Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
เคล็บลับการถ่ายภาพ >> All Tips & Tutorials

วิธีถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์ผ่านรั้วตาข่าย

การถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์เป็นการฝึกถ่ายภาพสัตว์ป่าได้เป็นอย่างดี แม้อาจจะไม่ตื่นเต้นเท่ากับการถ่ายภาพสัตว์ในป่า แต่การถ่ายภาพเช่นนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม ซึ่งคุณสามารถฝึกฝนเทคนิคการใช้เลนส์เทเลโฟโต้และทักษะการสังเกตของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสัตว์หายากอย่างสิงโตและเสือ อย่างไรก็ตาม รั้วตาข่ายที่ป้องกันเราให้ปลอดภัยอาจดูรกสายตาเมื่อถ่ายติดในภาพ มาดูกันว่าเราจะทำให้รั้วเหล่านี้หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ได้อย่างไร (เรื่องโดย Junichi Date, Digital Camera Magazine)

เสือดาวหิมะ

EOS 5D Mark IV/ EF100-400mm f/4.5-5.6L IS II USM + Extender EF 1.4xIII/ FL: 560 มม./ Shutter-priority AE (f/8, 1/250 วินาที, EV±0)/ ISO 2500/ WB: อัตโนมัติ

 

ภาพถ่ายของคุณไม่จำเป็นต้องบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า “ฉันถ่ายภาพนี้ในสวนสัตว์!”

ถ้าคุณไม่มีเหตุผลด้านศิลปะ ก็เป็นไปได้ว่าคุณคงไม่อยากให้ภาพถ่ายสัตว์ในสวนสัตว์ของคุณมีสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าภาพเหล่านั้นถ่ายในสวนสัตว์ ซึ่งรวมถึงตาข่ายกรง รั้ว กำแพง และวัตถุอื่นๆ ที่มนุษย์ทำขึ้น 

ตามหลักแล้ว คุณจะถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบได้ด้วยการหาตำแหน่งการถ่ายภาพที่ซ่อนสิ่งเหล่านั้นไม่ให้ผู้ชมมองเห็น แล้วรออยู่ตรงนั้นจนกว่าสัตว์จะเคลื่อนเข้ามาในตำแหน่งที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพ แต่ในความเป็นจริง ผังและการออกแบบสวนสัตว์อาจไม่เอื้ออำนวยในจุดนี้ 

ช่างภาพส่วนใหญ่จึงใช้วิธีดังต่อไปนี้แทน

ขั้นตอนพื้นฐานสำหรับถ่ายภาพผ่านตาข่ายกรง

1. ใช้เลนส์เทเลโฟโต้
2. ตั้งค่ารูรับแสงกว้าง
3. ขยับเข้าใกล้กรง/รั้วให้มากที่สุด

ตราบใดที่สัตว์ไม่ได้อยู่ใกล้รั้วตาข่ายจนเกินไป เลนส์เทเลโฟโต้และรูรับแสงกว้างจะทำให้ลวดตาข่ายอยู่นอกโฟกัสและเห็นชัดน้อยลง ยิ่งถ้ามีความบางพอ ลวดตาข่ายอาจหายไปโดยสิ้นเชิงก็เป็นไปได้

 

สิ่งที่ทำให้ผมถ่ายภาพได้สำเร็จ

แผนภาพแสดงวิธีการถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์

ภาพถ่ายหลักเป็นภาพเสือดาวหิมะชื่อ มิมิ ที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ทามะ (ฉบับภาษาอังกฤษ) ผมอยากให้ภาพถ่ายเจ้ามิมิชวนให้นึกว่ามันกำลังสะกดรอยตามเหยื่อในทุ่งหญ้า ราวกับว่ามันอยู่ในป่า 

การจัดเฟรมภาพที่แน่นขนัด
ผมจัดองค์ประกอบภาพให้แน่นมาก โดยใช้ตัวแปลงเลนส์ที่ต่อเข้ากับเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ เพื่อตัดสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้นออกจากเฟรมภาพ เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสยาวๆ จะมีระยะชัดที่ตื้นขึ้นเช่นกัน ซึ่งทำให้รั้วอยู่นอกโฟกัสและเบลอรั้วตาข่ายได้ง่ายขึ้น (อ่านเคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเฟรมภาพได้ใน เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพอย่างมืออาชีพ (1): เส้นนำสายตา จังหวะที่ไม่คาดคิด และการตัดส่วนเกิน

ขยับเข้าใกล้รั้วให้มากที่สุด
วิธีนี้จะช่วยเบลอลวดตาข่ายได้เช่นกันและจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับวิธีถัดไป

ตรวจดูให้แน่ใจว่าสัตว์ไม่ได้อยู่ใกล้ตาข่ายกรง
หากสัตว์อยู่ใกล้ตาข่ายกรงที่คุณพยายามถ่ายภาพลอดเข้าไปจนเกินไป จะทำให้ยากที่จะถ่ายภาพโดยไม่ให้ลวดตาข่ายบางส่วนอยู่ในโฟกัส รอให้สัตว์เคลื่อนตัวออกไป 

 

สามสิ่งที่ควรทราบเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น

คุณอาจยังคงเห็นร่องรอยของตาข่ายกรงอยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับสภาวะการถ่ายภาพเป็นอย่างไร ต่อไปนี้คือรายละเอียดบางประการที่ควรทราบเมื่อคุณถ่ายภาพ


1. คุณจะได้เอฟเฟ็กต์ที่ดีที่สุดเมื่อแสงแดดไม่จ้าจนเกินไป

มีช่างภาพไม่มากนักที่ทราบถึงเรื่องนี้ แต่แสงสะท้อนจากตาข่ายกรงดังเช่นในภาพตัวอย่างด้านล่าง อาจทำให้ยากที่จะซ่อนลวดตาข่ายไม่ให้เห็นได้ทั้งหมด ในวันที่แดดจ้าจะมีแสงมากขึ้น ซึ่งทำให้มีแสงสะท้อนมากตามไปด้วย ผมพบว่าการ “ลบ” ลวดตาข่ายออกจะทำได้ง่ายขึ้นถ้าอย่างน้อยมีเมฆเพียงบางส่วน 

ภาพถ่ายเสือดาวหิมะที่เห็นตาข่ายกรงอย่างชัดเจน

เคล็ดลับ: แสงที่กระจายตัวในวันที่มีเมฆครึ้มยังทำให้ขนดูนุ่มนวลมากขึ้นในภาพเช่นกัน


2. ยิ่งเส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์เล็กเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสถ่ายติดแสงสะท้อนได้น้อยลงเท่านั้น

เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์ของเลนส์ช่วยให้ประมาณขนาดชิ้นเลนส์ด้านหน้าอย่างคร่าวๆ ได้เป็นอย่างดี ยิ่งชิ้นเลนส์ด้านหน้าใหญ่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสถ่ายติดแสงที่สะท้อนจากตาข่ายกรงได้มากขึ้น หากเส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์ของคุณเล็กกว่าช่องว่างระหว่างลวดตาข่าย จะทำให้มองไม่เห็นเส้นลวดเลย หากเส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์มีขนาดเท่ากันหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย แสงสะท้อนใดๆ จะอยู่ที่ขอบภาพ ซึ่งสามารถตัดออกได้ง่าย

เคล็ดลับ: โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าการใช้เลนส์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์ไม่เกิน φ77 มม. เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด 


3. เลือกแบ็คกราวด์ที่มืด

เส้นต่างๆ ในโบเก้

คุณอาจทำให้ตาข่ายรั้วหายไปได้สำเร็จ แต่เส้นต่างๆ ยังคงปรากฏขึ้นในโบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์ และทำให้โบเก้ดูยุ่งเหยิง ควรเลือกแบ็คกราวด์ที่มืดเพื่อทำให้เห็นเส้นเหล่านี้ชัดน้อยลง  

---

ควรตระหนักถึง: การประกวดการถ่ายภาพในสวนสัตว์และการถ่ายภาพสัตว์ป่า/ธรรมชาติ

การถ่ายภาพในสวนสัตว์ค่อนข้างเป็นที่ถกเถียงกัน (ฉบับภาษาอังกฤษ) ในวงการถ่ายภาพ ช่างภาพบางคนรู้สึกว่า ภาพถ่ายของสัตว์ที่ถูกกักขังในสวนสัตว์ไม่อาจแสดงออกถึงความสง่างามของมันได้อย่างเต็มที่ และไม่ถือเป็นภาพถ่าย “สัตว์ป่า” หรือแม้แต่ภาพถ่าย “ธรรมชาติ” ด้วยซ้ำไป นอกจากนี้ ยังมีความกังวลทางจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อสัตว์ที่อยู่ในที่กักขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมี “สวนสัตว์” หลายแห่งที่แท้จริงแล้วเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อการถ่ายภาพ (ฉบับภาษาอังกฤษ)

อันที่จริง การประกวดการถ่ายภาพสัตว์ป่ารายการใหญ่ๆ หลายรายการ (เช่น Wildlife Photographer of the Year (ฉบับภาษาอังกฤษ)) ไม่ยอมรับภาพถ่ายสัตว์ที่ถูกกักขัง ซึ่งรวมถึงสัตว์ในสวนสัตว์ด้วย รายการอื่นๆ เช่น National Geographic Photo Contest (ฉบับภาษาอังกฤษ) ไม่ได้สั่งห้ามภาพถ่ายสัตว์ในสวนสัตว์ แต่กำหนดให้คุณต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่และวิธีถ่ายภาพดังกล่าว ควรอ่านกติกาการประกวดอย่างละเอียดเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดสิทธิ์ 

ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม จะถือเป็นการโกงหากส่งภาพถ่ายในสวนสัตว์ หรือแม้แต่ภาพถ่ายสัตว์ป่าที่จัดฉากขึ้น (ฉบับภาษาอังกฤษ) แล้วอ้างว่าถ่ายในป่าจริงๆ นอกจากนี้ การประกวดต่างๆ ยังต้องการภาพถ่ายที่ได้มาตามหลักจริยธรรม ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ควรทำร้ายหรือทำให้สัตว์ทรมานเพื่อให้คุณถ่ายภาพได้

บทความต่อไปนี้มาจาก National Geographic ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับคุณ: วิธีถ่ายภาพสัตว์ตามหลักจริยธรรม (ฉบับภาษาอังกฤษ)

ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพ!

----

อ่านเคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายภาพในสวนสัตว์ได้ที่:
7 เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์สำหรับการถ่ายภาพสวนสัตว์ด้วยกล้องมิเรอร์เลสและ DSLR
5 วิธีฝึกทักษะถ่ายภาพสัตว์ป่า
วิธีถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์เวลากลางคืน 

มาดูเคล็ดลับบางประการที่จะเป็นประโยชน์สำหรับการถ่ายภาพทั้งในสวนสัตว์และสัตว์ป่าดังนี้
เทคนิคการใช้กล้อง EOS 7D Mark II ของช่างภาพมืออาชีพ - ภาพสัตว์ป่า
จับภาพความเคลื่อนไหวของสัตว์ป่าด้วยการควบคุมความเร็วชัตเตอร์

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

Digital Camera Magazine

Digital Camera Magazine

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

Junichi Date

Junichi Date

เกิดที่เมืองฮิโรชิมาเมื่อปี 1962 จบการศึกษาจากแผนกวิทยาศาสตร์ภาพถ่าย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิบา นอกจากงานด้านช่างภาพ เช่น ถ่ายภาพให้นิตยสาร Date ยังมีส่วนในงานเขียนโดยใช้สิ่งที่เขาถนัดอย่างขะมักเขม้น