Inspirations >> Photos & People

220 วันในต่างแดน: เจ้าของธุรกิจที่มีสายตาคมกริบ

ด้วยความหลงใหลในการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ Joseph Mak จึงดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการค้นหาและบันทึกสิ่งที่เขาชอบเรียกว่า "ทิวทัศน์ที่ยอดเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก" เขาหวังที่จะแบ่งปันประสบการณ์ที่สวยสดงดงามและมองเห็นได้เหล่านี้ผ่านการถ่ายภาพในช่วงพริบตาที่หาดูได้ยาก เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้


Canon EOS 5D Mark III, Canon EF24-70mm f/2.8L II USM @ 67mm, f/8.0, 1/1250, ISO 250

เขาไม่ได้แบ่งปันประสบการณ์ผ่านภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวในวัย 38 ปีผู้นี้เป็นเจ้าของธุรกิจอันน่าทึ่งซึ่งมีชื่อว่า "การเดินทางสำรวจที่ไม่ธรรมดา" ซึ่งจะพาช่างภาพมือสมัครเล่นและผู้ที่สนใจถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกตระเวนเดินทางไปทั่วโลกเพื่อถ่ายภาพ สำหรับผู้ร่วมทริปที่เดินทางไปยังทะเลทรายอันห่างไกล พื้นที่ราบที่เต็มไปด้วยหิมะของฮอกไกโด และแม้แต่ผืนป่าเขียวชอุ่มในอินเดีย Joseph หรือเพื่อนวิทยากรของเขาจะบอกให้ทราบถึงเคล็ดลับและกลเม็ด เพื่อให้ผู้ร่วมทริปแต่ละคนนำไปใช้ปรับปรุงทักษะการถ่ายภาพท่องเที่ยวจากประสบการณ์จริงให้ดียิ่งขึ้น


Canon EOS 5D Mark III, Canon EF24-70mm f/2.8L II USM @ 35mm, f/5.6, 1/500, ISO 1000

แม้ว่า Joseph จะเพิ่งหยิบกล้องตัวแรก (Canon EOS 30D ที่ใช้คู่กับเลนส์ Canon EF24-70mm f/2.8L II USM ) เมื่อไม่นานมานี้ในปี 2009 แต่เขามาไกลเกินกว่าจะเป็นเพียงผู้ที่แอบชื่นชมภาพถ่ายสวยๆ แล้ว "สิ่งที่จุดประกายให้ผมเป็นครั้งแรกก็คือ การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของผมที่จังหวัดกระบี่ ช่างภาพขอให้ผมยืนอยู่ด้านหน้าแนวต้นไม้ที่อยู่ริมถนนที่มีรถขวักไขว่ แต่ภาพที่ออกมากลับดูเหมือนกับว่าเรายืนอยู่ในป่า ซึ่งผมรู้สึกประทับใจมากๆ" เขาเล่าให้เราฟัง หลังจากที่เพื่อนชาวเวียดนามคนหนึ่งให้เขายืมกล้อง DSLR ของ Canon Joseph ก็ติดใจทันที และหันหลังกลับไม่ได้เสียแล้ว


Canon EOS 5D Mark III, Canon TS-E24mm f/3.5L II @ 24mm, f/20, 1.6”, ISO 50

เมื่อเริ่มต้นถ่ายภาพเป็นครั้งแรก นอกจากเขาจะได้รับทักษะการถ่ายภาพจาก Canon Imaging Academy แล้ว เขายังเริ่มต้นขอคำแนะนำจากผู้สอนการถ่ายภาพที่สมาคมช่างภาพสิงคโปร์ และเลือกให้ช่างภาพอย่าง Hui Man Yan, Sparka Chung, และ Goh Kim Hui เป็นพี่เลี้ยงส่วนตัว 


Canon EOS 5DS R, Canon EF24-70mm f/2.8L II USM @ 26mm, f/20, 0.6”, ISO 50

ปัจจุบัน มุมมองการถ่ายภาพของเขาเน้นไปที่ความสวยงามเชิงวิจิตรศิลป์ วลีประจำใจของ Joseph คือ ใช้น้อยแต่ได้ผลมาก "ผมชอบรูปถ่ายที่ดูง่าย แต่สื่อได้อย่างตรงไปตรงมาและตรงประเด็น แค่มองเพียงครั้งเดียวคุณก็รู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดได้" เขากล่าว และเราเข้าใจถึงสิ่งที่เขาพูดถึงได้ไม่ยาก เมื่อมองไปที่ภาพถ่ายอันน่าประทับใจของเขา ภาพทุกภาพให้ความรู้สึกหลายมิติ หลากสีสัน และมีอารมณ์แฝงลึกอยู่ในภาพแต่ละภาพ การสั่งสมประสบการณ์นานหลายปีและความคุ้นชินกับเลนส์ทำให้เขาสามารถสร้างผลงานภาพถ่ายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ Joseph Mak ได้เป็นอย่างดี

ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่ดีสำหรับปรมาจารย์อย่างเขาคือภาพที่มีดีมากกว่าเรื่องทางเทคนิค Joseph เชื่ออย่างเต็มที่ว่าภาพท่องเที่ยวควรสื่อความรู้สึกถึงผู้ชม และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้สึกของช่างภาพ นั่นหมายถึงการพาตนเองไปดื่มด่ำกับประสบการณ์ในการเดินทางและบรรยากาศแวดล้อม "การถ่ายภาพมาเป็นอันดับสอง" เขากล่าว ทุกภาพที่คุณถ่ายควรเก็บบันทึกช่วงเวลาพิเศษได้อย่างเหมาะเจาะ และสร้างสรรค์ความรู้สึกใหม่ที่คุณมีอย่างถูกต้องแม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในโลกปัจจุบันที่คุณเพลิดเพลินไปกับวันหยุดผ่านเลนส์มากกว่าสัมผัสกับประสบการณ์จริง คำกล่าวของ Joseph คือสิ่งเตือนใจให้คุณหันมาสัมผัสประสบการณ์ก่อนแล้วจึงค่อยถ่ายภาพ


Canon EOS 5DS R, Canon EF24-70mm f/2.8L II USM @ 63mm, f/8, 1/125, ISO 50

แม้ว่า Joseph จะยึดมั่นต่อปรัชญากลุ่มสโตอิก แต่เขายังคงมีบุคลิกที่ตรงไปตรงมา เมื่อถูกถามว่าเขามีช่วงเวลาที่ชื่นชอบเป็นพิเศษที่เขาจะอยากจะเก็บภาพแต่กลับไม่ได้ทำบ้างหรือไม่ Joseph ตอบอย่างไม่มีท่าทีขวยเขินว่า "ผมพลาดช่วงเวลาสำคัญมากมาย พูดตรงๆ ผมเป็นช่างภาพที่ขี้เกียจนะครับ แต่ไม่เป็นไร เมื่อคุณพลาดบางอย่างไป คุณจะได้รับบางอย่างกลับมา ผมไม่มีช่วงเวลาสำคัญที่อยากจะบันทึกเป็นภาพเก็บไว้ เพราะผมได้เก็บช่วงเวลาเหล่านั้นไว้ผ่านดวงตาและหัวใจของผมแล้ว"

ถ้าอย่างนั้น วันปกติของช่างภาพนักเดินทางรอบโลกนี้เป็นอย่างไร เราลองมาค้นหากัน

Canon Snapshot (CS): คุณเดินทางไปที่ใดมาบ้าง คุณมีสถานที่ที่โปรดปรานหรือไม่

Joseph (J): ผมเดินทางไปยังที่ต่างๆ มากมาย ในปีหนึ่งผมอยู่ที่ต่างประเทศมากกว่า 220 วัน ผมถ่ายภาพในนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ คัมชัตกา เคนยา นามิเบีย แอนตาร์กติกา โบลิเวีย เปรู ชิลี อาร์เจนตินา จีน กัมพูชา จอร์แดน โรมาเนีย อิตาลี ฝรั่งเศส…

สถานที่โปรดของผมคือสิงคโปร์ ตามด้วยนอร์เวย์ เพราะบ้านเมืองสะอาด ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่เหนือจริงและเงียบสงัดมากๆ

ในปี 2016 ผมจะกลับไปเยี่ยมเยือนบางประเทศอีกครั้ง และจะผจญภัยในสถานที่ใหม่อย่างคิวบาและแทนซาเนีย

CS: ว้าว นั่นยอดเยี่ยมมาก เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าการอยู่บนท้องถนนเกือบตลอดทั้งปีนี่เป็นอย่างไร ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าวันๆ หนึ่งที่คุณอยู่ต่างประเทศคุณทำอะไรบ้าง ทุกๆ วันอาจจะแตกต่างกันอย่างมาก แต่วัน "ปกติ" คุณทำอะไรบ้าง

J: กิจวัตรประจำวันของผมสำหรับทริปบางทริปจะเป็นแบบนี้

3.30 น. ­– ตื่นนอน

4.00 น. – รวมตัวกันที่ล็อบบี้ของโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้าง่ายๆ

4.10 น. – รีบออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้น

5.00 น. ­– เราไปถึงจุดถ่ายภาพและได้เวลายืดเส้นยืดสายกันเล็กน้อย เราใช้เวลาปีนขึ้นไปประมาณ 30 นาที (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เมื่อแบกอุปกรณ์หนัก 15 กก.) และเราพร้อมที่จะชมพระอาทิตย์ขึ้นกันแล้ว เราถ่ายภาพกันถึงสองชั่วโมง

7.30 น. – ได้เวลาเปลี่ยนสถานที่ถ่ายภาพ ถ่ายภาพเพิ่มเติม

10.00 น. – กลับไปยังโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้าตามปกติหากสภาพแสงไม่เหมาะสม และยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะพักสักครู่อีกด้วย

12.00 น. – อาหารกลางวัน

13.00 น. – ออกไปถ่ายภาพกันต่อจนกระทั่งเวลาอาหารค่ำ

19.00 น. – สุดท้ายเราพักรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารในท้องถิ่น

20.30 น. – เดินทางกลับโรงแรม ไม่ใช่เพื่อพักผ่อน แต่กลับไปถ่ายภาพทางช้างเผือกกัน จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน

อาบน้ำ และทำซ้ำแบบนี้เป็นเวลา 5 วัน และนั่นเป็นการเดินทางสำรวจสำหรับถ่ายภาพครั้งหนึ่งเท่านั้น

ในทริปอื่นๆ เราอาจถ่ายภาพติดต่อกันถึง 16 ชั่วโมง โดยไม่ได้นอนหลับพักผ่อนกันเลย แต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่น เพราะทุกคนจ่ายเงินมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่

CS: อะไรคือสิ่งที่คุณชื่นชอบจากการเป็นช่างภาพท่องเที่ยวแบบผจญภัย

J: ผมได้เดินทางไปยังสถานที่อันน่าตื่นตาตื่นใจที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสไปเยือน และผมยังเป็นคนแรกๆ เพียงไม่กี่คนจากสิงคโปร์ที่ได้ไปผจญภัยที่นั่น ทำให้ผมมีโอกาสแสดงให้คนอื่นๆ เห็นถึงวัฒนธรรมและทิวทัศน์ที่แปลกใหม่บ่อยๆ

CS: สุดท้ายนี้ คุณมีคำแนะนำสำหรับนักถ่ายภาพท่องเที่ยวที่มีแรงบันดาลใจอย่างไรบ้าง

J: จงเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเดินทางจากบ้านเป็นเวลานานๆ ไม่มีใครคอยให้คำแนะนำคุณได้ และโลกก็เป็นของคุณ รอให้คุณมาสำรวจค้นหา คุณจำเป็นต้องสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตด้วยตัวเองโดยการไม่กดปุ่มชัตเตอร์บ่อยๆ ลองถอยมาก้าวหนึ่งเพื่อมองดูโลก ซึ่งจะสวยสดงดงามกว่าการมองผ่านช่องมองภาพอย่างมาก กล้องที่ดีที่สุดที่คุณมีคือดวงตาทั้งสองของคุณนั่นเอง

เอื้อเฟื้อภาพทั้งหมดโดย Joseph Mark