ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 3] เรื่องราวของกล้อง PowerShot G1 X Mark II – เซนเซอร์และระบบประมวลผลภาพ

ตอนที่ 3 ของบทสัมภาษณ์นักพัฒนากล้อง PowerShot G1 X Mark II จะนำเสนอเซนเซอร์ภาพและระบบประมวลผลภาพ เราจะมาทำความรู้จักเซนเซอร์ภาพขนาด 1.5 นิ้วและระบบประมวลผลภาพ DIGIC 6 ใหม่เอี่ยมที่ใช้ในกล้องนี้ด้วยกัน PowerShot G1 X Mark II เป็นกล้องรุ่นระดับสูงของซีรีย์ PowerShot G ซึ่งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุดของ Canon ในบทความต่อเนื่องชุดนี้ นักพัฒนากล้องรุ่นนี้ได้แบ่งปันกับเราถึงความท้าทายต่างๆ นานาที่พวกเขาต้องเผชิญกว่ากล้องตัวนี้จะเสร็จสมบูรณ์ออกมาได้

(จากซ้ายมือ)
Norio Negishi, , ปฏิบัติการแผนก Image Communications Product, ศูนย์พัฒนา ICP 3 / Kenji Takahashi, ปฏิบัติการแผนก Image Communications Product, ศูนย์พัฒนา ICP 3, ผู้จัดการ

การผสานความชาญฉลาดเพื่อกระตุ้นประสิทธิภาพด้านออพติคอล

― เลนส์ใหม่ เซนเซอร์ขนาด 1.5 นิ้ว* และระบบ DIGIC 6 ในกล้องตัวนี้ทำงานร่วมกันอย่างไรครับ?

Takahashi ข้อมูลแสงที่รับไว้ผ่านเลนส์จะถูกบันทึกลงบนเซนเซอร์ จากนั้น เซนเซอร์จะแปลงเป็นข้อมูลดิจิตอล และระบบประมวลผลภาพก็จะทำการประมวลผลซึ่งเป็นงานหลักของกล้องดิจิตอล เพราะฉะนั้น ไม่ว่าระบบประมวลผลภาพในกระบวนการประมวลผลจะทันสมัยสักแค่ไหน หาก “ข้อมูลดิบ” ที่รับมาผ่านระบบแสงและเซนเซอร์ไม่ดี ก็ไม่อาจสร้างสรรค์ภาพสวยคุณภาพสูงได้ ชิ้นส่วนทั้งสาม อันประกอบด้วยเลนส์ เซนเซอร์ และระบบประมวลผลภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์ภาพถ่าย เนื่องจากเลนส์กล้องที่ใช้ครั้งนี้มีสเปคสูงมาก และเมื่อเซนเซอร์มีระยะระหว่างเซลล์เกือบจะเท่ากันกับของกล้อง SLR จึงสามารถนำข้อมูลที่มีคุณภาพระดับสูงเต็มพิกัดส่งถึงระบบประมวลผลภาพ (DIGIC) ได้ ด้วยระบบ DIGIC 6 จึงมีการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อดึงศักยภาพของเลนส์และเซนเซอร์ให้ปรากฏอย่างเต็มที่

Negishi หากมองในแง่ของการร่วมมือกันระหว่างการพัฒนา มีข้อดีหลายอย่างที่เห็นได้ชัดจากการใช้เซนเซอร์และระบบ DIGIC ของ Canon แน่นอนว่า เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด และสื่อสารกันมากเท่าที่จะทำได้ และเมื่อเป็นความร่วมมือภายใน Canon ก็ย่อมรวมไปถึงการแบ่งปันข้อมูลทางเทคนิคต่อกันด้วย ทำให้เราได้เซนเซอร์ที่ดีที่สุดซึ่งออกแบบให้เหมาะสำหรับเลนส์กล้องรุ่นนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ เซนเซอร์ตัวนี้ก็ยังช่วยให้เกิดการปรับภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเลนส์และ DIGIC 6

*จำนวนพิกเซลทั้งหมด : ประมาณ 15.0 ล้านพิกเซล
จำนวนพิกเซลที่ใช้จริง : ประมาณ 12.8 ล้านพิกเซล (3:2)

Takahashi เราอาจได้แบบเดียวกันในส่วนของการลดจุดรบกวนด้วย สำหรับการลดจุดรบกวน เป้าหมายคือ การแยกระหว่างจุดรบกวนกับพื้นผิวของตัวแบบ และวิธีการในการลบจุดรบกวนของภาพ เราเชื่อว่า การลดจุดรบกวนที่ขจัดพื้นผิวของตัวแบบไปด้วยย่อมลดทอนคุณภาพของภาพถ่ายลง เราจึงพยายามที่จะจัดการกับจุดรบกวน โดยยังคงรักษาพื้นผิวของตัวแบบเอาไว้ให้ได้มากที่สุด สิ่งที่สำคัญในส่วนนี้คือ การที่การทำงานของเลนส์ เซนเซอร์ และระบบประมวลผลภาพมีการประสานรวมกัน เลนส์จะบันทึกลายพื้นผิวของตัวแบบอย่างถูกต้องแม่นยำว่าเป็นพื้นผิว และจุดรบกวนที่เกิดขึ้นรอบเซนเซอร์ถูกลบออกโดยตัวเซนเซอร์เอง ทำให้สามารถลบจุดรบกวนด้วยกระบวนการลดจุดรบกวนของ DIGIC ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ แม้ว่าข้อมูลเข้าสู่ DIGIC จะอยู่ในระดับที่ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นสัญญาณของพื้นผิวหรือจุดรบกวน นี่เป็นเพราะระบบประมวลผลภาพไม่อาจรับมือกับปัญหานี้ได้โดยตัวมันเอง เลนส์และเซนเซอร์ของกล้อง G1 X Mark II ต่างมีประสิทธิภาพการทำงานสูง และการป้อนข้อมูลเข้าสู่ DIGIC ยังมีคุณภาพที่สูงมาก ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้ที่จะออกแบบการตั้งค่าที่สามารถลบเฉพาะจุดรบกวนอย่างไม่มีออมชอม

Negishi การตั้งค่าการลดจุดรบกวนบนกล้อง G1 X Mark II มีความละเอียดอย่างมาก กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการปรับภาพโดยเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าอย่างละเอียดตามสภาพการถ่าย และกล้องนี้ยังสามารถกำหนดค่าเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมายที่เทียบไม่ได้กับกล้องรุ่นอื่น อีกทั้งประสิทธิภาพการทำงานของกล้องยังสามารถใช้ถ่ายภาพท้องฟ้าที่มีดาวพร่างพรายได้สบายๆ ด้วย Star Mode และคุณจะได้ภาพที่ชัดใสที่สุด เมื่อใช้กับขาตั้งกล้อง

― การพัฒนาครั้งนี้มีความแตกต่างอะไรบ้างครับ เมื่อเทียบกับกล้อง SLR หรือกล้องมิเรอร์เลส?

Negishi เนื่องจากกล้อง G1 X Mark II เป็นกล้องดิจิตอลคอมแพคที่มีเลนส์ติดตั้งอยู่ในตัว ข้อมูลเลนส์จึงถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้สามารถทำการแก้ไขในจุดที่เหมาะสมกับเลนส์อย่างดีที่สุดได้ ตำแหน่งของเลนส์จะเปลี่ยนแปลงตามการซูม ดังนั้น เซนเซอร์ก็จะเปลี่ยนข้อมูลบางอย่างด้วย เช่น การแรเงา ให้พอเหมาะ และด้วยเลนส์ที่ติดตั้งในตัวนี้เอง การปรับความพอเหมาะจึงทำได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นข้อดีที่หาไม่ได้ในกล้องแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ เลนส์นี้มีขนาดเท่ากับเลนส์กล้อง SLR หากลองจินตนาการเลนส์ที่มีระยะโฟกัสที่ f/2.0(W) ถึง f/3.9(T) คุณคงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่กล้องจะมีขนาดเพียงเท่านี้

Takahashi DIGIC ก็เช่นเดียวกันครับ กล้องที่มีเลนส์ติดตั้งในตัวสามารถนำข้อมูลลักษณะของเลนส์และสภาพของเลนส์ขณะถ่ายภาพมาใช้ได้ง่าย ยิ่งกว่านั้น กล้องประเภทนี้ยังประมวลผลค่าที่เหมาะที่สุดตามลักษณะและสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วย เมื่อกล้องรุ่นนี้เป็นกล้องที่มีเลนส์ติดตั้งในตัว การตั้งค่าอย่างละเอียดเพื่อให้มีความเหมาะสมสูงสุดสำหรับคุณภาพภาพถ่ายจึงสามารถทำได้

อัตราส่วนภาพหลายแบบ (Multi-Aspect)

พื้นที่ขอบนอกสุดอัตราส่วน 4:3 ในกล้องหลายรุ่นก่อนหน้านี้จะถูกบันทึกเป็น CR2

เมื่ออัตราส่วนการบันทึกเป็น 3:2 และ 16:9 บนกล้อง G1 X Mark II อัตราส่วนภาพ 3:2 จะถูกบันทึกเป็น CR2

เมื่ออัตราส่วนการบันทึกเป็น 4:3, 1;1 และ 4:5 บนกล้อง G1 X Mark II อัตราส่วนภาพ 4:3 จะถูกบันทึกเป็น CR2

― ปัจจุบันสามารถบันทึกภาพ RAW ด้วยอัตราส่วน 3:2 ได้แล้ว แนวคิดนี้ทำขึ้นเพื่อผู้ใช้กล้อง SLR หรือเปล่าครับ?

Negishi ใช่ครับ เราพัฒนาส่วนนี้ขึ้นโดยตระหนักถึงความต้องการของคนที่ใช้กล้อง SLR เป็นประจำ สำหรับอัตราส่วนภาพหลายแบบในปัจจุบัน ภาพอัตราส่วน 4:3 จะต้องผ่านการตัดแต่งขอบเพื่อสร้างเป็นภาพอัตราส่วน 3:2 แต่ในครั้งนี้ เซนเซอร์แบบ 1.5 นิ้ว* ถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สามารถถ่ายภาพที่ใช้ประโยชน์จากเลนส์มุมกว้าง 24 มม. เทียบเท่าฟอร์แมตฟิล์ม 35 มม. เพื่อสร้างภาพในอัตราส่วน 4:3 และ 3:2

*จำนวนพิกเซลทั้งหมด : ประมาณ 15.0 ล้านพิกเซล จำนวนพิกเซลที่ใช้จริง : ประมาณ 12.8 ล้านพิกเซล (3:2)

Takahashi รายละเอียดสเปคกล้องเช่นนี้ค่อนข้างมีความยุ่งยากในเชิงเทคนิค รวมทั้งเพิ่มปริมาณงาน เพราะเหมือนเป็นการออกแบบกล้องสองตัวที่มีอัตราส่วนภาพ 4:3 และ 3:2 ด้วยปริมาณงานด้านการออกแบบที่จะมากมายยิ่งกว่าการผลิตกล้องธรรมดาๆ ทำให้นักพัฒนาบางคนมีความไม่แน่ใจในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อพวกเขาเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้ พวกเขาจึงทุ่มเทเพื่อการพัฒนายิ่งขึ้นอีก

รุ่นก่อนหน้า: 4:3 (ซ้าย), รุ่นก่อนหน้า 3:2 (ขวา)

A: ภาพอัตราส่วน 3:2 สำหรับรุ่นก่อนหน้านี้ เป็นข้อมูลเดียวกันกับภาพที่ตัดส่วนหัวและท้ายของภาพอัตราส่วน 4:3

G1 X MarkII 4:3 (ซ้าย), G1 X MarkII 3:2 (ขวา)

B: บันทึกพื้นที่ภาพทางด้านซ้ายและขวาซึ่งจะไม่ปรากฏในภาพอัตราส่วน 4:3 ที่มีการตัดขอบบนและล่างออกเล็กน้อย

― ความเร็วของระบบโฟกัสอัตโนมัติและประสิทธิภาพการถ่ายภาพต่อเนื่องได้รับพัฒนาควบคู่กับความเร็วในการประมวลผลภาพที่รวดเร็วขึ้นไหมครับ?

Negishi อัตราเฟรมของเซนเซอร์ที่นำเข้าข้อมูลสำหรับการโฟกัสอัตโนมัติเพิ่มขึ้น ความเร็วในการอ่านจึงเร็วขึ้นตาม ความเร็วในการโฟกัสนั้นเป็นปัญหามาตั้งแต่เริ่มทำตระกูล G1 X การเพิ่มความเร็วจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ จากการพัฒนาร่วมกับด้านออพติคอล ความเร็วในการโฟกัสอัตโนมัติของกล้อง G1 X รุ่นนี้รวดเร็วขึ้นถึงเกือบสองเท่า

Takahashi นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการถ่ายภาพต่อเนื่องก็เพิ่มขึ้นด้วย กล้อง G1 X รุ่นก่อนหน้ามีการถ่ายต่อเนื่องความเร็วสูงคุณภาพสูง (HQ) อยู่ที่ประมาณ 4.5 ภาพต่อวินาที แต่จากการแก้ไขลำดับของการถ่ายภาพต่อเนื่องในครั้งนี้ เดี๋ยวนี้ กล้องตัวนี้มีความเร็วมากกว่า 4.5 ภาพต่อวินาที (TBD) และสามารถถ่ายต่อเนื่องได้จนกว่าหน่วยความจำของสื่อบันทึกจะเต็ม เมื่อพัฒนาความเร็วในการประมวลผลภาพและการแก้ไขลำดับของการถ่ายภาพต่อเนื่องนี่เอง โอกาสในการถ่ายภาพจึงมีมากขึ้นในกล้อง G1 X Mark II

― ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 6 ใช้งานได้ดีกับการถ่ายภาพยนตร์ กล้อง G1 X Mark II ตัวนี้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายภาพยนตร์ดีขึ้นไหมครับ?

Takahashi อย่างที่ได้พูดเอาไว้แล้วนะครับ เราปรับปรุงการลดจุดรบกวนให้ดีขึ้นอย่างมากเพื่อการถ่ายภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน โดยเพิ่มช่วงการถ่ายสำหรับฉากที่มีแสงน้อย ระบบนี้ดำเนินการประมวลผลเบื้องต้นประมาณ 9 เท่าพอๆ กับ DIGIC 5 ดังนั้น ความแม่นยำในการแยกพื้นผิวและจุดรบกวน รวมถึงประสิทธิภาพในการลดจุดรบกวนจึงได้รับการพัฒนาทั้งสองด้าน ยิ่งกว่านั้น ความหลากหลายในการถ่ายทอดภาพและระยะการถ่ายภาพก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากค่า f มีความสว่างเพิ่มขึ้น จึงสามารถถ่ายทอดภาพแบบเบลอพื้นหลังได้ในกล้อง G1 X รุ่นนี้ ทั้งยังถ่ายภาพได้แม้ในพื้นที่ที่มืดอีกด้วย

กระบวนการโฟกัสผ่านการปรับให้สมเหตุสมผลและมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการถ่ายภาพ

― มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการถ่ายภาพใหม่ๆ เช่น การถ่ายภาพสร้างสรรค์และการถ่ายภาพ HDR แบบถือกล้องด้วยมือ ด้วยใช่ไหมครับ?

Takahashi การถ่ายภาพสร้างสรรค์ซึ่งใช้ครั้งแรกกับกล้อง PowerShot N จะถ่ายภาพสามภาพต่อเนื่องเมื่อกดปุ่มชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว เมื่อตรวจสอบฉากที่ถ่ายแล้ว กล้องจะตกแต่งเอฟเฟ็กต์ที่เหมาะสมเข้าไปโดยอัตโนมัติ เช่น การใส่กรอบภาพ ตัดแต่งขอบภาพ และใส่ฟิลเตอร์สี แล้วสร้างภาพขึ้นมา 6 ภาพ ส่วนการถ่ายภาพ HDR จะถ่ายภาพหลายภาพและผสานเป็นภาพเดียวโดยวางซ้อนกันบนไดนามิกเรนจ์ที่กว้าง ดังนั้น ฟังก์ชั่นนี้จึงใช้การประมวลผลค่อนข้างหนักทีเดียว การประมวลผลภาพแบบเดียวกันนี้ทำได้ด้วย DIGIC 5 เช่นกัน แต่เมื่อใช้ DIGIC 6 เวลาในการถ่ายภาพก็ลดน้อยลง และกระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ดังนั้น จึงเป็นจึงสะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ใช้มากขึ้น ข้อเท็จจริงที่ว่า กล้องนี้สามารถเพิ่มเอฟเฟ็กต์เข้ามา 5 แบบเทียบเท่ากับกล้อง EOS 5D Mark II แสดงให้เห็นว่า กล้องนี้น่าจะให้คุณค่าที่น่าพอใจสำหรับผู้ใช้กล้อง SLR ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมองถึงการถ่ายภาพสร้างสรรค์ จะเห็นได้ว่าฟังก์ชั่นนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้ระดับสูงที่ใช้กล้อง PowerShot N ผมหวังว่าจะเห็นผู้คนสนุกกับการใช้กล้องนี้ค้นพบโลกใหม่แห่งภาพถ่ายซึ่งพวกเขาไม่เคยได้สัมผัส

― มีอะไรอยากฝากถึงผู้ใช้ไหมครับ?

Negishi ที่ Canon เราไม่พัฒนากล้องโดยยึดมาตรฐานแบบเทียบเคียง เช่น “บริษัทอื่นมีคุณสมบัตินี้ งั้นเราจะทำแบบนี้ด้วย” Canon ดำเนินตามมาตรฐานความสมบูรณ์แบบ และดำเนินตามนั้นจนกว่าจะบรรลุมาตรฐาน นั่นแหละคือลักษณะการทำงานของเรา ในฐานะกล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นเรือธงที่นำเสนอโดย Canon กล้อง G1 X Mark II พัฒนาขึ้นสู่จุดที่คุณอาจพูดได้ว่า จะพัฒนาเซนเซอร์และระบบประมวลผลภาพที่ดีไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน จึงแทบไม่มีจุดด้อยใดๆ หลงเหลืออยู่ และผมเชื่อว่า กล้องตัวนี้บรรลุความสมดุลที่ดีตามแบบฉบับของกล้อง Canon แล้ว ผมอยากให้คุณได้เพลิดเพลินในการใช้งานกล้องนี้จริงๆ

ฟิลเตอร์เพื่อการถ่ายภาพสร้างสรรค์ใหม่

ศิลปะ คมเข้ม

ภาพสีน้ำ

Inter-exposure Zoom

Filter Composition
ผสานภาพถ่ายสองภาพที่ผ่านกระบวนการใช้ฟิลเตอร์สีต่างๆ

PowerShot G1 X Mark II

รูรับแสงกว้างสุดของเลนส์: f/2.0 (W) - f/3.9 (T)
ทางยาวโฟกัสของเลนส์: 24 มม. (W) - 120 มม. (T)*1
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 5 ซม.
ชนิดของเซนเซอร์ภาพ: เซนเซอร์ CMOS 1.5 นิ้ว *2
ระบบประมวลผลภาพ: DIGIC 6

*1 เทียบเท่าฟอร์แมตฟิล์ม 35 มม.
*2 จำนวนพิกเซลทั้งหมด : ประมาณ 15.0 ล้านพิกเซล, จำนวนพิกเซลที่ใช้จริง : ประมาณ 12.8 ล้านพิกเซล (3:2)

คลิกที่นี่เพื่อดูรายล&#

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

You have been logged off from your account.

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

Thank you for your continued support as a member of the CANON and SNAPSHOT Community. We will do our best to continue provide you with more exciting and meaningful content to help you in your everyday quest to bring out the best photographer within you!

Permission to continue

Your CANON ID will be MERGED with your SNAPSHOT ID.

An activation link will be sent to your email.

Please re-enter your password to give us permission to continue.

Type your password

By clicking this, you agree to merge your CANON ID to SNAPSHOT ID. Agreeing to this is subject to CANON AND SNAPSHOT’S TERMS & CONDITIONS.