ผลิตภัณฑ์

การสัมภาษณ์ทีมนักพัฒนากล้อง: EOS-1D X Mark II (ตอนที่ 2) - ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับระบบโฟกัสอัตโนมัติที่ดียิ่งขึ้น

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้การโฟกัสอัตโนมัติมีความแม่นยำสูงได้ด้วยจุด AF กึ่งกลาง 5 จุดที่เรียงในแนวตั้ง อะไรคือสิ่งที่ทำให้จุด AF ทั้ง 61 จุดรองรับการโฟกัสด้วยรูรับแสงขนาด f/8 ได้ เราจะเจาะลึกข้อสงสัยในตอนที่สองของบทสัมภาษณ์นักพัฒนากล้องเพื่อทำความเข้าใจการปฏิวัติกล้อง EOS-1D X Mark II (เรื่องโดย: Junichi Date)

(จากซ้ายไปขวา)
Mitsuaki Hattori (ปฏิบัติการแผนก Image Communications Product)/ Takeshi Sakaguchi (ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products)/ Tomoya Masamura (แผนก ICP 2, ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products)/ Masato Seita (ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products)/ Teruyuki Okado (ศูนย์พัฒนา ICP 2, ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products)

 

กล้องและระบบเลนส์ที่ขยายกว้างขึ้น - ปัจจุบัน จุด AF ทั้งหมด 61 จุดรองรับการโฟกัสด้วยรูรับแสงขนาด f/8

ต่อไป ผมอยากจะรู้มากขึ้นเกี่ยวกับโฟกัสอัตโนมัติ พื้นที่ AF ในแนวตั้งยาวกว่าเดิมเล็กน้อย แต่จำนวนจุด AF และรูปแบบเลย์เอาต์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก EOS-1D X ถูกไหมครับ กล้อง DSLR เซนเซอร์ขนาด APS-C และกล้องมิเรอร์เลส ในปัจจุบัน มีพื้นที่ AF กว้างครอบคลุมบริเวณขอบภาพ หากผมขอได้ ผมคงอยากให้พื้นที่ AF ของกล้อง EOS-1D X Mark II กว้างขึ้น

ในทางเทคนิค การขยายพื้นที่ AF บนกล้องฟูลเฟรมทำยากไหมครับ

เซนเซอร์ AF ที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับกล้อง EOS-1D X Mark II ใช้ระบบ AF แบบตาข่าย 61 จุด และจุด AF ทุกจุดรองรับการโฟกัสที่รูรับแสงขนาด f/8

Sakaguchi: เราลองพยายามทุกทางเพื่อขยายพื้นที่ของเซนเซอร์ และสามารถขยายพื้นที่ AF ในแนวตั้งได้ในที่สุด อาจจะยากมากจริงๆ ถ้าจะขยายพื้นที่ตรงนี้เพิ่มอีกโดยไม่เพิ่มขนาดของกล้อง

ซ้าย: EOS-1D X Mark II    ขวา: EOS-1D X

ช่องมองภาพอัจฉริยะ II ของกล้อง EOS-1D X Mark II ให้ผู้ใช้ดูข้อมูลการถ่ายภาพ พื้นที่ครอบคลุมด้วยจุด AF ในแนวนอนยาวขึ้นกว่ากล้องรุ่นก่อน

Seita: ทีมของเราที่รับผิดชอบเรื่องการโฟกัสอัตโนมัติถามเราว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเพิ่มขนาดกระจกชิ้นที่สองอีกเล็กน้อย แต่เราไม่มีพื้นที่ที่จะทำได้แล้ว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงพยายามขยายพื้นที่ AF ให้มากเท่าที่จะทำได้โดยใช้แสงไฟกะพริบจากทุกทางไปให้ถึงขอบกระจกชิ้นที่สอง

- เช่นเดียวกับ EOS 7D Mark II มีตัวเลือก “Large Zone AF” เพิ่มเข้ามาในโหมดพื้นที่ AF บนกล้อง EOS-1D X Mark II ผมอยากทราบเกี่ยวกับโซน AF แบบเพรียวบางในแนวตั้งที่กึ่งกลาง

องค์ประกอบภาพกึ่งกลางซึ่งวางตัวแบบหลักที่กึ่งกลางภาพมักไม่ได้รับความสนใจ แต่ที่จริงแล้ว จุด AF ที่กึ่งกลางมีความแม่นยำในการทำการโฟกัสอัตโนมัติสูงที่สุด จึงมีความสามารถในการถ่ายภาพตัวแบบที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วได้แม่นยำที่สุด ผมคิดว่าการมีโซน AF ในแนวนอนที่กว้างขึ้นจะช่วยในการรักษาโฟกัสบนตัวแบบเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเสียอีก ทำไมจึงทำเป็นโซน AF กึ่งกลางที่เรียงกันในรูปแนวตั้งและยาวบนกล้อง EOS-1D X Mark II นี้ครับ นอกจากนี้ยังสามารถจัดกลุ่มจุด AF จากโซนต่างๆ ได้หรือไม่

 

ภาพแสดงตำแหน่งจุด AF บนกล้อง EOS-1D X Mark II

พื้นที่จุด AF ทั้งหมดแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ ซ้าย, กึ่งกลาง และขวา แต่ละโซนจะมีเซนเซอร์แบบ Cross-type ที่มีระบบตรวจจับและความสามารถในการโฟกัสที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แถวจุด AF แนวตั้งที่กึ่งกลางทำให้การโฟกัสอัตโนมัติในทั้งในแนวตั้ง แนวนอน และแนวเฉียงมีความแม่นยำสูงสุด

 

Sakaguchi: เราพยายามปรับทรงของเลนส์ใกล้ตาให้เหมาะสมที่สุดและปรับเลย์เอาต์เซนเซอร์ AF เพื่อเพิ่มความแม่นยำ สิ่งนี้ทำให้ได้การออกแบบที่แยกโซนกลางออกจากโซนทางซ้ายและขวา

ส่วนที่ถามว่า เราสามารถจัดกลุ่มจุด AF หลายจุดจากโซนต่างๆ ได้หรือไม่นั้น โซนทางซ้ายและขวาที่ต่อกับโซนกลางจะมีเฉพาะจุด AF ที่เป็นเส้นเท่านั้น เมื่อเราคิดถึงความสามารถในการถ่ายและติดตามตัวแบบ จึงคิดว่าไม่น่านำมารวมกับจุด AF แบบ Cross-type

Large Zone AF

ตัวเลือก Large Zone AF ซึ่งไม่เคยมีในกล้อง EOS-1D X ถูกเพิ่มเข้ามาในกล้อง EOS-1D X Mark II และเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณสมบัติ Zone AF ปกติจัดการกับตัวแบบที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วไม่ได้ โซนตรงกลางยาวถูกทำให้ยาวขึ้นเล็กน้อย

- จำนวนจุด AF มีทั้งหมด 61 จุดเหมือนกันกับ EOS-1D X แต่ที่น่าประทับใจก็คือจุด AF ทั้ง 61 จุดรองรับการโฟกัสอัตโนมัติที่รูรับแสงขนาด f/8 เมื่อกล้อง EOS-1D X เปิดตัวใหม่ๆ ไม่สามารถทำการโฟกัสอัตโนมัติด้วยรูรับแสงขนาด f/8 ได้ หลังจากเปิดตัวอัพเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ จุด AF ที่กึ่งกลางและจุด AF 4 จุด (บน, ล่าง, ซ้าย และขวา) ในพื้นที่ AF ที่กว้างขึ้นจึงสามารถรองรับการโฟกัสด้วยรูรับแสงขนาด f/8

อะไรคือเหตุผลหลักที่ทำให้จุด AF ทั้ง 61 จุดของกล้อง EOS-1D Mark II สามารถรองรับการโฟกัสอัตโนมัติด้วยรูรับแสงขนาด f/8 ได้

Sakaguchi: ลูกค้าหลายรายร้องขอเข้ามาในเรื่องความสามารถในการใช้โฟกัสอัตโนมัติด้วยรูรับแสงขนาด f/8 แต่สิ่งที่เรามอบให้ได้ในกล้อง EOS-1D X ค่อนข้างจำกัด ด้วยเหตุนี้เราจึงทุ่มเทปรับปรุงในจุดนี้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มพัฒนากล้อง EOS-1D X Mark II

เราสามารถทำให้โฟกัสอัตโนมัติด้วยรูรับแสงขนาด f/8 ที่มีความแม่นยำในการโฟกัสที่เพียงพอ โดยการขยายระบบกล้องและเลนส์ให้แสงที่ได้รับเมื่อเปิดรับแสงผ่านรูรับแสงขนาด f/8 ถูกนำมาใช้งานได้อย่างเต็มที่

ตัวต่อขยายช่องมองภาพ EF 1.4xIII การประกอบเลนส์ EF ช่วยเพิ่มทางยาวโฟกัสของเลนส์ขึ้นอีก 1.4 เท่า

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเลนส์ต่างๆ มีลักษณะเฉพาะต่างกัน การจับคู่เลนส์กับกล้องบางครั้งอาจไม่รองรับการใช้จุด AF ในเส้นรอบวงชั้นนอกสุด หรืออาจไม่สามารถใชุดงานจุด AF ได้ทั้ง 61 จุด

Masamura: สำหรับเลนส์รุ่นใหม่ เช่น EF600mm f/4L IS II USM, EF500mm f/4L IS II USM และ EF100-400mm f/4.5-5.6L IS II USM สามารถใช้จุด AF ทั้ง 61 จุดได้ แม้เมื่อจับคู่กับตัวต่อขยายซึ่งทำให้รูรับแสงกว้างสุดเป็น f/8 แต่คุณจะต้องใช้ตัวต่อขยายช่องมองภาพจากซีรีส์ 3 เท่านั้น

- เรื่องนี้เป็นจริงกับกล้อง EOS 80D ด้วยเช่นกัน กล้องนี้มีจุด AF ทั้งหมด 45 จุด ซึ่ง 27 จุดทำการโฟกัสด้วยรูรับแสงขนาด f/8 ได้ยกเว้นในบริเวณเส้นรอบวงนอกสุด เมื่อคุณใช้เลนส์ EF100-400mm f/4.5-5.6L IS II USM ประกอบกับตัวต่อขยายช่องมองภาพ Extender EF 1.4xIII กล้องสามารถทำการโฟกัสอัตโนมัติในพื้นที่นอกเหนือจากกึ่งกลาง และผู้ใช้สามารถสนุกกับการถ่ายภาพซูเปอร์เทเลโฟโต้ได้สบายๆ

บอกตามตรง ในฐานะผู้ใช้กล้อง EOS 7D Mark II ผมอิจฉาตรงจุดนี้มาก สำหรับกล้อง EOS 7D Mark II ถ้าจะอัพเดตเฟิร์มแวร์เพื่อทำให้จุด AF บางจุดนอกพื้นที่จุดกึ่งกลาง หากว่าทำทั้งหมดไม่ได้ รองรับการโฟกัสด้วยรูรับแสงขนาด f/8 จะยากไหมครับ ก่อนหน้านี้ ประสิทธิภาพของกล้อง EOS 7D เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นด้วยการใช้เฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2.0 ผมหวังว่าจะมีอัพเดตเฟิร์มแวร์ที่พลิกโฉมการทำงานออกมาพร้อมกับกล้อง EOS 7D Mark II ด้วย จะเป็นไปได้ไหมครับ

Sakaguchi: อย่างที่ผมพูดถึงไปบ้างแล้วในตอนต้น จุด AF ทั้ง 61 จุดสามารถทำการโฟกัสด้วยรูรับแสงขนาด f/8 บนกล้อง EOS-1D X Mark II เนื่องจากระบบกล้องและเลนส์ คงจะยากยิ่งกว่าหากจะเพิ่มจำนวนจุด AF ที่ทำงานกับรูรับแสง f/8 ด้วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์

- จุด AF ที่กึ่งกลางรองรับแสงระดับต่ำได้ต่ำสุดที่ EV-3 แล้วสำหรับจุด AF บริเวณขอบภาพเป็นอย่างไรบ้าง

Sakaguchi: ขีดจำกัดสำหรับสภาพแสงน้อยที่ค่า EV-3 ใช้ได้กับจุด AF ตรงกลางเมื่อใช้กล้องกับเลนส์สว่างที่มีค่ารูรับแสงอย่างน้อย f/2.8 ขณะที่ขีดจำกัดสำหรับสภาพแสงน้อยของจุด AF บริเวณขอบภาพอาจมีค่าขีดจำกัดสูงกว่าประมาณ 1 ถึง 2.5 สต็อป

กล้อง EOS-1D X Mark II มอบขีดจำกัดสำหรับสภาพแสงน้อยสูงถึง EV-3 ซึ่งทำให้ใช้โฟกัสอัตโนมัติในฉากที่มืดกว่าได้

 

อะไรคือเหตุผลในการพัฒนาการทำงานในสภาพความไวแสงน้อยของกล้อง เป็นเพราะเซนเซอร์ AF รุ่นใหม่ที่มีความไวแสงดีขึ้นหรือเปล่า

Sakaguchi: ใช่ หนึ่งในหลายเหตุผลคือความไวแสงที่ดีขึ้นของเซนเซอร์ AF นอกจากนั้น ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการโฟกัสอัตโนมัติภายใต้สภาพแสงน้อยคือจุดรบกวน เราจึงคิดค้นเซนเซอร์ AF ใหม่ที่สามารถลดจุดรบกวนจำนวนมากได้

- AI Servo AF เวอร์ชั่นล่าสุดคือ “III+” เครื่องหมาย “+” หมายถึงอะไร

Sakaguchi: AI Servo AF III มีประสิทธิภาพดียอดเยี่ยมเมื่อติดตามตัวแบบที่เคลื่อนไหวเข้าหาหรือออกห่างจากตัวกล้องอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การติดตามตัวแบบอาจช้าลงในบางกรณีเมื่อตัวแบบเปลี่ยนความเร็วหรือทิศทางการเคลื่อนไหวแบบทันทีทันใด

วิธีแก้ไขการเปลี่ยนความเร็วและทิศทางของตัวแบบแบบทันทีทันใดอย่างนี้คือ เราทำการปรับประสิทธิภาพการติดตามตัวแบบระหว่างการโฟกัสอัตโนมัติแบบคาดคะเนด้วย AI Servo AF III+ ตัวอย่างเช่น อัลกอริทึม AF แบบคาดคะเนได้รับการปรับปรุงให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงความเร็วและทิศทางแบบฉับพลันทันทีในภาพ เช่น กีฬาแข่งรถช่วงทางโค้ง ที่ตัวแบบซึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเข้าโค้ง เปลี่ยนแปลงทิศทางการเคลื่อนไหวและผละออกห่างจากกล้องด้วยความเร็วสูง

 

การเลือกจุด AF เริ่มต้นอัตโนมัติสำหรับ AI Servo AF

- เมื่อก่อน เวลาที่เลือกจุด AF อัตโนมัติสำหรับโหมด AI Servo AF เราอาจต้องจับโฟกัสที่ตัวแบบโดยใช้จุด AF เริ่มต้นที่ผู้ใช้เป็นผู้เลือก แล้วจึงกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งเพื่อเริ่ม AI Servo AF

ผมเชื่อว่า ตั้งแต่ EOS 7D Mark II เป็นต้นมาที่ได้มีการเพิ่มตัวเลือก "อัตโนมัติ" เข้ามาในการเลือกจุด AF เริ่มต้นสำหรับโหมด AI Servo AF ลำดับความสำคัญเมื่อกล้องกำหนดตัวแบบหลักในโหมดอัตโนมัติเป็นอย่างไร

Sakaguchi: เมื่อจุด AF เริ่มต้นสำหรับโหมด AI Servo AF ถูกตั้งค่าเป็น "อัตโนมัติ" กล้องจะทำงานในลักษณะเดียวกันกับ One-Shot AF ซึ่งเลือกจุด AF โดยให้ตัวแบบที่อยู่ใกล้กล้องที่สุดเป็นตัวแบบหลัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อตั้งค่าเป็น "EOS iTR AF (เน้นใบหน้า) และใบหน้าคนในภาพถูกตรวจจับด้วยเซนเซอร์ RGB+IR ความละเอียด 360,000 พิกเซล กล้องจะเลือกจุด AF เพื่อยืนยันว่าโฟกัสอยู่บนใบหน้า ฟังก์ชั่นนี้ทำให้จับโฟกัสบนใบหน้าคนได้ง่ายขึ้น แม้ว่าตัวแบบอื่นๆ ในองค์ประกอบภาพอาจอยู่ใกล้กล้องมากกว่า

EOS iTR AF บนกล้อง EOS-1D X Mark II สามารถตรวจจับและรักษา AF บนใบหน้าคนได้ แม้ว่าจะมีขนาดเล็กมาก

หากองค์ประกอบภาพของคุณค่อนข้างตายตัวและคุณรู้ว่าสิ่งที่ต้องการจับโฟกัสจะปรากฏตรงไหนในภาพ วิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกจุด AF ที่จะเริ่มโฟกัสด้วยตัวเอง ในทางกลับกัน หากตัวแบบเคลื่อนไหวแบบสุ่มและจับภาพได้ยาก การเลือกโหมด "อัตโนมัติ" จะทำให้กล้องจับโฟกัสแรกที่ตัวแบบซึ่งอยู่ใกล้กล้องที่สุดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Seita: สำหรับฟังก์ชั่นการตรวจจับใบหน้า EOS iTR AF เซนเซอร์วัดแสงความละเอียด 360,000 พิกเซลเทียบได้กับกล้องดิจิตอลในยุคที่กำลังรุ่งเรือง สามารถตรวจจับใบหน้าคน แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กๆ ในภาพเท่านั้น และสร้างโฟกัสอัตโนมัติบนใบหน้า แม้ว่าตัวแบบบุคคลจะอยู่ห่างออกไปจากกล้อง

- ผมทึ่งจริงๆ ที่กล้องสามารถเลือกจุด AF ที่ตรงกับใบหน้าคนได้เองแม้ว่าขนาดใบหน้าจะเล็กแทบจะเท่ากับขนาดจุด และยังสลับไปยังจุด AF อื่นตามการเคลื่อนไหวของตัวแบบได้ด้วย

Sakaguchi: กล้อง EOS-1D X สามารถติดตามตัวแบบด้วยจุด AF เท่านั้น เราจึงปรับแก้อัลกอรึทึมสำหรับติดตามตัวแบบของ EOS iTR AF โดยเริ่มจาก EOS 7D Mark II เพื่อให้สามารถทำการติดตามได้ทั่วพื้นที่ ด้วยอัลกอริทึมที่ปรับปรุงใหม่นี้ กล้องสามารถสลับจุด AF โดยการติดตามสีที่แตกต่างในตัวแบบ

- สำหรับตัวแบบขนาดเล็กที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและไม่สม่ำเสมอ เช่น นกป่า เป็นเรื่องยากที่จะรักษาจุดโฟกัสที่ตัวแบบด้วยจุด AF เดิมที่เลือกไว้ ยังมีอีกหลายครั้งที่ตัวแบบเคลื่อนที่ออกจากองค์ประกอบภาพทันทีตอนที่เราไม่ทันสังเกต

แน่นอน ถ้าตัวแบบเคลื่อนที่ออกจากจุด AF กล้องอาจเริ่มค้นหา AF เพื่อระบุตำแหน่งตัวแบบ ทำให้โฟกัสเปลี่ยนตำแหน่งไปยังจุดที่มีระยะโฟกัสต่างไปจากตัวแบบอย่างสิ้นเชิง สำหรับเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่มีระยะชัดตื้นและมุมรับภาพแคบ อาจเป็นเรื่องยากที่จะจับภาพตัวแบบอีกครั้งในองค์ประกอบภาพเดิม

หากจุด AF หลุดจากการติดตามตัวแบบในกรณีเช่นนี้ และกล้องไม่สามารถระบุตำแหน่งของตัวแบบหลังจากค้นหาจุดที่จะโฟกัสอัตโนมัติ เลนส์จะหยุดที่ระยะโฟกัสใกล้สุดหรือที่ระยะอนันต์

Sakaguchi: กล้องจะมองหาตัวแบบใกล้ๆ หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นระยะอนันต์แล้วหยุดตรงนั้น

- สิ่งนี้อาจเปลี่ยนแปลงตามประเภทของตัวแบบ แต่ผมเชื่อว่าจะมีโอกาสที่กล้องจะระบุตำแหน่งตัวแบบได้อีกครั้งผ่านช่องมองภาพ หากกล้องปรับโฟกัสมาเป็นระยะโฟกัสตรงจุดเดิมก่อนที่ตัวแบบจะหลุดการติดตาม คุณคิดว่าอย่างไร

Sakaguchi: คุณยังสามารถปรับค่ากล้องให้หยุดค้นหาโฟกัสได้ที่เมนู "ระบบเคลื่อนเลนส์เมื่อปรับ AF ไม่ได้"

- กว่าจะได้ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องประมาณ 14 ภาพต่อวินาที มีข้อพิจารณาด้านการออกแบบที่สำคัญอื่นๆ นอกเหนือจากการขับเคลื่อนกระจกและระบบ AF อีกไหมครับ

Seita: เซนเซอร์ภาพและระบบประมวลผลภาพอาจร้อนง่ายขึ้นเมื่อต้องทำกล้องให้สามารถใช้งานความละเอียดระดับ 4K/60p และมีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงขึ้น ดังนั้น เราจึงนำวิธีต่างๆ ที่จะระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้

ตามที่ระบุในแค็ตตาล็อกผลิตภัณฑ์ เราติดตั้งท่อระบายความร้อนบนบอร์ดติดตั้งระบบประมวลผล เพื่อที่ว่าความร้อนจะระบายออกไปยังอะลูมิเนียมอัลลอยด้านบนของช่องใส่แบตเตอรี่ นอกจากท่อระบายความร้อนแล้ว เรายังใช้ลวดตะกั่วระบายความร้อนออกมาจากภายในตัวกล้องที่เป็นโลหะ วิธีระบายอากาศอย่างทั่วถึงเพื่อป้องกันความร้อนเช่นนี้ไม่มีใน EOS-1D X

A: ท่อระบายความร้อน
B: ด้านบนของช่องใส่แบตเตอรี่อะลูมิเนียมอัลลอย

 

 

ท่อระบายความร้อน

เราวางตัวประมวลผลภาพไว้ด้านหลังเซนเซอร์ภาพเพื่อให้ได้ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูง เนื่องจากส่วนประกอบทั้งสองก่อให้เกิดความร้อน เราจึงติดตั้งท่อระบายความร้อนเพื่อวางโครงสร้างที่ทำให้ความร้อนระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพจากส่วนต่างๆ ของตัวกล้อง

- นี่คล้ายกับโครงสร้างของเมนบอร์ดเครื่องพีซีสเปคสูงหรือการ์ดจออย่างมาก มีอีกหนึ่งคำถามที่ผมลืมไปในตอนเริ่มสัมภาษณ์ ก็คือ ทำไมถึงเลือกใช้ความละเอียดประมาณ 20.2 ล้านพิกเซลสำหรับกล้อง EOS-1D X Mark II

Okado: เราพิจารณาความสมดุลระหว่างจำนวนพิกเซล (ความละเอียด) ความไวแสง ISO และอัตราเฟรม การเพิ่มจำนวนพิกเซลทีละจำนวนมากทำให้เพิ่มอัตราเฟรมภาพยาก เนื่องจากความเร็วในการอ่านสัญญาณจะช้าลง ขนาดพิกเซลก็จะเล็กลงด้วย ทำให้เพิ่มความไวแสง ISO ยากยิ่งขึ้นอีก

- ความละเอียดของกล้อง EOS-1D X อยู่ที่ประมาณ 18.0 ล้านพิกเซล สำหรับผม การเพิ่มความละเอียดเป็น 20.2 ล้านพิกเซลบนกล้อง EOS-1D X Mark II เป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

Masamura: อาจมีบางคนรู้สึกว่า เราน่าจะคงจำนวนพิกเซลไว้เท่าเดิม แต่ก็มีผู้ใช้บางส่วนที่ต้องการจำนวนพิกเซลมากขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในกล้องรุ่นเรือธง เราเชื่อว่ามีเหตุผลสำคัญในการเพิ่มความละเอียด ไม่ว่าการเพิ่มนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

- การปรับกล้องให้รองรับภาพเคลื่อนไหว 4K/60p เป็นหนึ่งในข้อพิจารณาหรือไม่ พูดอีกอย่างก็คือ จำนวนพิกเซล 20.2 ล้านพิกเซลเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับการประมวลผลภาพ 4K/60p หรือไม่

Okado: ไม่ ความละเอียดไม่เกี่ยวข้องกับภาพเคลื่อนไหว 4K

- ในอดีต เมื่อไหร่ก็ตามที่นำเซนเซอร์ภาพหรือระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่มาใช้ ความไวแสง ISO สูงสุดสำหรับการใช้งานปกติอาจเพิ่มขึ้นอย่างน้อยประมาณหนึ่งสต็อปแม้ว่าจะมีการเพิ่มจำนวนพิกเซล ดังนั้น เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่จะพบว่าความไวแสง ISO สูงสุดของกล้อง EOS-1D X Mark II ยังคงเป็น ISO 51200 เหมือนรุ่นก่อน

Hattori: โดยหลักการแล้ว จำนวนพิกเซลที่สูงขึ้นอาจทำให้มีจุดรบกวนมากขึ้น เพื่อจะแก้ไขปัญหาจุดรบกวน เราพยายามพัฒนาโครงสร้างเซนเซอร์และใช้ระบบประมวลผลภาพล่าสุดสำหรับการประมวลผลอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่ายังสามารถใช้ความไวแสงที่ ISO 51200 เป็นความไวแสง ISO สูงสุดระดับปกติได้

แท้จริงแล้ว อาจจะเหมาะที่สุดหากเราเพิ่มความไวแสง ISO อีกหนึ่งสต็อป แต่เรายังไม่สามารถไปถึงขั้นนั้นได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณจะถ่ายภาพทดสอบที่ความไวแสง ISO เท่าเดิมโดยใช้ทั้งกล้อง EOS-1D X และ EOS-1D X Mark II คุณอาจพบว่าจุดสีรบกวนมองเห็นน้อยกว่าบนกล้อง EOS-1D X Mark II ที่การตั้งค่าความไวแสง ISO สูง

ภาพที่ถ่ายโดยใช้กล้อง EOS-1D X Mark II ที่ ISO 51200 จุดสีรบกวนมองเห็นได้น้อยลงเมื่อเทียบกับกล้อง EOS-1D X และคุณภาพของภาพถ่ายยังสูงกว่าด้วย

 

- ผมมีข้อสงวนบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ ISO 25600 ในกล้อง EOS-1D X แต่ก็มีสีที่ไม่สม่ำเสมออยู่เล็กน้อยและจุดรบกวนที่ความไวแสง ISO ระดับเดิมในกล้อง EOS-1D X Mark II ผมคิดว่า ISO 25600 ในกล้อง EOS-1D X Mark II จะเป็นประโยชน์สำหรับภาพบางประเภทอย่างแน่นอน

 



 

 

Junichi Date

เกิดที่เมืองฮิโรชิมาเมื่อปี 1962 จบการศึกษาจากแผนกวิทยาศาสตร์ภาพถ่าย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิบา นอกจากงานด้านช่างภาพ เช่น ถ่ายภาพให้นิตยสาร Date ยังมีส่วนในงานเขียนโดยใช้สิ่งที่เขาถนัดอย่างขะมักเขม้น

 

Digital Camera Magazine

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

You have been logged off from your account.

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

Thank you for your continued support as a member of the CANON and SNAPSHOT Community. We will do our best to continue provide you with more exciting and meaningful content to help you in your everyday quest to bring out the best photographer within you!

Permission to continue

Your CANON ID will be MERGED with your SNAPSHOT ID.

An activation link will be sent to your email.

Please re-enter your password to give us permission to continue.

Type your password

By clicking this, you agree to merge your CANON ID to SNAPSHOT ID. Agreeing to this is subject to CANON AND SNAPSHOT’S TERMS & CONDITIONS.