ผลิตภัณฑ์

สัมภาษณ์นักพัฒนากล้อง: PowerShot G7 X Mark II (ตอนที่ 1)

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2016 ที่ผ่านมา Canon เปิดตัวกล้อง PowerShot G7 X Mark II ทายาทต่อจาก PowerShot G7 X กล้องคอมแพคพรีเมี่ยมเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้วรุ่นนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกล้องที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นในปี 2015 ทำไมกล้องที่ขายดีที่สุดรุ่นใหม่นี้ถึงต้องมี "Mark II" ห้อยท้ายชื่อรุ่นด้วย ในบทสัมภาษณ์ตอนที่ 1 นี้ เราจะมาถามนักพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน และทราบถึงแนวคิดการพัฒนารวมถึงการนำระบบประมวลผลภาพ DIGIC 7 มาใช้

 

(จากซ้ายมือ)

หัวหน้าฝ่ายออกแบบ
Hideaki Yamaki
ผู้จัดการศูนย์พัฒนา ICP 3, ปฏิบัติการแผนก Image Communications Product

 

คุณภาพของภาพถ่าย
Kota Terayama
ศูนย์วิจัยและพัฒนา ICP 2, ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products

 
 

ระบบ IS
Shimpei Miyahara
ศูนย์วิจัยและพัฒนา ICP 2, ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products

 

วางแผนผลิตภัณฑ์
Yoshikazu Sakagami
ICP กลุ่ม 3, ปฏิบัติการแผนก Image Communication Products

 
 

PowerShot G7 X - ความลงตัวของคุณภาพภาพถ่ายที่เป็นเลิศและขนาดกะทัดรัด

- กล้อง PowerShot G7 X Mark II เป็นกล้องระดับใดในซีรีส์ G

Sakagami: กล้อง PowerShot ซีรีส์ G เป็นกลุ่มกล้องซึ่งมุ่งเน้นระบบการควบคุมและคุณภาพของภาพถ่ายที่ดีที่สุด คุณสมบัติที่ดีที่สุดทั้งหมดของ Canon ถูกนำมาประกอบเข้าเป็นดีไซน์ดังที่เห็น ทั้งเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้ว ไปจนถึงเลนส์ ระบบประมวลผลภาพ และการออกแบบภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะถ่ายภาพอย่างมีความสุขและสนุกที่ได้เป็นเจ้าของกล้องซีรีส์ G นี้ กล้องตระกูล PowerShot G7 X ผลิตขึ้นบนแนวคิดภาพถ่ายคุณภาพดีเยี่ยมในกล้องขนาดพกพา มอบความลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างขนาดกล้องดิจิตอลคอมแพค คุณภาพของภาพถ่ายเป็นเลิศ และประสิทธิภาพการทำงานที่สูง กล้องตระกูลนี้เป็นกล้องแกนหลักของซีรีส์ G ซึ่งผู้ใช้จะได้สัมผัสกับความพึงพอใจที่แท้จริงจากกล้องคอมแพคพรีเมี่ยมที่ให้คุณภาพภาพถ่ายดีเยี่ยมในบอดี้ขนาดเล็ก

Yamaki: PowerShot G7 X Mark II เป็นการปฏิวัติอีกระดับของกล้องซีรีส์นี้ โครงสร้างเลนส์รวมซึ่งมีเฉพาะในกล้องคอมแพคได้ถูกนำมาใช้ควบคู่กับเซนเซอร์ที่ปรับให้เหมาะสมที่สุดและเลนส์ที่สร้างอีกระดับความลงตัวระหว่างคุณภาพของภาพถ่ายอย่างกล้อง EOS ในขนาดกล้องคอมแพค

แนวคิดเบื้องหลังการพัฒนากล้อง PowerShot ซีรีส์ G แต่ละรุ่นมีดังนี้:

  • Powershot G1 X Mark II: รุ่นเรือธง
  • Powershot G3 X: ระดับการซูมสูง
  • Powershot G5 X: EVF
  • Powershot G7 X Mark II: ขนาดกะทัดรัด ประสิทธิภาพสูง
  • Powershot G9 X: เพรียวบาง

ยกระดับคุณภาพรอบด้านด้วย DIGIC 7

- กล้องรุ่นนี้มีการปรับปรุงอะไรเพิ่มขึ้นจาก PowerShot G7 X บ้างครับ

Sakagami: มีการปรับปรุงหลายอย่างตามเสียงตอบรับของผู้ใช้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนมาใช้ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 7 ใหม่ครับ ไม่ใช่แค่ยกระดับคุณภาพของภาพถ่าย แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพการตรวจจับและการติดตามตัวแบบ และระบบ Image Stabilization ด้วย ทั้งยังมีคุณสมบัติการถ่ายภาพใหม่เพิ่มเข้ามา เช่น การแพนกล้อง

Yamaki: ใช่ครับ พลังของเลนส์และเซนเซอร์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ กล้อง PowerShot G7 X และ G5 X ประกอบด้วยซูมออพติคอล 4.2 เท่า รูรับแสง f/1.8 (W) - f/2.8 (T) และเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้วและทั้งสองรุ่นเป็นรุ่นมาสเตอร์พีซ นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้เราสามารถขยายศักยภาพของระบบประมวลผล DIGIC 7 ให้ถึงขีดสูงสุดเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบของกล้องขนาดกะทัดรัดและคุณภาพของภาพถ่ายที่ดีเยี่ยม ทำให้กล้องรุ่นนี้มีการออกแบบที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้อย่างแท้จริง

Sakagami: ผมยังคิดว่าการประมวลผลรูปแบบภาพและภาพ RAW บนตัวกล้อง PowerShot G7 X Mark II ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับกล้อง EOS ก็เป็นจุดสำคัญด้วยเช่นกันครับ มีการปรับปรุงหลักๆ เกี่ยวกับระบบการควบคุมและความสะดวกในการจับถือ ความสามารถในการสลับระหว่างการควบคุมเป็นขั้นตอนและการควบคุมต่อเนื่อง และการชาร์จ USB

DIGIC 7 มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่ทรงพลัง เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ประสิทธิภาพสูงของ Canon และเซนเซอร์ขนาด 1.0 นิ้ว ประสิทธิภาพการถ่ายภาพก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน

 
 

กล้องความสามารถรอบด้านที่ขยายโอกาสในการถ่ายภาพให้ทุกวันของคุณ

- กล้องรุ่นนี้มีการปรับปรุงอะไรเพิ่มขึ้นจาก PowerShot G7 X บ้างครับ

Sakagami: ขนาดบอดี้กะทัดรัดหมายความว่า คุณสามารถพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา และถ่ายภาพได้หลากหลายประเภท ความสามารถรอบด้านนี่แหละคือเสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของกล้องนี้ เพราะยิ่งคุณพกกล้องติดตัวไปกับคุณได้มากเท่าไหร่ แนวโน้มที่จะถ่ายภาพสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นก็ยิ่งมีมากขึ้น ด้วยเหตุผลนี้ กล้องนี้จึงมีความสามารถในการถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การใช้เลนส์ที่ให้ความสว่างและเซนเซอร์ 1.0 นิ้วเพื่อให้ได้เอฟเฟ็กต์นอกโฟกัสที่สวยงามสำหรับภาพสแนปช็อต เพื่อการถ่ายภาพที่ต้องใช้ความไวแสงสูงในสถานที่ที่มืด การลดขนาดรูรับแสงสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ และคุณภาพของภาพถ่ายที่จะทำให้ผู้ใช้ SLR พึงพอใจ

คุณภาพภาพถ่ายที่ดีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากไม่มีระยะการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ระบบการควบคุมที่ดี และการตอบสนองที่รวดเร็ว คุณก็พลาดโอกาสที่จะถ่ายภาพอยู่ดี คุณสมบัติทั้งหมดที่ว่ามานี้ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในกล้อง PowerShot G7 X Mark II ผมเชื่อว่ามันเป็นกล้องสำรองที่วางใจได้สำหรับผู้ใช้กล้อง EOS และเป็นกล้องเสริมพิเศษที่ดีสำหรับทั้งผู้ใช้งานกล้องคอมแพคมาตรฐานและสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังเป็นกล้องความสามารถรอบด้านที่มอบความคล่องตัวและคุณภาพของภาพถ่ายที่ดีเยี่ยม

กล้อง PowerShot G7 X Mark II อัดแน่นด้วยความสามารถในการถ่ายภาพที่สูงในขนาดบอดี้ที่พกพาง่ายและกะทัดรัด

ระบบ DIGIC 7 ยกระดับคุณภาพภาพถ่ายไปอีกขั้น

- ระบบ DIGIC 7 ทำให้กล้องเกิดการพัฒนาอย่างไรบ้าง

Yamaki: ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 7 พัฒนาต่อยอดจาก DIGIC 6 ด้วยการพัฒนาในภาพรวมทั้งหมด ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพรวมถึงการพัฒนาความสามารถในการตรวจจับและติดตามตัวแบบ และการพัฒนาประสิทธิภาพการป้องกันการสั่นไหว การลดจุดรบกวนก้าวหน้ายิ่งขึ้นและความละเอียดก็สูงขึ้น* ระหว่างการถ่ายภาพที่ต้องการความไวแสงสูงเพื่อคุณภาพของภาพถ่ายที่ดีกว่า นอกจากนี้ ความละเอียดยังเพิ่มขึ้นเมื่อถ่ายภาพด้วยรูรับแสงขนาดเล็กและการชดเชยแสงเพื่อการเบลอภาพแบบกระจายแสงก็ล้ำหน้ามากขึ้นด้วย

* PowerShot G7 X Mark II ใช้เลนส์และเซนเซอร์แบบเดียวกับรุ่นที่ใช้ DIGIC 6 เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่มีคุณสมบัตินี้ (ISO 3200 และต่ำกว่า)

- ช่วยเล่ารายละเอียดของการพัฒนาการตรวจจับและติดตามตัวแบบให้เราทราบสักนิดได้ไหมครับ

Terayama: ระบบ DIGIC 7 มีเทคโนโลยีการวิเคราะห์ภาพโดยใช้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวแบบที่ล้ำหน้าขึ้น ซึ่งเอื้อให้ประสิทธิภาพในการตรวจจับและติดตามตัวแบบพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน ประสิทธิภาพการตรวจจับดีขึ้นสำหรับตัวแบบที่ตรวจจับยาก เช่น สิ่งที่มีความอิ่มตัวของสีต่ำ และตัวแบบที่มีช่วงสีเดียวกับแบ็คกราวด์ ทำให้การติดตามตัวแบบมีความแม่นยำสูงแม้ในฉากที่ตัวแบบเปลี่ยนตำแหน่งและเคลื่อนไหวไปมา การติดตามตัวแบบที่เป็นคนผิดพลาดน้อยลงในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนเดินตัดหน้าอีกคนหนึ่ง หรือออกจากกรอบภาพไปครู่หนึ่ง

Yamaki: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือความล่าช้าในการแสดงภาพบนจอ LCD ลดลงอย่างมาก หากเทียบกับกล้อง PowerShot G7 X คุณสมบัตินี้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนประมาณ 50% ดังนั้น การแสดงภาพตัวแบบที่เคลื่อนไหวเร็วจะเป็นตามความเร็วจริง ให้คุณแน่ใจว่าจะไม่พลาดจังหวะที่ใช่

1/250 วินาที, f/8, ISO 125

ระบบ DIGIC 7 ช่วยป้องกันการเกิดความเบลอจากการกระจายแสงแม้ระหว่างการถ่ายภาพด้วยขนาดรูรับแสงกว้าง ผลที่ตามมาคือคุณจะได้ภาพที่คมชัดกว่า

 
 

การชดเชยแสงเท่ากับความเร็วชัตเตอร์ 4 สต็อป* เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาจากการสั่นไหวของร่างกาย

- ระบบ Image Stabilization (IS) มีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง

Miyahara: ระบบ IS ของกล้องรุ่นก่อนนี้ ใช้การควบคุมชุดการทำงานระบบ IS ออพติคอลตามข้อมูลการสั่นไหวแบบมุมองศาที่ตรวจจับโดยเซนเซอร์ไจโร สำหรับกล้องรุ่นนี้ มีการเพิ่มข้อมูลความเบลอภาพจากเซนเซอร์ที่ถ่าย แล้วใช้ในการควบคุมชุดการทำงานระบบ IS เนื่องจากสามารถทำการวิเคราะห์ความเบลอของภาพแบบเรียลไทม์ได้ตามข้อมูลภาพจากระบบ DIGIC 7 จึงสามารถใช้ในการจัดการกับปัญหากล้องสั่นไหวได้ นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาอัลกอริทึมใหม่ขึ้นโดยผสานข้อมูลความเบลอจากการสั่นแบบมุมองศาจากเซนเซอร์ไจโรและข้อมูลภาพ และการควบคุมชุดการทำงานระบบ IS ที่มีความแม่นยำสูง ทำให้การป้องกันภาพสั่นไหว 4 สต็อปเป็นไปได้ นี่เป็นการปรับเต็ม 1 ระดับ* ที่สูงกว่ากล้อง PowerShot G7 X ที่ใช้ 3 สต็อป

* ภาพนิ่งเท่านั้น สอดคล้องตามข้อกำหนด CIPA

- นอกจากการเพิ่มขึ้นของระดับการปรับแล้ว จุดเด่นอื่นๆ ของ IS ยังมาจากการเพิ่มขึ้นของข้อมูลภาพที่มี

Miyahara: การใช้ข้อมูลการสั่นแบบมุมองศาจากเซนเซอร์ไจโรช่วยให้ชุดระบบ IS แก้ไขการสั่นไหวที่มีความถี่สูงและละเอียด เช่น การสั่นไหวของตัวกล้อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ในการจัดการกับการสั่นไหวความถี่ต่ำ เช่น การสั่นไหวของร่างกายที่ไม่เร็ว เมื่อถือกล้อง ร่างกายของคุณจะสั่นไหวแต่ไม่รวดเร็วโดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัวแม้ว่าคุณจะพยายามหยุดเคลื่อนไหวแล้วก็ตาม การสั่นไหวแบบนี้จัดการยาก แต่ระบบ IS ที่ใช้ข้อมูลภาพช่วยจัดการการสั่นไหวความถี่ต่ำเช่นนี้ได้ การใช้คุณสมบัติทั้งสองอย่างร่วมกันทำให้ระบบ IS ทรงพลังในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการสั่นไหวของตัวกล้องที่มีความถี่สูงและละเอียดหรือการสั่นไหวที่มีความถี่ต่ำและช้า

A: ชุด IS/ B: เซนเซอร์ไจโร/ C: เซนเซอร์ภาพ/ D: DIGIC 7
1) ลูกศรสีแดง: ข้อมูลภาพได้รับการประมวลผล
2) ลูกศรสีดำ: ข้อมูลจากเซนเซอร์ไจโรตรวจจับการสั่นไหวจะยังถูกนำไปใช้และประมวลผล

ระบบ DIGIC 7 จะประมวลผลข้อมูลทั้งสองแบบ และจะช่วยให้ประสิทธิภาพของ IS ดีขึ้น ทำให้สามารถป้องกันการสั่นไหวไม่เพียงแต่จากการสั่นไหวของกล้องที่สูงถึง 4 สต็อป แต่รวมถึงปัญหาจากการสั่นไหวที่ช้าและเห็นชัดจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย

ด้วยจำนวนข้อมูลที่ประมวลผลได้มากขึ้นประมาณ 14 เท่า ความละเอียดจึงไม่ลดทอนลง* แม้ถ่ายด้วยความเร็ว ISO สูง

- ประสิทธิภาพเมื่อถ่ายภาพด้วยความไวแสง ISO สูงเป็นอย่างไร

Terayama: การประมวลผลได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้ประสิทธิภาพการลดจุดรบกวนดียิ่งขึ้น ปัญหาเกี่ยวกับปริมาณข้อมูลที่ประมวลผลขณะดำเนินการลดจุดรบกวนในระบบ DIGIC 6 ทำให้แยกไม่ออกระหว่างจุดรบกวนกับพื้นผิว ส่งผลให้สูญเสียบรรยากาศภาพและการลดจุดรบกวนไม่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบ DIGIC 7 สามารถจัดการกับข้อมูลได้มากกว่า DIGIC 6 ถึง 14 เท่า การประมวลผลภาพที่มีความแม่นยำสูงกว่าจึงเป็นไปได้ จุดรบกวนที่เกิดขึ้นรอบขอบภาพลดลง คงไว้ซึ่งความละเอียดที่สูงขึ้นแม้ใช้การตั้งค่าความไวแสง ISO สูง*

สำหรับกล้อง PowerShot G7 X Mark II ความไวแสง ISO 1600 ให้คุณได้ภาพที่ดียิ่งกว่าแต่ก่อนอย่างมาก การลดจุดรบกวนบริเวณขอบภาพทำได้ดีเกือบเทียบเท่ากับ ISO 800 บนกล้อง PowerShot G7 X และนี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเบื้องหลังความละเอียดภาพที่สูงขึ้น

* PowerShot G7 X Mark II ใช้เลนส์และเซนเซอร์แบบเดียวกับรุ่นที่ใช้ DIGIC 6 เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่มีคุณสมบัตินี้ (ISO 3200 และต่ำกว่า)

คุณภาพของภาพถ่ายมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง

Terayama: มีการเพิ่มการแก้ไขความเบลอจากการกระจายแสงแม้เมื่อใช้รูรับแสงแคบเข้ามา การพัฒนานี้เกิดขึ้นได้เพราะมีการนำระบบ DIGIC 7 ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลด้วยความเร็วสูงมาใช้ควบคู่กับข้อมูลออพติคอล อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวคุณเองในการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีพลังและการถ่ายภาพที่มีประสิทธิภาพ

Yamaki: นอกจากนี้ ยังได้นำฟังก์ชั่นปรับแสงเหมาะสมอัตโนมัติ (ALO) มาใส่ไว้ในกล้องรุ่นนี้ นับเป็นครั้งแรกสำหรับกล้องดิจิตอลคอมแพค เนื่องจากเป็นกล้องรุ่นแรกที่ใช้ระบบ DIGIC 7 กล้องนี้จึงมอบประสิทธิภาพของฟังก์ชั่น ALO ที่ล้ำหน้ากว่ากล้อง EOS M3 ทำให้สามารถชดเชยแสงพร้อมทั้งรักษาความเปรียบต่างไว้ได้ ทำให้เป็นคุณสมบัติที่สมบูรณ์แบบที่คุณใช้ถ่ายภาพผู้คนในที่ย้อนแสงได้

1/80 วินาที, f/2.8, ISO 1600

เมื่อคุณถ่ายภาพที่ความไวแสง ISO สูง เช่น ISO 1600 ภาพของคุณจะได้รับการลดจุดรบกวนในระดับที่ดีเกือบเทียบเท่า ISO 800 ของ PowerShot G7 X

เปิดใช้งานฟังก์ชั่นปรับแสงเหมาะสมอัตโนมัติ (มาตรฐาน)

ปิดใช้งานฟังก์ชั่นปรับแสงเหมาะสมอัตโนมัติ

 
 

ประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีเพื่อความมั่นใจในการถ่าย

- การพัฒนาการติดตามตัวแบบ ระบบ IS ฟังก์ชั่นการถ่ายต่างๆ และคุณภาพของภาพถ่ายเป็นผลมาจากการใช้ระบบ DIGIC 7 หรือไม่

Yamaki: นอกจากประสิทธิภาพของฟังก์ชั่นที่ว่ามาแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นคือ ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน เมื่อเทียบกับกล้อง PowerShot G7 X ชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้นได้รับการปรับปรุงใหม่ และมีการนำระบบ DIGIC 7 มาใช้ ซึ่งช่วยในการประหยัดพลังงานอย่างมาก ทำให้คุณถ่ายภาพด้วยกล้อง PowerShot G7 X Mark II ได้ประมาณ 265* ภาพ มากกว่ากล้อง PowerShot G7 X ที่ถ่ายได้เพียง 210* ภาพ

*เมื่อใช้การแสดงผลบนหน้าจอ LCD (ตามมาตรฐาน CIPA)

การใช้แบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องคือปัญหาหลักในการถ่ายภาพนอกสถานที่ ผมเชื่อว่าการพัฒนาด้านนี้จะทำให้ผู้ใช้สนุกกับการถ่ายภาพโดยไม่ต้องคอยกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมด

 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.