริยาตอบโต้แบบอึ้งๆ เมื่อตอนที่เราเล่าไอเดียตรงส่วนนี้ให้ฝ่ายออกแบบฟัง

Ariga ผมอึ้งจริงๆ นะ และผมคิดว่าพวกเขาบ้าไปแล้วแน่ๆ (หัวเราะ) แค่ออกแบบบอดี้กล้องอย่างเดียวก็ยากจะแย่อยู่แล้ว

- แต่ผมชอบความหลากหลายที่ลงตัวนี้นะ

Yamada ผมและทีมงานลองสลับใส่กล้องกับหน้ากากเพื่อดูว่าสีไหนเหมาะกับดีไซน์กล้องสีไหนมากที่สุด ผมคิดว่า การให้ผู้ใช้ได้ลองเลือกหน้ากากหลายๆ แบบอาจช่วยเพิ่มสีสันให้กับบอดี้กล้องที่เล็กลง

นอกจากกล้องแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการออกแบบหน้ากาก 4 แบบด้วย สำหรับดีไซน์ลวดลาย เราได้ติดฟิล์มที่ขอบสองด้านเพื่อให้ลวดลายด้านข้างมองเห็นชัดขึ้น และมีการสอดเรซิ่นแข็งรองไว้เพื่อความแข็งแรง

นอกจากการเพิ่มสีสันให้กับบอดี้แล้ว หน้ากากนี้ยังมีประโยชน์เชิงการใช้งานอีกด้วย นั่นก็คือทำให้จับถือกล้องได้มั่นคงขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงที่กล้องจะถูกขีดข่วน เปื้อนฝุ่น หรือโดนหยดน้ำ

หน้ากากมี 4 สี ได้แก่ ชมพู, น้ำเงินเนวี่, ลายจุด และ ลายเส้น

แกนออพติคอลวางตรงกับศูนย์กลางของเลนส์ จอภาพ LCD และรูติดตั้งขาตั้งกล้องที่พื้นผิวด้านล่าง นี่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการผลิตที่ไม่ลดทอนประสิทธิภาพของ Canon ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการถ่ายภาพเป็นหลัก

Camera Biyori

Camera Biyori เป็นนิตยสารภาพถ่ายของญี่ปุ่น ซึ่งนำเสนอภาพถ่ายที่สวยงามและความสนุกสนานในการใช้กล้องในชีวิตประจำวัน และเพื่อเป็นการแนะนำกิจกรรมสนุกๆ เกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพ ฝ่ายบรรณาธิการของนิตยสาร Camera Biyori ยังมีโรงเรียนสอนการถ่ายภาพ Camera Biyori ที่จะช่วยแนะนำผู้อ่านให้เข้าร่วมและสนุกสนานกับการถ่ายภาพ

http://www.camerabiyori.com

จัดพิมพ์โดย Daiichi Progress Inc.

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.