ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 1] กล้องฟูลเฟรมพร้อมฟังก์ชั่น Wi-Fi! เรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้กล้อง EOS 6D

กล้อง EOS 6D มีเซนเซอร์ CMOS ฟูลเฟรมภายในตัวกล้องขนาดเล็ก เนื่องจากมีขนาดเล็กเทียบเท่ากับกล้องฟอร์แมต APS-C รุ่น EOS 70D และ EOS 60D กล้องรุ่นนี้จึงนับได้ว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการพกพากล้องไว้คู่กายตลอดเวลา นอกจากนี้ กล้อง EOS 6D ยังมีฟังก์ชั่น Wi-Fi และ GPS อีกด้วย ในบทสัมภาษณ์นี้ นักพัฒนากล้อง EOS 6D จะเผยเรื่องราวการพัฒนา ซึ่งสามารถผลิตกล้องที่มีขนาดเล็กพร้อมทั้งใส่คุณสมบัติขั้นสูงต่างๆ เอาไว้ด้วยกันได้ในคราวเดียว พวกเขาจะบอกเล่าถึงแนวคิด การออกแบบบอดี้ และความพยายามต่างๆ ในการลดขนาดของกล้อง (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ในเดือนตุลาคม 2012) (ผู้สัมภาษณ์: Ryosuke Takahashi/ ภาพผู้ให้สัมภาษณ์: Takehiro Kato)

หน้า: 1 2

 

 

(แถวหลัง จากซ้ายมือ)
Haruki Oota, ศูนย์การออกแบบ/ Toshifumi Urakami, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Satoshi Suzuki, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Yuka Minegishi, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Hajime Watanabe, ศูนย์พัฒนากล้อง

(แถวหน้า จากซ้ายมือ)
Takashi Ichimiya, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Kei Tohyama, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Shingo Nakano, ศูนย์พัฒนากล้อง/ Ken Hashimoto, กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพถ่าย

กล้อง DSLR ฟูลเฟรมขนาดเล็กที่คงความสมดุลได้อย่างดีเมื่อใช้กับเลนส์ชนิด L

― ก่อนอื่นเลย ช่วยเล่าเบื้องหลังความเป็นมาในการพัฒนากล้อง EOS 6D และแนวคิดพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ให้ฟังหน่อยครับ?

Hashimoto ตลาดมีความต้องการกล้องแบบฟูลเฟรมอย่างมาก ไม่เพียงเฉพาะกลุ่มผู้ที่ใช้งานกล้องฟูลเฟรมอยู่แล้ว แต่รวมถึงผู้ใช้งานกล้องแบบ APS-C ด้วยครับ ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานก็คาดหวังการปรับปรุงเรื่องขนาด น้ำหนัก และราคาของกล้องฟูลเฟรมรุ่นต่างๆ ที่มีอยู่ในตลาด เราจึงพัฒนากล้อง EOS 6D ขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานกล้องของเราเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพคุณภาพสูงได้ง่ายและรวดเร็ว

Nakano ที่จริงแล้ว เราเริ่มต้นพัฒนาซีรีย์ EOS 5D ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ การออกแบบกล้องที่ทำให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับกล้องฟูลเฟรมได้ไม่ยาก แต่ปรากฏว่ามีความต้องการจากกลุ่มช่างภาพอาชีพมากกว่า ผลตอบรับนี้เหนือความคาดหมายของเรามาก นอกจากนี้ ทั้งขนาดและราคากล้องก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อมีการเพิ่มคุณสมบัติล้ำสมัยต่างๆ เข้าไปในกล้องแต่ละรุ่น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงตัดสินใจพัฒนากล้อง EOS 6D ที่เบาและมีขนาดเล็กขึ้นมาเป็นสายผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยอาศัยแนวคิดของกล้อง EOS 5D รุ่นแรก

EOS 6D

ขนาด: ประมาณ 69.0 x 33.0 x 93.0 มม. / 2.7 x 1.3 x 3.7 นิ้ว
นํ้าหนัก (EOS 6D (WG)):ประมาณ 680 กรัม / 24.0 ออนซ์ (บอดี้กล้อง)

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดสเปคกล้อง

 

― คุณคิดว่ากลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมายของกล้อง EOS 6D เป็นใครครับ?

Hashimoto กล้อง EOS 6D มุ่งเป้าไปยังผู้ที่ต้องการถ่ายภาพด้วยกล้องฟูลเฟรมได้รวดเร็วขึ้น ทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ เรายังคำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่กำลังวางแผนจะเปลี่ยนจากกล้อง APS-C มาสู่รุ่นที่ให้คุณภาพภาพถ่ายที่สูงขึ้นด้วย เรายังวางตัวให้กล้อง EOS 6D เป็นกล้องสำรองสำหรับผู้ที่ใช้งานกล้อง DSLR ซีรีย์ EOS 5D หรือ EOS-1 อยู่แล้วด้วย

― เรื่องไหนที่คุณให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในการพัฒนากล้อง EOS 6D?

Nakano เรามุ่งมั่นอย่างมากกับการพัฒนากล้องที่เบาและมีขนาดเล็กครับ พูดได้ว่าข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก และเป็นตัวกำหนดสเปคหลายๆ อย่างของกล้องเลยทีเดียว แต่เราก็คอยระวังไม่ให้หมกมุ่นกับการลดขนาดกล้องมากเกินไป เพราะขนาดที่เล็กเกินจำเป็นอาจทำให้กล้องใช้งานยากขึ้น ในฐานะสมาชิกของทีมที่ดูแลการพัฒนากล้อง EOS 60D ด้วย ผมคำนึงถึงความสมดุลเมื่อใช้งานกล้องร่วมกับเลนส์ขนาดใหญ่อย่างเลนส์ชนิด L จึงได้ข้อสรุปที่ขนาดซึ่งเกือบเท่ากับกล้อง EOS 60D

กล้อง EOS 6D เมื่อต่อเข้ากับเลนส์ EF24-105mm f/4L IS USM แม้ว่าตัวกล้องจะมีขนาดเล็ก แต่ยังรักษาสมดุลที่เหมาะสมไว้ได้แม้ในขณะที่สวมเลนส์ชนิด L ขนาดใหญ่

 

ชุดชัตเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทำให้ถ่ายภาพได้เงียบเชียบ

― กล้อง EOS 6D ไม่มีหน้าจอ LCD แบบปรับหมุนได้และตัวเลือก “ฟิลเตอร์สร้างสรรค์” มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษไหมครับที่ตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป?

Nakano ทีมผู้พัฒนากล้องมีความเห็นแตกต่างกัน
ในเรื่องที่ว่าควรใช้หน้าจอ LCD แบบปรับหมุนได้หรือไม่ เราได้ข้อสรุปการออกแบบอย่างที่เห็น หลังจากพิจารณาสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องการ คือ การพัฒนาบอดี้กล้องที่เบา และการใส่ฟังก์ชั่น LAN ไร้สายในตัวกล้อง EOS 6D ซึ่งทำให้สามารถใช้สมาร์ทโฟนแทนหน้าจอ LCD แบบปรับหมุนได้

Hashimoto เป็นความจริงที่ฟิลเตอร์สร้างสรรค์ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับผลงานของช่างภาพ แต่เนื่องจากเราคาดว่าผู้ใช้กล้อง EOS 6D ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ใช้งานกล้องฟูลเฟรมเป็นครั้งแรก และเราต้องการให้พวกเขาใช้ประโยชน์คุณภาพภาพระดับสูงจากเซนเซอร์แบบฟูลเฟรมและประสิทธิภาพของเลนส์ EF ให้เต็มที่ เราจึงไม่ใส่ตัวเลือกฟิลเตอร์สร้างสรรค์

― มีเทคโนโลยีเฉพาะอะไรที่ทำให้บอดี้กล้องมีขนาดเล็กเท่ากับกล้อง EOS 60D หรือเปล่าครับ?

Toyama เป็นเรื่องท้าทายครับที่จะต้องบรรจุชิ้นส่วนกลไกและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดเข้าไปในบอดี้กล้องที่เล็กลง

 

โครงสร้างภายในของกล้อง EOS 6D บอดี้กล้องตัวเล็กๆ นี้อัดแน่นด้วยส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับกล้อง DSLR แบบฟูลเฟรม

  1. เลนส์วัดแสง
  2. เซนเซอร์วัดแสง
  3. เลนส์ใกล้ตา 1
  4. เลนส์ใกล้ตา 2
  5. เลนส์ใกล้ตา 3
  6. หน้าจอ LCD แสดงข้อมูล
  7. ปริซึม LCD แสดงข้อมูล
  8. แผงวงจรหลัก
  9. เซนเซอร์ภาพ
  10. หน้าจอ LCD
  11. กระจกรอง
  12. กระจกที่สะท้อนภาพทั้งหมด
  13. ฟิลเตอร์ป้องกันแสงอินฟราเรด
  14. เลนส์สร้างภาพชิ้นที่สอง
  15. เซนเซอร์ AF
  16. กระจกสะท้อนภาพหลัก 45 องศา
  17. หน้าจอโฟกัส
  18. แผ่นสะท้อน
  19. เพนทาปริซึม
 

Urakami ในบรรดาชิ้นส่วนกลไกทั้งหมด ชุดชัตเตอร์ถือว่าเป็นสิ่งท้าทายมากที่สุด ดีไซน์ที่ใช้ในกล้องซีรีย์ EOS 5D นั้นกว้างเกินไป เราจึงคิดหาวิธีทำให้ชุดชัตเตอร์มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม แต่ยังคงสเปคไว้ในระดับที่น่าพอใจ โดยประสิทธิภาพการทำงานของชัตเตอร์อยู่ที่ 1/4,000 วินาที นอกจากนี้เรายังลดขนาดของชุดชัตเตอร์ลงโดยใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนที่เล็กลงด้วย

Nakano กล่องกระจกมีขนาดใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกล้องฟูลเฟรม ดังนั้นจะมีที่ว่างเหลือจำกัด หากเรากำหนดขนาดตัวกล้องภายนอกไว้ก่อนตั้งแต่ต้น การต้องใส่อุปกรณ์ทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่เล็กๆ นี้เป็นงานที่ยากครับ ส่วนมอเตอร์ที่คุณ Urakami พูดถึงก่อนหน้านี้ ปกติแล้ว การลดขนาดมอเตอร์จะทำให้กำลังตกลง และทำให้อัตราเฟรมลดลง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เราจึงปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์ของชิ้นส่วนกลไกและเพิ่มประสิทธิภาพของกลไก เพื่อให้ทำงานได้ตามประสิทธิภาพที่ระบุในสเปคโดยใช้มอเตอร์ที่เล็กลง

― ชิ้นส่วนใดบ้างครับที่ปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น?

Nakano หลักๆ เลย คือ ระบบกลไกครับ เราปรับเปลี่ยนตั้งแต่ก้านเลื่อนกระจกขึ้นลงจนถึงเฟืองขับเคลื่อน อธิบายอย่างง่าย คือ เพื่อป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงเมื่อใช้อุปกรณ์จำนวนมากขับเคลื่อนกลไก เราพยายามลดระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ลง

ชุดชัตเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ของ EOS 6D กล้องรุ่นนี้ใช้ระบบมอเตอร์คู่แบบใหม่โดยแยกมอเตอร์เฉพาะสำหรับชุดขับเคลื่อนชัตเตอร์และชุดขับเคลื่อนกระจก สปริงและระบบขับเคลื่อนได้รับการปรับให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อให้ทำงานอย่างเงียบเชียบและเกิดเสียงจากการเคลื่อนกระจกบานหลักน้อยที่สุด

 

  1. ระบบชาร์จชัตเตอร์
  2. มอเตอร์ชาร์จชัตเตอร์
  3. กระจกสะท้อนภาพหลัก
  4. ระบบขับเคลื่อนกระจก
  5. มอเตอร์ชาร์จกระจก
 

― การทำงานของชัตเตอร์เงียบมากนะครับ อันนี้เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นในการพัฒนากล้องหรือเปล่าครับ?

Nakano ใช่ครับ เราต้องการพัฒนาระบบขับเคลื่อนและชุดชัตเตอร์ที่เงียบครับ ในยุคกล้องฟิล์ม Canon ได้ส่งกล้อง EOS 100 เข้าสู่ตลาดพร้อมด้วยสโลแกน “Silent EOS” ระบบขับเคลื่อนของกล้อง EOS 6D นั้นเงียบพอๆ กัน หรือเงียบกว่าของกล้อง EOS 100 ด้วยซ้ำ จึงช่วยลดการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการทำงานของชัตเตอร์และการเคลื่อนที่ของกระจกให้น้อยที่สุด

 

ความลับของน้ำหนักเบาอยู่ที่การผสมผสานแมกนีเซียมอัลลอยเข้ากับเรซิ่นโพลีคาร์บอเนต

― บอดี้กล้อง EOS 6D ภายนอกใช้วัสดุผสมระหว่างแมกนีเซียมอัลลอยและโพลีคาร์บอเนต หากเป้าหมายคือดีไซน์ที่มีน้ำหนักเบา การใช้วัสดุเรซิ่นอย่างเดียวจะไม่ดีกว่าหรือครับ?

Urakami ในส่วนนี้เราเน้นที่การจับถือตัวกล้องครับ จริงๆ แล้ว เราจะใช้เรซิ่นสำหรับตัวกล้องภายนอกทั้งหมดก็ได้ แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องการ คือ ความรู้สึกว่าจับถือกล้องได้มั่นคงเมื่อกล้องอยู่ในมือ กล้องจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเชื่อมั่นไว้วางใจได้หรือไม่นั้น ที่สุดแล้วก็ขึ้นกับผิวสัมผัสภายนอกของกล้อง นอกจากบอดี้กล้องที่แข็งแรงแล้ว เรายังต้องการให้ผู้ใช้กล้องรู้สึกดีเมื่อถือกล้องไว้ในมือด้วย นี่เป็นเหตุผลที่เราเลือกใช้แมกนีเซียมอัลลอยสำหรับบอดี้กล้องด้านหน้าและด้านหลัง

ภาพตัวอย่างของกรอบด้านนอกของกล้อง EOS 6D

  1. กรอบด้านบน
  2. กรอบด้านหน้า
  3. กรอบด้านหลัง
 

― อะไรคือเหตุผลที่เลือกใช้โพลีคาร์บอเนตสำหรับชิ้นส่วนภายนอกด้านบนครับ?

Nakano อุปกรณ์ Wi-Fi และ GPS ถูกบรรจุไว้ข้างเพนทาปริซึม ดังนั้นหากใช้วัสดุที่เป็นโลหะกับบอดี้กล้องทั้งหมด ก็อาจจะบล็อคสัญญาณวิทยุได้ เราจึงเลือกใช้วัสดุที่ต่างออกไปสำหรับตัวกล้องภายนอกด้านบน แต่ก็คงความแข็งแรงทนทานไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน

กล้องรุ่นนี้ใช้ระบบมอเตอร์คู่แบบใหม่โดยแยกมอเตอร์เฉพาะสำหรับชุดขับเคลื่อนชัตเตอร์และชุดขับเคลื่อนกระจก สปริงและระบบขับเคลื่อนได้รับการปรับให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อให้ทำงานอย่างเงียบเชียบและเกิดเสียงจากการเคลื่อนกระจกบานหลักน้อยที่สุด

 

― หากใช้เรซิ่นทำบอดี้กล้องทั้งตัวจะช่วยลดน้ำหนักของกล้องไปได้มากใช่ไหมครับ?

Urakami สิ่งที่เราเป็นห่วงมากที่สุดคือความเสียหายที่จะเกิดเมื่อทำกล้องตก ด้วยน้ำหนักของเลนส์ที่ต่อเข้ากับกล้อง DSLR ถ้าใช้เรซิ่นเป็นวัสดุสำหรับบอดี้กล้องอย่างเดียว จะทำให้ตัวกล้องด้านนอกหนามาก ซึ่งถ้าพิจารณาเฉพาะเรื่องน้ำหนัก ก็จะไม่ต่างอะไรกับการใช้แมกนีเซียมอัลลอยเพราะแมกนีเซียมอัลลอยมีความแข็งแรงสูงกว่าเมื่อเทียบกับเรซิ่นที่มีน้ำหนักเท่ากัน ดังนั้นเราจึงตัดสินใจใช้แมกนีเซียมอัลลอยแม้จะมีราคาสูงกว่า

งานออกแบบที่มุ่งหมายให้ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความคล่องตัวและความมีระดับ

― แนวคิดหรือคำสำคัญที่คุณยึดถือเป็นพิเศษในการออกแบบกล้องคืออะไรครับ?

Ota คำ

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.