ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

ผลิตภัณฑ์ >> ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

PowerShot G7 X Mark II: กล้องระดับไฮเอนด์หลักที่มาพร้อมกับการพัฒนาที่ยอดเยี่ยม

2016-07-28
1
3.85 k
ในบทความนี้:

PowerShot G7 X Mark II เป็นกล้องดิจิตอลคอมแพคระดับไฮเอนด์ที่ต่อยอดมาจากกล้อง PowerShot G7 X ที่วางตลาดเมื่อปี 2014 เราลองมาดูการพัฒนาใหม่ๆ ทั้งในด้านรูปลักษณ์และฟังก์ชันการทำงานที่ทำให้กล้องรุ่นนี้โดดเด่นจากรุ่นก่อนหน้ากัน (เรื่องโดย: Takeshi Ohura)

 

สเปคกล้องที่สร้างความพึงพอใจอย่างมากแม้แต่สำหรับผู้ใช้ที่มองการณ์ไกลมากที่สุด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราพยายามสร้างความมั่นใจว่ากล้องดิจิตอลคอมแพคมาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายทอดภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมมากกว่าสมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอลคอมแพคจึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานกล้องที่มองการณ์ไกลมากที่สุด

PowerShot G7 X Mark II คือหนึ่งในกล้องที่ว่านั้น เนื่องจากเป็นกล้องรุ่นต่อจาก PowerShot G7 X ที่วางตลาดครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2014 นี่จึงเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพคที่มีสเปคครบครัน มีเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.0 นิ้ว เลนส์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่พร้อมการซูมแบบออปติคอล 4.2 เท่า ระบบประมวลผลภาพใหม่ล่าสุด (DIGIC 7) รวมถึงคุณสมบัติมากมายที่ผู้ใช้งานกล้อง EOS รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

ความกะทัดรัดที่สืบทอดมาจากกล้อง PowerShot G7 X

ก่อนอื่นเราจะมาดูรูปลักษณ์ภายนอกของกล้องกัน ในแง่ของขนาด PowerShot G7 X Mark II ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากเท่าใดนัก ด้วยตัวกล้องขนาด (กว้าง × สูง × ลึก)  105.5 × 60.9 × 42.2 มม. น้ำหนัก 319 ก. (รวมแบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำ) พูดได้ว่ากล้อง PowerShot G7 X Mark II สืบทอดดีไซน์กะทัดรัดมาจากกล้องรุ่นก่อนหน้านี้

ขณะที่ PowerShot G7 X มีพื้นผิวที่ทำจากโลหะ PowerShot G7 X Mark II มีพื้นผิว ทำจากเรซิ่นที่มีดีไซน์คล้ายหนังเนื้อละเอียด ทั้งยังเพิ่ม ส่วนมือจับใหม่เข้าไปที่่ทางด้านหน้าของตัวกล้อง จึงทำให้กล้องรุ่นนี้มีรูปลักษณ์และสัมผัสที่แตกต่างจากกล้องรุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย การปรับโฉมใหม่ช่วยให้การถือกล้องทำได้ง่ายยิ่งขึ้น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพด้วยส่วนมือจับที่มั่นคงยิ่งขึ้น

 

ส่วนมือจับที่เพิ่มเข้ามาใหม่รวมถึงดีไซน์ที่เรียบง่ายซึ่งทำให้ืถือกล้องได้ง่ายขึ้นเป็นพิเศษ พื้นผิวทำจากเรซิ่นที่ออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับหนังเนื้อละเอียดคือสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่เช่นกัน

 

การใช้งานที่คุ้นเคยพร้อมด้วยจอแบบปรับเอียงที่ขณะนี้สามารถปรับเอียงลงต่ำได้แล้ว

ผู้ใช้งาน PowerShot G7 X จะรู้สึกคุ้นเคยกับรูปแบบการจัดวางปุ่มควบคุมต่างๆ PowerShot G7 X Mark II สืบทอดการออกแบบแป้นควบคุมแบบซ้อนกันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งประกอบไปด้วยวงแหวนเลือกโหมดวางซ้อนอยู่ด้านบนของวงแหวนชดเชยแสง อย่างไรก็ดี วงแหวนชดเชยแสงได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

หนึ่งในข้อแตกต่างสำคัญที่ทำให้กล้องทั้งสองรุ่นไม่เหมือนกันคือ ความหลากหลายของจอแบบปรับเอียงได้ หน้าจอของกล้อง PowerShot G7 X Mark II สามารถปรับเอียงลงต่ำสุดได้ถึง 45 องศา ช่วยให้การถ่ายภาพมุมสูงในแนวนอนทำได้ง่ายขึ้น หน้าจอ LCD เป็นแบบสัมผัส ขนาด 3.0 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านจุด ซึ่งโดยพื้นฐานจะเหมือนกับหน้าจอของกล้อง PowerShot G7 X

วงแหวนเลือกโหมดวางซ้อนอยู่ด้านบนของวงแหวนชดเชยแสง วงแหวนชดเชยแสงถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น และยังมีการเคลื่อนที่เป็นลำดับขั้นอย่างเหมาะสม ช่วยให้คุณใช้งานง่ายขึ้นเพียงใช้นิ้วหัวแม่มือขวาเท่านั้น

 

หน้าจอ LCD ของกล้อง PowerShot G7 X สามารถปรับเอียงขึ้นได้สูงสุดถึง 180 องศา ขณะที่ในกล้อง PowerShot G7 X Mark II สามารถปรับเอียงลงต่ำสุดได้ 45 องศา

วงแหวนควบคุมที่ฐานเลนส์ยังถ่ายทอดคุณสมบัติมาจาก PowerShot G7 X ด้วยเช่นกัน แต่ในขณะนี้คุณสามารถปรับแต่งความรู้สึกในการใช้งานวงแหวนควบคุมให้เป็นได้ทั้งการควบคุมแบบลำดับขั้นหรือต่อเนื่องได้อีกด้วย การเคลื่อนที่แบบลำดับขั้นของวงแหวนควบคุมสามารถเปิด/ปิดใช้งานได้โดยใช้ก้านต่อเฉพาะซึ่งสามารถพบได้ที่ฐานของเลนส์ คุณสามารถตั้งค่าการควบคุมแบบลำดับขั้นขณะกำหนดฟังก์ชันต่างๆ ได้ เช่น การตั้งค่าการเปิดรับแสง ความไวแสง ISO การซูมเป็นลำดับขั้น และสามารถตั้งค่าการควบคุมอย่างต่อเนื่องสำหรับการโฟกัสแบบแมนนวลที่เงียบเชียบได้ ทั้งหมดนี้ช่วยให้การควบคุมต่างๆ ง่ายดายยิ่งขึ้น และยังอาจกล่าวได้ว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้งานวงแหวนควบคุมได้มาก

ในขณะนี้คุณสามารถเลือกวงแหวนควบคุมระหว่างการควบคุมแบบลำดับขั้นหรือต่อเนื่องได้ที่ฐานเลนส์ ส่วนที่นูนขึ้นดังที่เห็นในภาพคือก้านสวิตช์สำหรับเลือกการควบคุมแบบลำดับขั้น/ต่อเนื่อง

 

หน้าจอตั้งค่าวงแหวนควบคุมให้คุณสามารถกำหนดฟังก์ชันต่างๆ ให้ักับวงแหวนควบคุมได้ เช่น ความไวแสง ISO โฟกัส การซูมแบบลำดับขั้น และอื่นๆ ผมขอแนะนำให้ตั้งค่าฟังก์ชันทั้งหลายดังกล่าวร่วมกับฟังก์ชันควบคุมแบบลำดับขั้น/ต่อเนื่อง

 

หน้าจอเวลาที่ถ่ายภาพเมื่อกำหนดฟังก์ชันการซูมแบบลำดับขั้นให้กับวงแหวนควบคุม ทางยาวโฟกัสโดยเทียบเท่้าจะแสดงขึ้นที่ด้านล่างของจอ

อีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่ของกล้อง PowerShot G7 X Mark II คือ การแสดงเมนู ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับในกล้องซีรีย์ EOS ผู้ใช้กล้อง EOS จะรู้สึกคุ้นเคยและสะดวกสบายเมื่อใช้งานเมนูต่างๆ อาจกล่าวได้ว่าการปรับปรุงใหม่นี้สามารถมอบความสมบูรณ์แบบในการทำงานของกล้องในระดับที่สูงขึ้น

ปุ่มควบคุมที่ด้านหลังของตัวกล้องไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนมากนัก ซึ่งสะท้อนว่ากล้องสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ

 

เซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้วกลายเป็นคุณสมบัติมาตรฐาน

เราได้เกริ่นไปแล้วข้างต้นว่าเซนเซอร์ภาพของกล้องเป็นเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.0 นิ้ว ซึ่งช่วยให้เราได้เอฟเฟ็กต์โบเก้ที่มีขนาดใหญ่อย่างง่ายดาย (นอกเหนือจากการถ่ายภาพระยะใกล้) เมื่อเทียบกับการถ่ายด้วยกล้องของสมาร์ทโฟน ทั้งยังได้โบเก้จำนวนมากอีกด้วย

นอกจากนี้ แน่นอนว่าทั้งกระบวนการแสดงสี ลักษณะความไวต่อแสงสูง ฯลฯ ยังเหนือกว่าสมาร์ทโฟนอยู่มาก ก่อนหน้านี้ กล้องดิจิตอลคอมแพคส่วนใหญ่ใช้เซนเซอร์ภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว และ 1/2.3 นิ้ว อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้สูงมากที่ขนาด 1.0 นิ้ว จะกลายมาเป็นคุณสมบัติมาตรฐานในอนาคต ความละเอียดที่ใช้งานจริงของเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้วในกล้อง PowerShot G7 X Mark II อยู่ที่ประมาณ 20.1 ล้านพิกเซล

ความไวแสง ISO พื้นฐานคือ ISO 125 และมีความเร็วสูงสุดที่ ISO 12800 เมื่อเราใช้เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.0 นิ้ว แม้แต่ช่วงความไวแสง ISO สูงก็สามารถใช้งานได้อย่างเพียงพอ

 

เมื่อตั้งค่าความไวแสง ISO เป็น [อัตโนมัติ] คุณสามารถตั้งค่าช่วงของการเปลี่ยนแปลงเป็น "มาตรฐาน" เร็ว" หรือ "ช้า" ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

 

กล้องมีโหมดเน้นโทนภาพบริเวณสว่างที่ผู้ใช้กล้อง EOS รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นฟังก์ชันที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะนำมาใช้เมื่อคุณต้องการเก็บรายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อยในบริเวณที่สว่าง

 

กล้องรุ่นแรกที่ใช้ระบบ DIGIC 7 และรูปแบบภาพ

การปรับปรุงระบบประมวลผลภาพของกล้องในครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจมองข้ามได้ นอกจากระบบ DIGIC 7 ใหม่ล่าสุดจะพัฒนากระบวนการแสดงโทนสีและลักษณะความไวต่อแสงสูงแล้ว ยังทำให้ความสามารถในการประมวลผลภาพดีขึ้น ด้วยความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงถึง 8 เฟรมต่อวินาที อีกทั้งระบบประมวลผลภาพยังเชื่อถือได้ในเรื่องระบบป้องกันการสั่นไหว ด้วยการควบคุมกลไกลออปติคอลด้วยเซนเซอร์ไจโรโดยใช้ Dual Sensing IS ซึ่งจะพิจารณาอัลกอริทึมตามข้อมูลภาพที่เซนเซอร์ภาพรวบรวมไว้ 

คุณสมบัติการแก้ไขภาพใช้ความเร็วชัตเตอร์ 4 ขั้นตอน รูรับแสงกว้างสุดของเลนส์อยู่ที่ระหว่าง f/1.8-2.8 ซึ่งให้ความสว่างที่มากพอและยังแก้ไขปัญหากล้องสั่นได้ ยิ่งไปกว่านั้น DIGIC 7 ยังสามารถประมวลผลการแก้ไขการกระจายแสงซึ่งทำให้ความละเอียดลดลงเมื่อเลนส์ลดค่ารูรับแสง ดังนั้น ผู้ใช้จึงต้องระมัดระวังในเรื่องดังกล่าวขณะลดขนาดรูัรับแสงให้แคบลงเมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ ฯลฯ

ระบบออปติคอลยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจาก PowerShot G7 X คุณจึงไดุ้มุมรับภาพที่เทียบเท่ากับ 24 ถึง 100 มม. เช่นเดิม ส่วนจำนวนขั้นตอนในการแก้ไขภาพสำหรับระบบป้องกันการสั่นไหวได้เพิ่มขึ้นเป็น 4 ขั้นตอน

 

กล้องติดตั้งฟิลเตอร์ ND ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะใช้เมื่อต้องการถ่ายภาพด้วยการเปิดรูรับแสงกว้างอย่างเต็มที่หรือสำหรับการถ่ายภาพแบบเปิดรับแสงเป็นเวลานาน สำหรับการใช้งานปกติ คุณควรจะสามารถตั้งค่าฟังก์ชันนี้เป็นโหมดอัตโนมัติได้โดยไม่เกิดปัญหา

อีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่ของกล้องคือ รูปแบบภาพ ซึ่งในกล้อง EOS จะนำคุณสมบัตินี้มาใช้เพื่อปรับแต่งภาพ อีกทั้งยังสามารถปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น ความเปรียบต่างและความอิ่มตัวของสี (ความสดใสของสี) เพื่อควบคุมให้ได้ผลภาพตามที่ต้องการในลักษณะเดียวกับที่คุณสามารถทำได้ในกล้องซีรีย์ EOS อีกด้วย แน่นอนว่าหากคุณจะใช้กล้องรุ่นนี้เป็นกล้องเสริมสำหรับกล้อง EOS การปรับแต่งรูปแบบเพื่อให้ภาพออกมาโดดเด่นในสไตล์ที่เหมือนกันก็ทำได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ กล้องยังรองรับการบันทึกแบบ 14 บิตสำหรับไฟล์ภาพ RAW และเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้วมีขอบที่สามารถนำมาใช้สำหรับภาพที่ใช้กระบวนการแสดงโทนสีอย่างเต็มที่

 

เลนส์ที่เหมาะกับกล้องดิจิตอลคอมแพคระดับไฮเอนด์

สเปคของเลนส์ได้แก่ มุมรับภาพที่เทียบเท่ากับ 24 ถึง 100 มม. และค่ารูรับแสงกว้างสุดที่ f/1.8 ที่ระยะมุมกว้าง และ f/2.8 ที่ฝั่งเทเลโฟโต้ เนื่องจากเป็นเลนส์ซูมของกล้องดิจิตอลคอมแพค เลนส์จึงค่อนข้างสว่างและสามารถใช้เพื่อสร้างภาพโบเก้ขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการถ่ายด้วย ด้วยเลนส์แก้ความคลาดทรงกลมสามชิ้น และชิ้นเลนส์ UD หนึ่งชิ้น รวมถึงการเคลือบผิวแบบ Super Spectra Coating และไดอะแฟรมไอริส 9 กลีบแบบดั้งเดิมของ Canon ส่วนประกอบของเลนส์จึงเหมาะกับกล้องดิจิตอลคอมแพคระดับไฮเอนด์

นอกจากนี้ กล้องยังมีระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 5 ซม. ที่ระยะมุมกว้าง และ 40 ซม. ที่ฝั่งเทเลโฟโต้ ก่อนหน้านี้ กล้องไม่สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ด้วยเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้วได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ยืดเลนส์ออก กล้องปิด

 

ยืดเลนส์ออก ฝั่งมุมกว้าง

 

ยืดเลนส์ออก ฝั่งเทเลโฟโต้ เวลาเริ่มต้นประมาณ 1.2 วินาที

 

จอภาพ Live View ไม่มีข้อมูลแสดง

 

จอภาพ Live View แสดงข้อมูล 1

 

จอภาพ Live View แสดงข้อมูล 2 (เส้นตาราง / ระดับแนวนอน / ฮิสโตแกรม)

 

ฟังก์ชันการถ่ายภาพคร่อมยังมีฟังก์ชันการคร่อมโฟกัสที่เปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสขณะถ่ายภาพต่อเนื่องระหว่างการโฟกัสแบบแมนนวลอีกด้วย

 

กล้องมีแฟลชในตัว แม้จะไม่ทราบค่าไกด์นัมเบอร์ ช่วงแฟลชที่ใช้งานได้คือ 0.5 ม. ถึง 7 ม. สำหรับระยะมุมกว้าง และ 0.4 ม. ถึง 4 ม. ที่ฝั่งเทเลโฟโต้

 

ใช้แบตเตอรี่ NB-10L ลิเธียมไอออน กล้องสามารถถ่ายภาพได้สูงสุดถึง 265 ภาพเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม (สอดคล้องตามมาตรฐาน CIPA/ พร้อมเปิดหน้าจอ LCD)

 

มาพร้อมแท่นชาร์จแบตเตอรี่ CB-2LH ซึ่งรองรับการชาร์จผ่าน USB ด้วยเช่นกัน

 



 

 

Takeshi Ohura

เกิดเมื่อปี 1965 ที่จังหวัดมิยะซะกิ Ohura จบการศึกษาจากแผนกการถ่ายภาพจากวิทยาลัยศิลปะ มหาวิทยาลัยนิฮอง หลังจากทำงานในแผนกตัดต่อกับบริษัทการวางแผนการออกแบบและนิตยสารรถมอเตอร์ไซค์ เขาผันตัวมาเป็นช่างภาพอิสระ เขาเขียนบทความให้กับนิตยสารด้านการถ่ายภาพจากประสบการณ์ในการใช้กล้องดิจิตอลสำหรับการถ่ายภาพโฆษณา นอกเหนือจากการทำงาน เขาชอบดูภาพถ่ายและหาเวลาเยี่ยมชมแกลเลอรี่อยู่เสมอ Ohura ยังเป็นสมาชิก Camera Grand Prix Selection Committee อีกด้วย

 

Digital Camera Watch

ส่งข่าวสารรายวันเกี่ยวกับเรื่องราวของกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงซอฟต์แวร์ตกแต่งภาพ นอกจากนี้ยังเผยแพร่บทความต่างๆ เช่น รีวิวการใช้กล้องดิจิตอลจริงพร้อมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องรุ่นใหม่ๆ

http://dc.watch.impress.co.jp/

 

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา