เคล็บลับการถ่ายภาพ

หนึ่งสถานที่กับภาพสองแบบ: การถ่ายภาพประภาคารท่ามกลางแสงจันทร์และใต้ดวงดาว

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ภาพถ่ายท้องฟ้ายามค่ำคืนแต่ละภาพของคุณดูมีเอกลักษณ์แปลกตาอยู่ที่ว่าคุณเลือกจัดวางส่วนประกอบใดไว้ที่กึ่งกลางภาพ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มความหลากหลายให้ภาพโดยการถ่ายภาพในช่วงเวลาต่างๆ ของวันและถ่ายจากมุมที่หลากหลายได้ บทความนี้จะแนะนำเทคนิคในการถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนทั้งก่อนและหลังพระจันทร์จะลับขอบฟ้า (เรื่องโดย Minefuyu Yamashita)

 

การใช้แสงจันทร์ให้เป็นประโยชน์: การถ่ายทอดอารมณ์อันเกิดจากการไล่เฉดสีบนท้องฟ้าที่แต่งแต้มด้วยแสงจันทร์

EOS 5D Mark III/ EF16-35mm f/2.8L II USM/ FL: 16 มม./ Aperture-priority AE (f/2.8, 10 วินาที, EV+0.3)/ ISO 800/ WB: หลอดไฟทังสเตน

อุปกรณ์:
ในตัวอย่างนี้ ผมใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อช่วยขับเน้นภาพทิวทัศน์ที่ดูกว้างใหญ่ไพศาล
เพื่อป้องกันไม่ให้ประภาคารในภาพดูบิดเบี้ยวไม่เป็นธรรมชาติ ผมจึงตั้งขาตั้งกล้องในจุดที่อยู่ในระดับแนวนอนเช่นเดียวกับประภาคาร 

ภาพรวมของการตั้งค่ากล้อง:
ผมตั้งค่าสมดุลแสงขาวเป็น "หลอดไฟทังสเตน" เพื่อเพิ่มโทนสีเย็นที่จะช่วยดึงเอาบรรยากาศของภาพถ่ายยามค่ำคืนออกมา 
ช่างภาพหลายคนอาจใช้รูรับแสงที่แคบลงสำหรับฉากในลักษณะนี้ แต่ผมเลือกที่จะใช้ค่ารูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.8 และจับโฟกัสไปที่ประภาคารเพื่อสื่ออารมณ์ที่คลุมเครือไม่ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยการทำให้ดวงจันทร์ดูมืดสลัวลง 
ผมตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 10 วินาทีเพื่อลดส่วนที่สว่างเกินไปในบริเวณใกล้กับไฟของประภาคาร
นอกจากนี้ ผมยังต้องการลดความไวแสง ISO ให้มากที่สุดโดยไม่ส่งผลต่อการไล่เฉดสีของท้องฟ้า และผมก็พบว่าค่าสมดุลการชดเชยแสงที่เหมาะสมคือ ISO 800

การจัดองค์ประกอบภาพ:
ผมต้องการถ่ายทอดประภาคารที่มีสีสันสดใสเพื่อให้เป็นจุดเด่นหลักในองค์ประกอบภาพ และขับเน้นบรรยากาศความสง่างามของประภาคารที่ปรากฎขึ้นท่ามกลางบริเวณแวดล้อมใต้แสงจันทร์ นอกจากนี้ ผมยังรวมก้อนเมฆต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนที่บนท้องฟ้าไว้ในภาพเพื่อเพิ่มความรู้สึกน่าอัศจรรย์ให้แก่ภาพอีกด้วย

 

 

จุดที่ 1: สร้างความลึกด้วยทางยาวโฟกัสมุมกว้าง

ผมเลือกใช้ทางยาวโฟกัส 16 มม. ในเลนส์มุมกว้าง ซึ่งทำให้ผมสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์การขยายมุมมองเปอร์สเปคทีฟที่เกินจริงในบริเวณก่อนและหลังประภาคารได้ โดยการนำสนามหญ้าในส่วนโฟร์กราวด์รวมถึงขอบฟ้าซึ่งมองเห็นได้จากระยะไกลเข้ามาไว้ใต้แสงจันทร์ด้วย ในการถ่ายภาพแสงจันทร์นี้ ผมไม่เพียงต้องการใช้ความกว้างในแนวตั้งและแนวนอนเพื่อเน้นถึงความรู้สึกที่กว้างใหญ่ไพศาลเท่านั้น แต่ยังต้องการใช้ความลึกเป็นพิเศษที่เกิดจากเลนส์มุมกว้างให้เป็นประโยชน์ด้วย

 

จุดที่ 2: สมดุลแสงขาว – "หลอดไฟทังสเตน" ช่วยเน้นโทนสีฟ้าของท้องฟ้า

ดวงจันทร์ที่มีโทนสีเหลืองเริ่มเปลี่ยนเป็นโทนสีแดงเมื่อเคลื่อนเข้าใกล้ขอบฟ้ามากขึ้น คล้ายกับพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน ภาพที่ได้จึงอาจดูเหมือนภาพพระอาทิตย์ตกดินหากผมตั้งค่าสมดุลแสงขาวเป็นอัตโนมัติ ดังนั้น ผมจึงตั้งค่าสมดุลแสงขาวเป็น "หลอดไฟทังสเตน" เพื่อสื่อความรู้สึกที่ผมได้สัมผัสที่สถานที่ถ่ายภาพ

 

จุดที่ 3: เวลาการเปิดรับแสง 10 วินาทีเพื่อไม่ให้เกิดส่วนที่สว่างเกินไป

เนื่องจากประภาคารจะค่อยๆ หมุนไปรอบๆ พร้อมกับส่องไฟสว่างเจิดจ้า ดังนั้น ภาพจึงอาจมีส่วนที่สว่างเกินไปได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ ณ จุดใดของประภาคารด้วย ดังนั้น สิ่งที่ผมทำคือประมาณเวลาที่แสงจะหมุนครบหนึ่งรอบ จากนั้นตั้งความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 10 วินาทีเพื่อย่นระยะเวลารับแสงให้สั้นลง

 

การถ่ายภาพโดยใช้แสงจากประภาคาร

ภาพด้านล่างนี้ถ่ายในขณะที่ดวงจันทร์ซ่อนตัวอยู่หลังก้อนเมฆ เหลือเพียงแสงสว่างจากประภาคารเท่านั้น ดังนั้น สนามหญ้าในส่วนโฟร์กราวด์จึงดูมืดและประภาคารยังขาดความมีมิติอีกด้วย

 

การใช้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว: การถ่ายภาพดวงดาวในท้องฟ้าที่มืดทึบให้เป็นจุดแสงขนาดเล็ก

EOS 5D Mark III/ EF16-35mm f/2.8L II USM/ FL: 18 มม./ Manual exposure (f/2.8, 30 วินาที)/ ISO 2500/ WB: หลอดไฟทังสเตน

สถานที่:
สำหรับการถ่ายภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนั้น ผมได้ย้ายจากสถานที่ที่เคยใช้ถ่ายภาพท้องฟ้าทางทิศตะวันตกที่ยังคงมีแสงจันทร์อยู่ไปยังสถานที่ใหม่ที่ผมสามารถถ่ายภาพท้องฟ้าทางทิศเหนือได้
ในช่วงเวลานี้ ทิศทางเดียวที่ยังคงมืดอยู่คือท้องฟ้าทางทิศเหนือ โดยผมเลือกถ่ายภาพจากมุมต่ำและแหงนหน้ากล้องขึ้นหาประภาคาร

ภาพรวมของการตั้งค่ากล้อง:
ผมตั้งทางยาวโฟกัสไว้ที่ 18 มม. เพื่อให้ได้มุมภาพที่สามารถนำท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเข้าไปไว้ในภาพได้โดยไม่ลดความโดดเด่นของประภาคาร
ผมเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 30 วินาทีเพื่อถ่ายภาพดวงดาวให้เห็นเป็นจุดแสงเด่นชัด 
ผมเปิดรูรับแสงให้กว้างสุด (f/2.8) และตั้งค่าความไวแสง ISO เป็น 2500 เพื่อให้ได้ปริมาณแสงที่สามารถมองเห็นรูปทรงของประภาคารได้อย่างชัดเจน 
ส่วนที่สว่างจ้าจนเกินไปในบริเวณไฟที่ส่องสว่างจากประภาคารยังคงไว้เช่นเดิม 

การจัดองค์ประกอบภาพ:
เพื่อสื่ออารมณ์ของดวงดาวที่ส่องสว่างระยิบระยับได้ดียิ่งขึ้น ผมมุ่งเน้นที่การถ่ายทอดรายละเอียดของแสงไฟที่ส่องออกมาในลักษณะแหล่งกำเนิดแสงที่โดดเด่นในลักษณะเดียวกันกับดวงดาว

 

จุดที่ 1: เลือกส่วนของท้องฟ้าที่ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอันไม่พึงประสงค์

ขณะที่ดวงจันทร์ลาลับลงใต้ขอบฟ้า ดวงดาวต่างๆ ก็ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิด เมื่อผมพิจารณาถึงผลกระทบจากแหล่งกำเนิดแสงอันไม่พึงประสงค์แล้ว ผมจึงเลือกที่จะถ่ายภาพท้องฟ้าทางทิศเหนือ คุณสามารถตรวจสอบช่วงเวลาที่พระจันทร์จะลับขอบฟ้าล่วงหน้าได้โดยใช้แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนหรือในอินเทอร์เน็ต

 

จุดที่ 2: ใช้การถ่ายภาพมุมต่ำเพื่อแสดงถึงความกว้างใหญ่ไพศาล

เพื่อลดผลกระทบจากแหล่งกำเนิดแสงทุกชนิด ผมเลือกถ่ายภาพมุมต่ำและแหงนหน้ากล้องขึ้นหาประภาคารเพื่อให้ท้องฟ้าอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวเข้าไปอยู่ในส่วนแบ็คกราวด์ วิธีดังกล่าวยังช่วยสร้างเอฟเฟ็กต์การขยายมุมมองเปอร์สเปคทีฟที่เกินจริงให้กับประภาคารอีกด้วย ซึ่งจะดึงความสนใจของผู้ชมไปยังแหล่งแสงที่อยู่บริเวณกึ่งกลางภาพ

 

จุดที่ 3: เปิดรับแสงนาน 30 วินาทีหรือน้อยกว่าเพื่อถ่ายภาพดวงดาวเป็นจุดแสงเด่นชัด

เพื่อถ่ายภาพดวงดาวให้ปรากฎเป็นจุดแสงเด่นชัด วิธีที่ดีที่สุดคือใช้เวลาเปิดรับแสงนานประมาณ 30 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น เนื่องจากหากเปิดรับแสงนานกว่านี้อาจทำให้ดวงดาวมีลักษณะเป็นเส้นแสงจนมองเห็นได้ชัดเจน และหากต้องการปรับความเร็วชัตเตอร์ ให้เพิ่มความไวแสง ISO ดังเช่นในตัวอย่างนี้ ผมตั้งค่าความไวแสง ISO เป็น 2500

 

รูปทรงของดวงดาวแตกต่างกันไปตามความเร็วชัตเตอร์

ขณะที่ทางยาวโฟกัสก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเช่นกัน ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลงจะทำให้ดวงดาวออกมาดูเบลอยิ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้มองเห็นประกายระยิบระยับได้น้อยลง

ความเร็วชัตเตอร์ : 15 วินาที

ความเร็วชัตเตอร์ : 40 วินาที

 

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ ได้โดย ลงทะเบียนกับเรา!

 

 

Minefuyu Yamashita

 

เกิดที่จังหวัดไอชิในปี 1979 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในงานด้านต่างๆ เช่น การออกแบบภายในและกราฟิกดีไซน์แล้ว Yamashita ก็ได้ผันตัวมาเป็นช่างภาพอิสระในปี 2011 ผลงานของเขาได้ถูกนำไปพิมพ์ในปฏิทินมากมาย

http://www.minefuyu-yamashita.com

 

Digital Camera Magazine

 

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.