ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 2] พลังการถ่ายทอดภาพที่ดียิ่งขึ้น

เลนส์ EF50mm f/1.8 STM เลนส์รุ่นทายาทของเลนส์ขายดีอย่าง EF50mm f/1.8 II ผ่านการปรับปรุงส่วนต่างๆ ที่สำคัญ สำหรับตอนที่ 2 ของบทความชุดนี้ ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถของเลนส์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก เรามาดูพลังในการถ่ายทอดภาพที่ได้จากภาพถ่ายที่ผมถ่ายจริง (เรื่องโดย: Takeshi Ohura)

หน้า: 1 2 3

 

การทดสอบเอฟเฟ็กต์โบเก้เกิดขึ้นจากไดอะแฟรมรูรับแสงทรงกลม

จำนวนม่านไดอะแฟรมเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมซึ่งมี 5 กลีบเป็น 7 กลีบในเลนส์ EF50mm f/1.8 STM รายละเอียดสเปคพัฒนาขึ้นจากการใช้ไดอะแฟรมรูรับแสงทรงกลมด้วยเช่นกัน โบเก้ที่เกิดจากเลนส์นี้จะดูเป็นธรรมชาติและการเปลี่ยนจากจุดโฟกัสไปจนกระทั่งเป็นภาพเบลอขนาดใหญ่ก็ทำได้อย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน วัตถุต่างๆ ที่อยู่นอกโฟกัสก็เบลอเข้าหากันได้อย่างกลมกลืน ให้บรรยากาศภาพที่นุ่มนวลขึ้นกว่าเลนส์รุ่นก่อน

เช่นเดียวกับการเบลอในส่วนแบ็คกราวด์ การเบลอโฟร์กราวด์ก็มีความเป็นธรรมชาติด้วย ทำให้เห็นได้ว่ามีการควบคุมความคลาดทรงกลมอย่างสมดุล มีแนวโน้มที่ผู้ใช้หลายคนจะใช้เลนส์ EF50mm f/1.8 STM เพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์โบเก้บ่อยๆ ตามขนาดมุมรับภาพของเลนส์ และผมเชื่อว่าเลนส์นี้สามารถสร้างภาพถ่ายที่น่าพึงพอใจได้อย่างที่ช่างภาพคาดหวัง

ภาพถ่ายที่รูรับแสงกว้างสุดจากระยะโฟกัสใกล้สุด (ประมาณ 35 ซม.)

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/1.8, 1/2,000 วินาที, EV +0.7)/ ISO 100

ภาพถ่ายที่รูรับแสงกว้างสุดจากระยะ 2-3 เมตร

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/1.8, 1/4,000 วินาที, EV +0.3)/ ISO 100

ภาพถ่ายที่รูรับแสง f/2.8 จากระยะ 2-3 เมตร

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/2.8, 1/1,250 วินาที, EV +0.3)/ ISO 100

ภาพถ่ายที่รูรับแสง f/4 จากระยะ 2-3 เมตร

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/4, 1/640 วินาที, EV +0.3)/ ISO 100

สามารถถ่ายในสภาพแสงย้อนได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยผิวเคลือบแบบใหม่และตัวตัดแสงแฟลร์

ไม่ว่าภาพที่เราถ่ายจะมีดวงอาทิตย์อยู่ในภาพหรือไม่ก็ตาม เมื่อดูภาพตัวอย่างเหล่านี้เราก็สามารถบอกได้ว่าไม่มีปัญหาแสงหลอกหรือแสงแฟลร์ แม้จะไม่ได้มีการแก้ไขโครงสร้างเลนส์ EF50mm f/1.8 STM ใดๆ แต่มีการใช้ผิวเคลือบแบบใหม่เพื่อให้สามารถปรับคุณลักษณะทางดิจิตอลของเลนส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ มีการตรวจวัดอย่างละเอียดเพื่อป้องกันแสงสะท้อนภายในเลนส์ เช่น ตัวตัดแสงแฟลร์ที่มีไว้จัดการกับแสงตกกระทบที่ไม่ต้องการ การพัฒนาที่ว่ามานี้ช่วยให้เอฟเฟ็กต์แสงหลอกและแสงแฟลร์ลดลง

ภาพถ่ายย้อนแสงที่มีดวงอาทิตย์ในองค์ประกอบ

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/8,000 วินาที)/ ISO 100

ภาพถ่ายย้อนแสงที่ไม่มีดวงอาทิตย์ในองค์ประกอบ

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/3,200 วินาที)/ ISO 100

 

ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุด 35 ซม. คุณสามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้มากขึ้น

ต่อไป เราจะมาดูการถ่ายทอดรายละเอียดภาพของเลนส์ EF50mm f/1.8 STM เมื่อถ่ายภาพโคลสอัพ ผมใช้ระยะโฟกัสใกล้สุด 35 ซม. ให้เป็นประโยชน์ที่สุดโดยเลือกถ่ายภาพสตรีทสแนป และนี่คือผลงานของเลนส์ตัวนี้

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/2, 1/1,000 วินาที, EV +0.3)/ ISO 100

ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดที่สั้นขึ้นเป็น 35 ซม. ของเลนส์ EF50mm f/1.8 STM เลนส์นี้ทำให้คุณสามารถซูมใกล้ตัวแบบได้มากกว่าเดิม การปรับโฟกัสจากในระนาบโฟกัสเป็นโบเก้ราบรื่น

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/2.8, 1/1,600 วินาที)/ ISO 100

ในภาพนี้ ผมตั้งค่ารูรับแสงที่ f/2.8 ซึ่งต่ำกว่าค่าสูงสุดไปมากกว่า 1 สต็อป เนื่องจากเลนส์นี้ใช้ไดอะแฟรมรูรับแสงทรงกลมที่มีกลีบรูรับแสง 7 กลีบ เอฟเฟ็กต์โบเก้ที่ได้จึงกลมมนไม่มีมุมหรือเหลี่ยมตามที่ชื่อไดอะแฟรมบอกไว้เป็นนัย

EOS 5D Mark III / Aperture-priority AE (f/3.2, 1/100 วินาที)/ ISO 1600

ผมลดขนาดรูรับแสงลงเป็น f/3.2 ภาพที่ได้ออกมาดูเป็นธรรมชาติไม่มีความคลาดเคลื่อนเช่นความบิดเบี้ยวปรากฏในภาพเลย ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ใกล้กว่าเดิมทำให้คุณมองตัวแบบในระยะที่ใกล้ขึ้นได้ แม้กระทั่งในการถ่ายภาพโคลสอัพอย่างในภาพด้านบน

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/2.8, 1/3,200 วินาที)/ ISO 100

ภาพนี้ถ่ายในระยะใกล้เคียงกับระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ พื้นที่ซึ่งอยู่ในโฟกัสคมชัด เมื่อดูที่แบ็คกราวด์ของภาพ ผมคิดว่าภาพที่ได้จะดีกว่านี้หากผมลดขนาดของรูรับแสงลงอีกหน่อย

 

หน้า: 1 2 3

สามารถจับโฟกัสในพื้นที่โฟกัสได้คมชัดจนน่าทึ่ง

ตอนนี้เราจะมาดูว่าเลนส์ EF50mm f/1.8 STM ทำงานอย่างไรเมื่อใช้ถ่ายภาพระยะกลางและระยะไกล

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/400 วินาที, EV -0.3)/ ISO 100

เมื่อลดขนาดรูรับแสงเป็น f/5.6 ทำให้ความละเอียดคมชัดและความเปรียบต่างเพิ่มขึ้นอย่างมาก ภาพดูคมชัดจนถึงบริเวณมุมภาพสี่ด้านซึ่งปกติจะไม่ค่อยคมชัดเมื่อใช้รูรับแสงกว้างสุด

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/4, 1/1,600 วินาที)/ ISO 100

ส่วนที่เบลอในระยะโฟร์กราวด์ดูเป็นธรรมชาติ ผมตั้งค่ารูรับแสงไปที่ f/4 แต่ไม่พบว่ามีปัญหาแสงน้อยลงบริเวณขอบภาพให้เห็นในภาพนี้ ความคมชัดของพื้นที่ในโฟกัสก็ดีเยี่ยมอีกด้วย

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/1,000 วินาที)/ ISO 100

โดยรวม ภาพมีความคมชัดและมีมิติ การตั้งค่ารูรับแสงที่ผมใช้คือ f/5.6 รายละเอียดที่บริเวณขอบภาพยังถือว่าน่าพอใจ แม้จะไม่เท่ากับบริเวณกึ่งกลางภาพก็ตาม

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/2.8, 1/2,000 วินาที, EV +0.3)/ ISO 100

แม้ว่าระดับความเปรียบต่างที่เลนส์นี้มอบให้จะไม่โดดเด่นเท่าเลนส์เดี่ยวรุ่นอื่นๆ แต่ก็นับว่าเพียงพอสำหรับเลนส์ในระดับนี้ อย่างที่เห็นได้จากภาพตัวอย่าง บริเวณเสาทางซ้ายมีความบิดเบี้ยวโดยโป่งออกเล็กน้อย

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/2, 1/6,400 วินาที, EV -0.7)/ ISO 100

ภาพนี้ถ่ายที่ f/2 ด้วยค่ารูรับแสงที่สว่างกว่าเลนส์ซูมรูรับแสงกว้าง คุณจึงสามารถสนุกกับการสร้างเอฟเฟ็กต์โบเก้ในภาพถ่ายได้หลากหลายแบบยิ่งขึ้น

EOS 5D Mark III/ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/1,000 วินาที, EV -0.7)/ ISO 100

พื้นผิวของตัวแบบถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงด้วยระดับความเปรียบต่างและความคมชัดของเลนส์เดี่ยว ภาพที่ได้ให้ความรู้สึกสมจริงอย่างเต็มที่

สามารถจับโฟกัสในพื้นที่โฟกัสได้คมชัดจนน่าทึ่ง

หลังจากที่ได้ทดลองถ่ายภาพไประยะหนึ่ง ข้อสรุปสำหรับผมคือ เลนส์ EF50mm f/1.8 STM เป็นเลนส์ที่มีความสามารถสมกับเป็นทายาทต่อจากเลนส์ EF50mm f/1.8 II ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ใช้ทั้งในระดับเริ่มใช้งาน มือสมัครเล่นขั้นสูงที่มีมุมมองเฉพาะตัว ตลอดจนถึงช่างภาพมืออาชีพ ด้วยคุณสมบัติ เช่น การเคลือบผิวเลนส์ที่เหมาะสำหรับกล้องดิจิตอล พื้นผิวภายนอกที่ดียิ่งขึ้น และระบบโฟกัสอัตโนมัติที่ราบรื่นเพราะมี Stepping Motor (STM) ผมมั่นใจว่าทุกคนจะชื่นชอบกับความสามารถที่เลนส์นี้มอบให้

ในฐานะที่เคยใช้งานทั้งเลนส์ EF50mm f/1.8 และ EF50mm f/1.8 II ซึ่งเป็นเลนส์รุ่นก่อนหน้า จากผลการทดสอบนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมจะต้องซื้อเลนส์ EF50mm f/1.8 STM มาใช้แน่ๆ

ดูเหมือนว่าเลนส์นี้จะถูกสร้างมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งในแง่ของเลนส์มาตรฐานที่ใช้งานกับกล้อง EOS ฟูลเฟรมได้ง่าย และเลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลางสำหรับภาพโคลสอัพที่วิเศษเมื่อใช้กับกล้อง EOS ที่มีเซนเซอร์ขนาด APS-C

 
Takeshi Ohura

 

เกิดเมื่อปี 1965 ที่จังหวัดมิยะซะกิ Ohura จบการศึกษาจากแผนกการถ่ายภาพจากวิทยาลัยศิลปะ มหาวิทยาลัยนิฮอง เคยทำงานในกองบรรณาธิการของนิตยสารรถมอเตอร์ไซค์และบริษัทวางแผนการออกแบบ หลังจากนั้นเขาก็ผันตัวมาเป็นช่างภาพอิสระ เขาเขียนบทความให้กับนิตยสารด้านการถ่ายภาพจากประสบการณ์ในการใช้กล้องดิจิตอลสำหรับการถ่ายภาพโฆษณา นอกเหนือจากการทำงาน เขาชอบดูภาพถ่ายและหาเวลาเยี่ยมชมแกลเลอรี่อยู่เสมอ Ohura ยังเป็นสมาชิก Camera Grand Prix Selection Committee อีกด้วย

Digital Camera Watch

 

ส่งข่าวสารรายวันเกี่ยวกับเรื่องราวของกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงซอฟต์แวร์ตกแต่งภาพ นอกจากนี้ ยังเผยแพร่บทความต่างๆ เช่น รีวิวการใช้กล้องดิจิตอลจริงพร้อมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องรุ่นใหม่ๆ

http://dc.watch.impress.co.jp/

 
 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.