ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 1] เหตุผลที่กล้อง EOS 100D ปฏิวัติวงการกลายมาเป็นกล้อง DSLR ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาที่สุดได้จริง

กล้อง EOS 100D เป็นกล้องดิจิตอล SLR ที่มีขนาดกะทัดรัดและเบาที่สุดในโลก ซึ่งใช้เซนเซอร์ขนาด APS-C ในบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ ทีมนักพัฒนากล้องจะมาบอกเล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวเบื้องหลังการพัฒนากล้อง EOS 100D ใน [ตอนที่ 1] ทีมงานได้เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังการลดขนาดชิ้นส่วนหลักๆ (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ในเดือนเมษายน 2013) (ผู้สัมภาษณ์: Ryosuke Takahashi ภาพผู้ให้สัมภาษณ์โดย: Takehiro Kato)

หน้า: 1 2

(แถวหลังจากซ้ายมือ)
Wataru Yokota, กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพถ่าย/ Takashi Watanabe, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Tatsuhiro Ohnaka, กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพถ่าย/ Masahiro Kobayashi, กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพถ่าย/ Hironori Oishi, ศูนย์การออกแบบ
(แถวหน้าจากซ้ายมือ)
Keisuke Kudo, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Tomoaki Tanaka, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Masanori Sakai, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Hiroaki Nashizawa, ศูนย์พัฒนากล้อง

แนวคิดของกล้อง EOS 100D เป็นอย่างไรครับ?

― เมื่อกล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D ออกสู่ท้องตลาดในเดือนมีนาคม 2013 ทำให้ตระกูล EOS มีกล้องรุ่นต่างๆ ที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อนำเสนอแก่ผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับว่ากล้อง EOS 100D นั้นอยู่ระดับใดของตระกูล EOS?

Kobayashi กล้อง EOS 100D เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรานำเสนอสำหรับผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น โดดเด่นด้วยขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบา ผู้ใช้กล้องหลายคนเลือกที่จะไม่ใช้กล้องดิจิตอล SLR เพราะตัวกล้อง “หนักและเทอะทะ” เราหวังว่ากล้อง EOS 100D จะช่วยเปิดประตูสู่โลกของกล้อง DSLR ให้กับคนกลุ่มนี้

EOS 100D

บอดี้กล้อง EOS 100D มีน้ำหนักประมาณ 370 กรัม ภาพคุณภาพสูงและฟังก์ชั่นที่รุดหน้ายิ่งขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องเป็นกล้อง DSLR ที่ “เทอะทะ”
Dimensions (W x H x D):ประมาณ 116.8 (กว้าง) × 90.7 (สูง) ×69.4 (ลึก) มม. นํ้าหนัก::ประมาณ. 407กรัม / 14.36oz. (CIPA Guidelines), ประมาณ. 370กรัม / 13.06oz. (บอดี้กล้อง)

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดสเปคกล้อง

Ohnaka ในขณะนี้ กล้อง EOS 1100D เป็นกล้องรุ่นพื้นฐานที่สุดในตระกูล EOS สำหรับผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น ส่วนกล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D แม้จะเป็นระดับเริ่มต้นใช้งานทั้งคู่ แต่ก็ถูกวางตำแหน่งไว้เป็นรุ่นที่สูงกว่ากล้อง EOS 1100D ทั้งกล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D ต่างออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยกลุ่มครอบครัว หนุ่มสาวที่ไม่เคยมีของกล้องดิจิตอล SLR และผู้ใช้งานกล้องที่เป็นผู้หญิง ด้วยตัวเลือกกล้องที่มีหลากหลายรุ่น

― Canon ได้ส่งกล้องมิเรอร์เลส EOS M ออกสู่ตลาด ซึ่งก็เน้นเรื่องขนาดและน้ำหนักด้วย ถ้าเช่นนั้นแล้ว กล้อง EOS 100D ต่างจากกล้อง EOS M อย่างไรครับ?

Kobayashi แม้กล้องทั้งสองรุ่นจะมีดีไซน์ที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบาเหมือนกัน แต่ EOS 100D มีข้อได้เปรียบในความเป็นกล้อง DSLR ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ติดตั้งกระจกหลักและช่องมองภาพไว้ในตัวกล้อง เราพัฒนากล้อง EOS 100D ขึ้น หลังพิจารณาถึงความสมดุลระหว่างดีไซน์ที่กะทัดรัดน้ำหนักเบากับความปรารถนาของผู้ใช้งานกล้องที่ต้องการบันทึกภาพในช่วงเวลาสำคัญ

กล้อง EOS 700D เป็นที่ชื่นชอบของช่างภาพที่มีความกระตือรือร้นสูงขึ้น และเพราะใช้เซนเซอร์ AF แบบกากบาท 9 จุด กล้องรุ่นนี้จึงยกระดับประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ช่องมองภา

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดสเปคกล้อง

ดีไซน์เก๋ไก๋และความคล่องตัวสูงที่กล้อง EOS M มอบให้นั้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักถ่ายภาพที่ต้องการพกพากล้องไปไหนมาไหนกับตัวทุกๆ วัน ทั้งยังมีสีสันที่หลากหลายและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกใช้

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดสเปคกล้อง

― เป็นคำอธิบายที่เยี่ยมมากครับ ผมเข้าใจว่ากล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D มีคุณสมบัติเหมือนกับกล้อง EOS 650D หลายประการ ความก้าวหน้าของกล้องรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากเดิมมีอะไรบ้างครับ?

Ohnaka อันดับแรกเลย เราปรับปรุงฟังก์ชั่นฟิลเตอร์สร้างสรรค์ให้ดียิ่งขึ้น เมื่อคุณถ่ายภาพ คุณสามารถแตะหน้าจอเพื่อเลือกเอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์สร้างสรรค์บนหน้าจอ Live View และตรวจสอบเอฟเฟ็กต์ได้ในทันที ประการถัดมาคือเลนส์ เราเปลี่ยนเลนส์คิทสำหรับกล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D มาเป็นเลนส์ใหม่ที่มี Stepping Motor (STM) ในตัว ประการที่สาม คือ แหวนปรับโหมด นอกจากจะหมุนได้เกิน 360° แล้ว เรายังเพิ่มโหมด SCN (โหมดฉากพิเศษ) ใหม่ๆ ได้แก่ โหมดควบคุมแสงพื้นหลัง HDR โหมดบุคคลกลางคืน และโหมดถ่ายกลางคืนแบบมือถือ โหมดฉากพิเศษเหล่านี้เป็นความพยายามของเราที่จะทำให้ผู้ใช้กล้องสามารถถ่ายภาพสวยๆ ของฉากที่ท้าทายเหล่านี้ เช่น การถ่ายภาพย้อนแสงหรือถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ง่ายขึ้น

สีฟ้า: EOS 650D
สีเทา: EOS M

การเปรียบเทียบขนาดของกล้อง EOS 650D และ EOS M พบว่ากล้อง EOS 650D หนักประมาณ 520 กรัม (เฉพาะบอดี้) และกล้อง EOS M หนักประมาณ 262 กรัม (เฉพาะบอดี้) ส่วนกล้อง EOS 100D หนักประมาณ 370 กรัม (เฉพาะบอดี้)

― กล้อง EOS 100D ไม่มีจอ LCD แบบปรับหมุนได้ อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เลือกไม่ใส่จอ LCD แบบปรับหมุนไว้ในกล้องรุ่นนี้ครับ?

Kobayashi จอ LCD แบบปรับหมุนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้กล้องอย่างรุ่น EOS 650D แต่เพราะเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนากล้อง EOS 100D
ของเรา คือ กล้องที่เล็กที่สุดและเบาที่สุดในโลก เราจึงตัดสินใจไม่ใช้จอ LCD แบบปรับหมุนได้ในกล้องรุ่นนี้ครับ

― ทั้งกล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D ต่างไม่สนับสนุนฟังก์ชั่น Wi-Fi มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?

Kobayashi มีครับ เราไม่ใส่ฟังก์ชั่น Wi-Fi ไว้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เราเลือกไม่ใส่จอ LCD แบบปรับหมุนได้ครับ อย่างไรก็ตาม Canon เห็นว่าฟังก์ชั่น Wi-Fi เป็นคุณสมบัติที่สำคัญ จึงเป็นไปได้สูงว่าจะใส่ฟังก์ชั่นนี้ไว้ในกล้องรุ่นระดับเริ่มต้นในอนาคต

― ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างกล้อง EOS 700D กับกล้อง EOS 100D ประการหนึ่ง คือ ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง ช่วยเล่าถึงความแตกต่างเชิงกลไกของกล้องทั้งสองรุ่นหน่อยครับ

Sakai มอเตอร์ที่ใช้ขับเคลื่อนชัตเตอร์แตกต่างกันครับ เราใช้มอเตอร์ที่มีขนาดเล็กลงสำหรับกล้อง EOS 100D เราจึงตั้งความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องไว้ที่ราว 4 ภาพต่อวินาที ขณะที่กล้อง EOS 700D ใช้มอเตอร์ตัวเดียวกับกล้อง EOS 650D ซึ่งรองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความเร็วประมาณ 5 ภาพต่อวินาที

― สำหรับเซนเซอร์ภาพที่ใช้ในกล้อง EOS 700D และกล้อง EOS 100D พอจะพูดได้ไหมครับว่าประสิทธิภาพการทำงานพื้นฐานนั้นไม่ต่างกัน ยกเว้นเรื่องระนาบภาพ AF?

Nashizawa โดยพื้นฐานแล้วเหมือนกันทั้งสองรุ่นครับ แต่หากกล่าวให้เจาะจง จำนวนพิกเซลของเซนเซอร์ AF ที่อยู่ในเซนเซอร์ภาพนั้นต่างกัน ทำให้เกิดความแตกต่างในข้อมูล RAW ก่อนจะสร้างภาพถ่ายออกมา ถึงอย่างนั้นแล้ว คุณก็ไม่สามารถบอกความแตกต่างนั้นได้หลังการประมวลผลภาพ จึงกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพการทำงานของกล้องทั้งสองรุ่นนั้นเหมือนกัน

สีดำ: บริเวณที่แสดงผลภาพ Live View
สีฟ้า: บริเวณซึ่งมีความผันแปรของระบบ Hybrid CMOS AF II
สีแดง: บริเวณซึ่งมีความผันแปรของระบบ Hybrid CMOS AF (EOS 700D, EOS 650D)
สีเขียว: จุดโฟกัสอัตโนมัติแบบ FlexiZone - จุดเดียว

ระบบ Hybrid CMOS AF II ของกล้อง EOS 100D ครอบคลุมพื้นที่ของเซนเซอร์ภาพประมาณ 80% (แนวนอน) x 80% (แนวตั้ง) จึงมอบการโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง

ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อเพื่อให้ได้ดีไซน์กะทัดรัด

― ช่วยเล่าถึงเทคนิคเบื้องหลังซึ่งนำมาสู่ดีไซน์กล้องที่เล็กและเบาที่สุดในโลกสำหรับรุ่น EOS 100D ได้ไหมครับ?

Sakai ข้อแรกและข้อสำคัญที่สุด คือ ความพยายามปรับเลย์เอาต์ของชิ้นส่วนต่างๆ ที่ใส่เข้าไปในกล้องครับ ชิ้นส่วนต่างๆ ถูกประกอบเข้าด้วยกันโดยพื้นที่ว่างระหว่างกันมีขนาดลดลงเล็กน้อย ปัจจัยเสริมอีกประการหนึ่งคือชุดชัตเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง สำหรับกล้อง EOS 100D เราได้พัฒนาชุดชัตเตอร์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งผสมผสานการใช้ชัตเตอร์แบบกลไกกับชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเปิดรับแสง การทำเช่นนี้ทำให้เราสามารถสร้างชุดชัตเตอร์ที่บางขึ้น และขณะเดียวกันก็ช่วยลดความสูงของตัวกล้องลงได้ด้วย

  1. การวัดแสงที่ใช้ระยะความสูงสั้นลง
  2. ชุดแบตเตอรี่ LP-E12 ขนาดกะทัดรัด
  3. เมนบอร์ดขนาดเล็กซึ่งบรรจุในแพ็คเกจที่มีความหนาแน่นสูง
  4. แพ็คเกจ CMOS ที่บางและเล็ก พร้อมชุดเซนเซอร์แบบทำึความสะอาดตัวเอง
  5. กรอบบอดี้กล้องที่เล็กและเบาลง ทำจากวัสดุเรซิ่นอะลูมิเนียม
  6. ชุดชัตเตอร์ขนาดเล็กลง
  7. ชุด AF ที่มีกระจกชิ้นที่สองในขนาดที่เล็กลง

โครงสร้างเชิงกลไกภายในกล้อง EOS 100D ทีมพัฒนากล้องใช้ความพยายามหลากหลายวิธีที่จะลดขนาดชิ้นส่วนต่างๆ ภายในบอดี้กล้อง รวมทั้งลดช่องว่างเพื่อให้ได้ขนาดกล้องที่เล็กลงจริงๆ

― ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวเซนเซอร์ CMOS เพื่อให้ได้ดีไซน์กล้องที่กะทัดรัดขึ้นบ้างไหมครับ?

Sakai ในอดีตขั้วต่อต่างๆ จะยื่นออกมาจากตัว
เซนเซอร์ CMOS แต่ในกล้อง EOS 100D ได้ย้าย ขั้วต่อมาไว้ด้านหลังชุดเซนเซอร์ เมื่อความสูงและความหนาของขั้วต่อลดลง เราจึงดีไซน์ชุดเซนเซอร์ CMOS ที่เล็กลงได้

EOS 100D

EOS 650D (วงกลมสีแดง: ขั้วต่อ)

ขั้วต่อที่ไม่ยื่นเกินออกมาจากแนวขอบเซนเซอร์ CMOS ช่วยให้บรรลุเป้าหมายตามการออกแบบชุดเซนเซอร์ที่ีมีขนาดเล็กและบางลง

― เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้กับกล้องรุ่นอื่นๆ ด้วยไหมครับ?

Sakai ไม่ครับ นี่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่แม้แต่กล้อง EOS 1100D ก็ยังไม่มี การลดขนาดแผงวงจรหลักสามารถทำได้เมื่อชุดเซนเซอร์ CMOS มีขนาดเล็กลง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นมากๆ สำหรับการสร้างสรรค์กล้องให้มีดีไซน์กะทัดรัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แผงวงจรหลักก็ถูกทำให้มีขนาดเล็กลงด้วยการเพิ่มปริมาตรความหนาแน่นของแผงวงจร รายละเอียดอื่นๆ ก็ได้แก่ การตัดสินใจไม่ใส่แบตเตอรี่กริปในกล้อง EOS 100D ตั้งแต่ขั้นการออกแบบ มิฉะนั้นแล้ว เราจะต้องย้ายช่องใส่ SD Card มาไว้ด้านข้างตัวกล้อง ซึ่งจะทำให้เกิดข้อจำกัดในกระบวนการลดขนาดตัวกล้อง เพราะเราจะต้องคำนึงถึงบริเวณช่องใส่การ์ดและความกว้างของฝาปิดช่องใส่การ์ดด้วย การเลือกใช้ดีไซน์แบบที่ไม่มีแบตเตอรี่กริป ทำให้เราสามารถวางตำแหน่งช่องใส่ SD Card ไว้ภายในช่องบรรจุแบตเตอรี่ได้

เมนบอร์ดของกล้อง EOS 100D ตัวบอร์ดมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นจากขนาดที่เล็กลงของชุดเซนเซอร์ CMOS ช่องเสียบ SD Card ที่ระบุเป็นรูปวงกลม ขณะนี้มาอยู่ด้านในช่องแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดขนาดบอดี้กล้อง

― ครับ นั่นเป็นการออกแบบที่ต้องคิดอย่างรอบคอบทีเดียว

Tanaka ความพยายามอีกอย่างหนึ่งเพื่อลดขนาดตัวกล้อง คือ การเลือŦ

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.