เคล็บลับการถ่ายภาพ

คำแนะนำในการสร้างเอฟเฟ็กต์แฉกแสงด้วยดวงอาทิตย์

การมีดวงอาทิตย์ในภาพถ่ายของคุณมักจะทำให้เกิดปัญหาแสงย้อน แต่อันที่จริงแล้วนั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยงเสมอไป ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับและการตั้งค่าที่ควรใช้ในกล้องเพื่อถ่ายภาพที่สวยงามน่าทึ่ง นั่นก็คือ แสงจากดวงอาทิตย์อันแรงกล้าสามารถแปรสภาพเป็นแฉกแสง (หรือที่เรียกกันว่าเอฟเฟ็กต์ "แสงจ้าของดวงอาทิตย์") ได้ (เรื่องโดย: studio9)

EOS 5D Mark II/ f/22/ 1/1250 วินาที/ ISO 200

 

แสงย้อนจากดวงอาทิตย์สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์อันน่าทึ่งได้!

เราลองมาดูภาพถ่ายสองภาพด้านล่างนี้กัน ทั้งสองภาพนี้เป็นภาพหุ่นยนต์กันดั้มขนาดมหึมาในย่านโอไดบะของกรุงโตเกียว ซึ่งถ่ายในสภาวะย้อนแสงด้วยเอฟเฟ็กต์ภาพถ่ายแบบซิลูเอตต์อย่างนุ่มนวล และมีการรวมดวงอาทิตย์เข้าไว้ในภาพเพื่อสร้างความโดดเด่น อีกทั้งภาพทั้งสองยังถ่ายจากมุมรับภาพที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ภาพไหนที่ทำให้คุณประทับใจมากกว่ากัน

EOS 5D Mark II/ f/5.0/ 1/8000 วินาที/ ISO 100

 

EOS 5D Mark II/ f/22/ 1/320 วินาที/ ISO 100

แม้ว่าทั้งสองภาพจะถ่ายภาพดวงอาทิตย์ด้วยเอฟเฟกต์แฉกแสงเหมือนกัน แต่ในภาพที่สองแสงแดดดูสว่างจ้ากว่า และยังให้รัศมีของแสงที่ชัดเจน คุณเองก็สามารถสร้างเอฟเฟกต์แบบนี้ได้ อ่านต่อเพื่อทราบวิธีการได้เลย!

 

ไอเดียหลักที่ 1: ยิ่งใช้ค่า f ต่ำมากเท่าใด เอฟเฟ็กต์แฉกแสงจะชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

หัวใจสำคัญของเอฟเฟ็กต์แฉกแสงอยู่ที่การตั้งค่ารูรับแสง
ภาพแรกถ่ายที่ f/5.0 ขณะที่ภาพที่สองถ่ายโดยใช้ f/22 นั่นคือความแตกต่างเพียงอย่างเดียว ซึ่งแสดงว่าเมื่อพูดถึงแหล่งกำเนิดแสง เช่น ดวงอาทิตย์ ยิ่งเราใช้ค่า f มากเท่าใด (รูรับแสงแคบลง) จะทำให้รัศมีของแสงแผ่ขยายเป็นวงกว้างยาวออกไปด้านนอกและเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

 

ไอเดียหลักที่ 2: ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนรัศมีของแฉกแสงและเลนส์ของคุณ

จำนวนของ "จุด" ที่เอฟเฟ็กต์แฉกแสงของคุณมี (เช่น จำนวนรัศมีของแฉกแสงที่แผ่ขยายจากแหล่งกำเนิดแสง) จะขึ้นอยู่กับจำนวนม่านรูรับแสงของไดอะแฟรมรูรับแสงภายในเลนส์

ม่านรูรับแสงจะเปิดและปิดเพื่อปรับปริมาณแสงที่เข้าสู่เลนส์ ซึ่งโดยปกติเรียกกันว่า "รูรับแสง" หากจำนวนม่านรูรับแสงที่ต่างกันเป็นจำนวนคู่จะทำให้แฉกแสงมีจำนวนเท่ากัน แต่หากจำนวนม่านรูรับแสงที่ต่างกันเป็นจำนวนคี่จะทำให้จำนวนจุดของแฉกแสงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ในภาพด้านบนสุด มีจุดแฉกแสงอยู่ทั้งหมด 8 จุด ซึ่งแสดงว่าเลนส์ที่ใช้มีม่านรูรับแสงทั้งหมด 8 กลีบ แต่หากใช้เลนส์ที่มีม่านรูรับแสง 7 กลีบ จุดแฉกแสงจะมีเท่ากับ 7 x 2 = 14 ดังนั้น หากคุณให้ความสำคัญกับจำนวนจุดของแฉกแสงที่จะได้รับ ให้พิจารณาถึงข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของเลนส์ที่คุณมีคือจำนวนม่านรูรับแสง ซึ่งมักจะระบุไว้ในแค็ตตาล็อกอย่างเป็นทางการ รวมถึงเว็บไซต์ของผู้ผลิต

 

เคล็ดลับ 5 ข้อในการสร้างเอฟเฟ็กต์แฉกแสงด้วยดวงอาทิตย์

 

1. ใช้โหมด Aperture-Priority (Av)

คุณจำเป็นต้องปรับการตั้งค่ารูรับแสงของคุณ ดังนั้น ให้ตั้งโหมดการถ่ายภาพไปที่โหมด Aperture-priority (Av) จากนั้น ให้หมุนวงแหวนและตั้งค่าตัวเลข f ในกล้องให้สูงที่สุด โดยค่าตัวเลข f นั้นจะแตกต่างกันไปตามเลนส์ที่ใช้ แต่คุณควรตั้งค่าไว้ที่ f/22 เป็นอย่างน้อย เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

 

2. ใช้การชดเชยแสงเป็นลบ

เมื่อดวงอาทิตย์สว่างจ้ามาก คุณจะได้ภาพที่มีส่วนที่สว่างจ้าเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณกึ่งกลางภาพ อันที่จริงแล้ว หากใช้การตั้งค่าแบบปกติ จุดของแฉกแสงอาจสว่างจ้าจนเกินไปด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้ดวงอาทิตย์เปล่งประกายสว่างขึ้นในภาพ ให้ตั้งค่าการชดเชยแสงเป็นค่าลบ โดยค่า EV-2 หรือ -3 ถือว่าเหมาะสม

EOS 5D Mark II/ f/22/ 1/1250 วินาที/ ISO 200
ใช้การชดเชยแสงเป็นค่าลบมากขึ้น และคุณจะได้ภาพถ่ายซิลูเอตต์ซึ่งมีเอฟเฟ็กต์ที่เปี่ยมเสน่ห์ในตัวเอง (ต่อไปนี้เป็นบทความเกี่ยวกับ วิธีถ่ายภาพซิลูเอตต์ในสภาวะแสงย้อนด้วยเลนส์เทเลโฟโต้) ในภาพนี้มีจุดแฉกแสงถึง 18 จุด ซึ่งหมายความว่าภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ที่มีม่านรูรับแสงถึง 9 กลีบ

 

3. ลองถ่ายภาพในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสและปลอดโปร่ง

หากเมฆบดบังดวงอาทิตย์หรือมีหมอกในบรรยากาศจะทำให้แสงแดดกระจายตัว และทำให้รัศมีของแสงที่เกิดจากเอฟเฟ็กต์แฉกแสงดูไม่ชัดเจนและเจิดจ้าเท่าที่ควร ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือลองใช้เอฟเฟ็กต์แฉกแสงจากดวงอาทิตย์ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสและเป็นสีน้ำเงิน

นอกจากนี้ ยิ่งแหล่งกำเนิดแสงมีความเข้มมากเท่าใด (เช่น ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่จุดแสงที่เข้มจะรวมเป็นจุดเดียว) เอฟเฟ็กต์แฉกแสงจะยิ่งเจิดจ้ามากขึ้นเท่านั้น การปิดกั้นแสงจากดวงอาทิตย์เพียงเล็กน้อยจนดูเหมือนว่าแสงลอดผ่านจากเงาของวัตถุอีกชิ้นหนึ่ง (เช่นในตัวอย่างด้านล่าง) จะทำให้คุณได้ผลภาพที่น่าทึ่งและมีชีวิตชีวา!

EOS 5D Mark II/ f/16/ 1/1000 วินาที/ ISO 160

 

ในภาพต่อไปนี้ แสงแดดส่องประกายผ่านช่องว่างของประตูทางเข้าศาลเจ้าโทริ หากสภาพการถ่ายค่อนข้างดี คุณควรจะได้เอฟเฟ็กต์แฉกแสงที่มีความจ้าในระดับเดียวกัน ภาพนี้ยังไม่ได้ผ่านการปรับแต่งแต่อย่างใด

EOS 5D Mark II/ f/22/ 1/15 วินาที/ ISO 800

 

4. ตรวจดูให้แน่ใจว่าเลนส์ของคุณสะอาด

เมื่อคุณถ่ายภาพโดยใช้รูรับแสงแคบ ภาพที่ได้จะมองเห็นฝุ่นและรอยเปื้อนชัดเจน และจะยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อคุณเพิ่มดวงอาทิตย์เข้าไปในสมการด้วย เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์จะสะท้อนคราบฝุ่นให้เห็น

ลองใช้กระจกเงาส่องภาพดูอีกที คุณเห็นจุดสว่างใกล้กับแฉกแสงหรือไม่ นั่นคือจุดที่เกิดจากคราบฝุ่นบนเลนส์ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบดังกล่าวบนภาพถ่ายของคุณ ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าผิวเลนส์สะอาด

 

5. อย่าจ้องมองดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน

การมองดูดวงอาทิตย์โดยตรงอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ แม้ว่าคุณจะมองผ่านช่องมองภาพแบบออพติคอลก็ตาม ดังนั้น จึงไม่ควรจ้องมองดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน

 

สรุป

ในที่สุดคุณก็ได้ไอเดียหลักและเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีถ่ายภาพดวงอาทิตย์ให้มีเอฟเฟ็กต์แฉกแสง ซึ่งจะช่วยเน้นรัศมีของแสงที่เจิดจ้าแล้ว ทั้งนี้ จุดแฉกแสงและจำนวนของจุดดังกล่าวจะเห็นเด่นชัดมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับเลนส์ของคุณ แต่สำหรับตรงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก ขอแนะนำให้คุณใช้ค่าตัวเลข f ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ เรายังสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์แฉกแสงจากแหล่งกำเนิดแสงในภาพทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้

เลนส์โปรดที่ผมใช้เพื่อถ่ายภาพเอฟเฟ็กต์ดังกล่าวคือ EF16-35mm f/2.8L II USM เนื่องจากให้เอฟเฟ็กต์แฉกแสงที่สวยงามเมื่อกำหนดค่าที่ประมาณ f/8 เป็นต้นไป ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการทดลองถ่ายภาพดวงอาทิตย์ต่างๆ มากขึ้น ภาพทั้งสองภาพด้านล่างนี้ถ่ายที่ค่า f/13 โดยใช้เลนส์ EF16-35mm f/2.8L II USM

EOS 5D Mark III/ f/13/ 1/500 วินาที/ ISO 100

 

EOS 5D Mark III/ f/13/ 10 วินาที/ ISO 200

 

โดยสรุป แม้ว่าการถ่ายภาพในสภาวะแสงย้อนอาจทำได้ยาก เนื่องจากการได้ระดับแสงที่เหมาะสมเป็นความท้าทายอย่างมาก แต่ผมหวังว่าคำแนะนำเพื่อให้ได้เอฟเฟ็กต์แฉกแสงนี้จะช่วยให้คุณสนุกสนานเพลิดเพลินได้


คุณสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์แฉกแสงด้วยแฟลชภายนอก หยดน้ำ และเลนส์มาโครด้วยเช่นกัน คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูล
เทคนิคการใช้เลนส์มาโคร: ถ่ายภาพหยดน้ำที่ส่องประกายด้วยเลนส์มาโคร


สำหรับเคล็ดลับและบทช่วยสอนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากเอฟเฟ็กต์แสงย้อน โปรดดูบทความต่อไปนี้
4 ขั้นตอนในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่มีแสงเข้าทางด้านหลังให้ดูุนุ่มนวลชวนฝัน
เทคนิคของเลนส์เทเลโฟโต้: การสร้างโบเก้ซ้อนกันหลายชั้น

 

รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับข่าวสาร เคล็ดลับและลูกเล่นในการถ่ายภาพได้โดย ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับเรา!

 

EOS 5D Mark III (Body)

กล้อง EOS 5D Mark III (Body) หยุดการผลิตแล้ว กล้อง EOS 5D Mark IV วางจำหน่ายแล้ววันนี้
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม (จะนำคุณไปยังหน้า EOS 5D Mark IV)

studio9

เว็บไซต์ด้านการถ่ายภาพของญี่ปุ่นที่เริ่มต้นเมื่อปี 2011 ด้วยสโลแกนว่า "ให้การถ่ายภาพใกล้ตัวคุณยิ่งขึ้น" เว็บไซต์นี้นำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับทุกคนที่ชอบการถ่ายภาพ นอกจากเนื้อหาบนเว็บไซต์แล้ว studio9 ยังมีการจัดสัมมนาและเวิร์กช็อปอีกด้วย

http://photo-studio9.com/

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.