ผลิตภัณฑ์

บทสัมภาษณ์นักพัฒนากล้อง EOS 5D Mark IV (ตอนที่ 1): แนวคิดการพัฒนาและการปรับปรุงบอดี้กล้องให้ดียิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาสี่ปีแห่งการรอคอย การเปิดตัวกล้อง EOS 5D Mark IV โฉมใหม่ซึ่งเป็นรุ่นที่ปรับปรุงล่าสุดได้รับความสนใจอย่างมาก กล้องได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถขยายขอบเขตการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านภาพถ่ายได้หลากหลายแนวมากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์ทีมผู้พัฒนากล้องถึงแนวคิดและการออกแบบบอดี้กล้อง (ผู้สัมภาษณ์: Ryosuke Takahashi ภาพหมู่: Takehiro Kato)

 

(แถวหลัง จากซ้ายมือ)
Kazuki Haraguchi, Megumi Inazumi, Keisuke Kudo, Yasuyuki Watazawa, Takashi Kon, Kiyoshi Tachibana, Yutaka Kojima, Hiroaki Nashizawa

 

ระบบควบคุมแรงสั่นสะเทือนของกระจกได้รับการพัฒนาให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงถึงประมาณ 7 fps

- สโลแกนของ EOS 5D Mark IV รุ่นใหม่คืออะไร

Tachibana: สโลแกนของเราที่ใช้ทั่วโลกคือ "กล้องที่มีความสามารถรอบตัว" แม้ว่าภูมิภาคต่างๆ อาจมีแนวทางการนำเสนอสโลแกนที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วทุกแห่งตั้งใจที่จะสื่อข้อความว่ากล้อง EOS 5D Mark IV สามารถใช้กับภาพได้ทุกประเภทตั้งแต่ภาพทิวทัศน์ไปจนถึงภาพกีฬา

- คุณมีวิธีตัดสินใจอย่างไรว่ากล้องควรมีจำนวนพิกเซลเท่าใด (เช่น ประมาณ 30.4 ล้านพิกเซล)

Tachibana: เราพิจารณาถึงความสมดุลของปัจจัยต่างๆ อาทิ การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงและประสิทธิภาพความไวแสง ISO ก่อนที่จะเราจะตัดสินใจว่าจำนวนพิกเซลที่ดีที่สุดสำหรับกล้องรุ่นนี้คือประมาณ 30.4 ล้านพิเซล ผู้ใช้งานเป้าหมายของกล้องซีรีส์ EOS 5D คือช่างภาพที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของภาพถ่าย ในฐานะสมาชิกทีมพัฒนากล้อง เราจึงคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่กำหนดคุณภาพของภาพถ่าย และตัดสินใจว่าเราต้องการให้ผู้ใช้ของเรารู้สึกถึงความก้าวหน้าในเรื่องความละเอียดของภาพถ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับกล้อง EOS 5D Mark III จากข้อพิจารณานี้ เราจึงมุ่งเน้นที่คุณภาพภาพถ่ายของ "กล้องที่มีความสามารถรอบตัว" ในแง่ของจำนวนพิกเซลเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคุณสมบัติมากมายที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

 

EOS 5D Mark IV/ EF11-24mm f/4L USM/ FL: 11 มม./ Aperture-priority AE (f/8.0, 1/320 วินาที, EV-0.7)/ WB: แสงแดด

 

- มีแผนที่จะนำคุณสมบัติการยกเลิกเอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์ Low-pass ที่คล้ายคลึงกับที่มีในกล้อง EOS 5DS R มาใช้หรือไม่

Nashizawa: นอกจาก EOS 5DS R ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติการยกเลิกเอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์ Low-pass แล้ว เรายังเปิดตัวกล้อง EOS 5DS ไปในเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งกล้องนี้จะมาพร้อมกับฟิลเตอร์ Low-pass ตามปกติ Canon ยังคงรักษาจุดยืนที่ว่าฟิลเตอร์ Low-pass เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และเราเชื่อว่า EOS 5DS R ยังไปไม่ถึงจุดที่จะอยู่โดยไม่มี EOS 5DS ขณะที่เรากำลังพัฒนากล้อง EOS 5D Mark IV นั้น เราได้จำลองคุณภาพของภาพถ่ายเมื่อเอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์ Low-pass ถูกยกเลิก เรายังพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับความบกพร่องของภาพที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาสีเพี้ยนและเอฟเฟ็กต์มอเร่ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าเราควรเก็บฟิลเตอร์ Low-pass ไว้ในที่สุด

- ช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเบื้องหลังทางเทคนิคที่ทำให้ได้ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดประมาณ 7 fps หน่อยครับ

Kojima: จากมุมมองเรื่องกลไก ปัจจัยหลักที่มีส่วนช่วยคือการพัฒนาระบบควบคุมแรงสั่นสะเทือนของกระจก แม้ทั้ง EOS 5DS และ EOS 5DS R จะใช้ประโยชน์จากระบบที่คล้ายคลึงกัน แต่เราได้ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในกล้อง EOS 5D Mark IV โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้พัฒนากลไกที่หยุดไม่ให้กระจกสั่นสะเทือนในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งทำให้เราสามารถเพิ่มอัตราเฟรมให้สูงขึ้นได้

 

 

- อะไรคือส่วนประกอบหลักที่ช่วยควบคุมกระจกครับ

Kojima: ส่วนประกอบหลักๆ ได้แก่ การใช้มอเตอร์แรงบิดสูงและกลไกก้านแบบใหม่ กลไกที่ช่วยพลิกกระจกขึ้นลงโดยใช้มอเตอร์และเฟืองลูกเบี้ยวนั้นมีความคล้ายคลึงกับที่นำมาใช้ในกล้อง EOS 5DS และ EOS 5DS R ก็จริง แต่กล้อง EOS 5D Mark IV แตกต่างตรงที่มอเตอร์แรงบิดสูงใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการขับเคลื่อนและควบคุมความเร็ว โดยที่ความเร็วลดลงอย่างมากเพื่อลดการสั่นสะเทือน อย่างไรก็ตาม กลไกของก้านที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่จะช่วยลดการเคลื่อนของกระจกชิ้นรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการหยุดการสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างมาก

 

การออกแบบบอดี้อันทรงพลัง

- ในแง่ของการออกแบบ EOS 5D Mark IV มีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง

Inazumi: EOS 5D เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของแบรนด์ Canon และยังครองสถานะที่สำคัญในซีรีส์ EOS นอกจากการสืบทอด "รูปลักษณ์ที่หรูหราสง่างาม" ซึ่งเป็นคุณลักษณะของซีรีส์ EOS 5D รุ่นก่อนๆ แล้ว การออกแบบ EOS 5D Mark IV ยังบ่งบอกถึงพลังอีกด้วย ข้อแรก โครงสร้างโดยรวมของกล้องแตกต่างจากเดิมอย่างมาก หรือถ้าจะให้เจาะจงลงไปก็คือ ขอบด้านหน้าของปุ่มทั้งสี่ปุ่มของกรอบด้านบนมีลักษณะลาดลง ซึ่งเมื่อมองกล้องจากด้านบนจะช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความทนทาน ขณะเดียวกันยังให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งเมื่อมองจากด้านหน้า นอกจากนี้ เรายังได้พยายามสื่อถึงความรู้สึกมีพลังผ่านความเปรียบต่างระหว่างพื้นผิวที่เรียบกับขอบที่คมและละเอียด ซึ่งช่วยดึงเอาความแข็งแกร่งภายในกล้องออกมา ยิ่งไปกว่านั้น เรายังออกแบบส่วนบนสุดของมือจับใหม่ โดยเพิ่มความหนาที่บริเวณรอบๆ ปุ่มชัตเตอร์ เพื่อทำให้บอดี้ทั้งหมดดูเคร่งขรึมจริงจังและสื่อถึงพลังของกล้องได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

- คุณไม่ได้แค่ทำให้ส่วนมือจับมีความหนาขึ้น

Inazumi: ไม่ครับ เราไม่ได้ทำให้ส่วนมือจับทั้งหมดหนาขึ้น เราพยายามที่จะไม่ลดความสะดวกสบายของส่วนมือจับ แม้ว่าเราจะปรับปรุงดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนรูปลักษณ์ของกล้องใหม่ และเพิ่มความคงทนมากยิ่งขึ้น เพนทาปริซึมของกล้อง EOS 5D Mark IV มาพร้อมกับ GPS ในตัวและโมดูล Wi-Fi ดังนั้น เราจึงใช้กรอบด้านบนที่ทำจากแมกนีเซียม แต่เปลี่ยนวัสดุต่างๆ รอบเซนเซอร์เป็นเรซินเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนของสัญญาณ เราร่วมมือกับแผนกออกแบบเพื่อปรับแนวเส้นที่เชื่อมต่อวัสดุที่ต่างกันสองชนิดรวมถึงส่วนประกอบต่างๆ ให้มีความเหมาะสมเพื่อให้การออกแบบดูลื่นไหล เนื่องจากตัวส่งสัญญาณทำจากเรซิน เราจึงไม่สามารถใช้สีเดียวกันกับส่วนที่ทำจากโลหะได้ ดังนั้น การรักษาความรู้สึกผสมผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขณะใช้สีที่แตกต่างกันเพื่อให้สามารถเข้ากันได้กับพื้นผิวของกรอบด้านบนที่ทำจากแมกนีเซียมจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างท้าทาย

 

 

ดีไซน์ที่เปลี่ยนไปของกล้อง EOS 5D Mark IV ใหม่

ด้านหน้า

ช่องต่อที่มีไว้เชื่อมต่อกับสายลั่นชัตเตอร์ (A) ถูกย้ายไปที่บริเวณด้านหน้าของ EOS 5D Mark IV ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมทีมงานจึงเปลี่ยนดีไซน์ของเพลตโลโก้ (B) นอกจากนี้ คุณอาจมองไม่เห็นในทันทีว่าเราได้เพิ่มวงแหวนที่มีคุณสมบัติในการกันฝุ่นและกันน้ำในตัวเข้ามาในเส้นรอบวงนอกสุดของเมาท์เลนส์ด้วย (C)

ด้านหลัง

แม้ไม่ได้แก้ไขตำแหน่งของปุ่มหลักๆ แต่มีการเพิ่มปุ่มเลือกพื้นที่ AF ใหม่ (D) เข้าไป ส่วนการปรับโฉมเล็กน้อยอื่น ๆ ได้แก่ ตำแหน่งของดัชนีสำหรับการถ่ายภาพ Live View/สวิตช์การถ่ายภาพเคลื่อนไหว (E) การออกแบบวงแหวน Quick Control (F) และตำแหน่งของเซนเซอร์แสง (G)

 

- กล้องมีน้ำหนักเบากว่าเดิม 60 กรัม แม้ว่าจะรวมชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น GPS และโมดูล Wi-Fi เข้าไปด้วย ทำอย่างไรจึงสามารถทำได้เป็นผลสำเร็จครับ

Kojima: เราอาจต้องขอบคุณความมุ่งมั่นตั้งใจของพนักงานในทีมออกแบบกลไกที่ดูแลเรื่องการลดน้ำหนักของกล้อง (หัวเราะ) ทีมออกแบบกลไกไม่ลืมให้ความสำคัญกับความจำเป็นที่จะต้องทำให้กล้องมีน้ำหนักเบาลงขณะพัฒนาสเปคกล้องไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สำหรับ GPS และ Wi-Fi เราได้เปลี่ยนวัสดุจากสแตนเลสไปเป็นอะลูมิเนียมเพื่อให้ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน เราพยายามที่จะรักษาความทนทานของบอดี้กล้องซึ่งเป็นแนวคิดที่สำคัญไว้ เช่น โดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนเรซินบางอย่างไปเป็นชิ้นส่วนโลหะ ความพยายามที่จะปรับส่วนต่างๆ ให้เหมาะสมเหล่านี้ทำให้เราได้กล้อง EOS 5D Mark IV ที่มีน้ำหนัก 60 กรัม ซึ่งเบากว่ากล้อง EOS 5D Mark III มาก

 

- ช่วยเล่าให้ฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดที่คุณให้ความสำคัญเพื่อรับประกันถึงคุณสมบัติป้องกันฝุ่นและกันน้ำหน่อยครับ

Kojima: เราได้พัฒนาคุณสมบัติในการป้องกันน้ำสำหรับรอยต่อต่างๆ ที่อยู่ภายนอกตัวกล้อง โดยเราเลือกใช้วัสดุที่กันน้ำได้ แม้แต่สำหรับชิ้นส่วนต่างๆ ที่เราคิดว่าเป็น "รอยต่อที่มีความแม่นยำสูง" หรือแม้แต่กับชิ้นส่วนภายนอกที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อโดยไม่มีระยะห่างเลยก็ตาม นอกจากนี้ การปิดรอยต่อต่างๆ ของฝาปิดช่องบรรจุแบตเตอรี่ยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย ในอดีตที่่ผ่านมา วัสดุซีล เช่น ฟองน้ำจะใช้วิธีติดเข้ากับฝาปิดแบตเตอรี่ ซึ่งอาจทำให้วัสดุดังกล่าวถูกบีบอัดและผิดรูปเพื่อปิดรอยต่อต่างๆ เมื่อปิดฝาแบตเตอรี่ อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจทำให้ฝาปิดล็อกไม่สนิทในบางกรณี และแบตเตอรี่อาจเด้งออกมาระหว่างการใช้งาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานกล้องด้วย สมาชิกทีมออกแบบของเราจึงแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยการให้ความสำคัญกับรายละเอียดซึ่งรวมถึงมุมเอียงเล็กๆ น้อยๆ ของส่วนประกอบการล็อคต่างๆ รวมถึงแรงผลักของวัสดุซีล นอกจากนี้ ขณะนี้ฝาปิดช่องต่ออุปกรณ์ได้ถูกแยกออกเป็นสี่ส่วนเพื่อให้สามารถกันฝุ่นและน้ำได้ดียิ่งขึ้น

 

ดีไซน์ที่เปลี่ยนไปของกล้อง EOS 5D Mark IV ใหม่

ด้านบน


นอกจากการออกแบบส่วนบนสุดของมือจับ (H) ใหม่แล้ว ยังเปลี่ยนวิธีประทับตัวอักษรบนวงแหวนเลือกโหมด (I) อีกทั้งการออกแบบบริเวณรอบปุ่มชัตเตอร์ยังได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพื่อสื่อถึงความรู้สึกที่หรูหราสง่างามมากขึ้นเช่นกัน (J)

ด้านข้าง


ขณะนี้ฝาปิดช่องต่ออุปกรณ์ได้ถูกแยกออกเป็นสี่ส่วน (K) เพื่อความสามารถในการกันฝุ่นและน้ำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้ชิ้นส่วนแยกต่างหากสำหรับฝาปิดเพนทาปริซึม (L) และเปลี่ยนแนวเส้นของขอบที่เชื่อมต่อเพนทาปริซึมกับกรอบด้านบนเพื่อให้บอดี้กล้องทั้งหมดดูโค้งมนขึ้น

 

รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับข่าวสาร เคล็ดลับและลูกเล่นในการถ่ายภาพได้โดย ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับเรา!

 

 

Ryosuke Takahashi

 

เกิดที่จังหวัดไอชิเมื่อปี 1960 Takahashi เริ่มทำงานอิสระในปี 1987 หลังจากทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาและสำนักพิมพ์ และเนื่องจากรับถ่ายภาพให้กับนิตยสารชื่อดัง เขาจึงได้เดินทางจากที่อยู่ประจำ คือ ญี่ปุ่นและจีน ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Japan Professional Photographers Society (JPS) ด้วย

 

Digital Camera Magazine

 

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.