ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 2] ภาพ Live View ของกล้อง EOS 70D ในฐานะ "ช่องมองภาพ" อีกรูปแบบหนึ่ง – เปิดตัว Dual Pixel CMOS AF –

เปิดตัวสู่ท้องตลาดในฐานะทายาทของรุ่น EOS 60D กล้อง EOS 70D มาพร้อมกับเทคโนโลยีปฏิวัติใหม่ "Dual Pixel CMOS AF" ต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์ทีมผู้พัฒนากล้องถึงข้อดีของกล้อง EOS 70D สำหรับผู้ใช้งาน ใน [ตอนที่ 2] นี้ จะมาแนะนำคุณผู้อ่านถึงคุณสมบัติ Dual Pixel CMOS AF แบบลงรายละเอียด ฟังก์ชั่นใหม่นี้อาจเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของกล้อง DSLR ของ Canon รุ่นต่อๆ ไปในอนาคต นอกจากนี้ มารู้จักกับดีไซน์โครงสร้างตัวกล้อง EOS 70D กันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ในเดือนสิงหาคม 2013) (ผู้สัมภาษณ์: Ryosuke Takahashi/ ภาพโดย: Takehiro Kato)

หน้า: 1 2

 

 

(แถวหลัง จากซ้ายมือ)
Shinichiro Yano ศูนย์พัฒนากล้อง/ Yohei Yamanaka ศูนย์พัฒนากล้อง/ Hideaki Ohshima ศูนย์พัฒนากล้อง/ Atsushi Watanabe กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพถ่าย
(แถวหน้า จากซ้ายมือ)
Kazuhiko Miyahara ศูนย์การออกแบบ/ Futoshi Hirai ศูนย์พัฒนากล้อง/ Hiroshi Miyanari ศูนย์พัฒนากล้อง/ Saori Yasukawa กลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพถ่าย

ใส่ความรู้สึก "หนักแน่น" และ "แข็งแรง" ให้กับดีไซน์ตัวกล้องที่กะทัดรัด

― ต่อไป ช่วยเล่าถึงคุณสมบัติของเซนเซอร์ CMOS ตัวใหม่ให้ฟังหน่อยครับ?

Miyanari เราเพิ่มจำนวนพิกเซลที่ใช้งานได้จากราวๆ 18 ล้านพิกเซลในอดีตมาเป็นประมาณ 20.2 ล้านพิกเซล พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอันนี้ เราัได้ปรับขนาดพิกเซลมาเป็น 4.1 μm แม้การลดขนาดพิกเซลจะเป็นข้อเสียเปรียบ เพราะจะลดปริมาณแสงที่แต่ละพิกเซลรวบรวมได้ แต่การพัฒนาที่เราทำกับกล้อง EOS 70D ก็ทำให้เีราสามารถขยายขีดจำกัดสูงสุดของความไวแสง ISO มาตรฐานขึ้นไปได้อีกหนึ่งสต็อป เมื่อเทียบกับกล้อง EOS 60D นอกจากนี้ เรายังได้ช่วงไดนามิกเรนจ์ที่กว้างมากเพียงพอด้วย

กล้อง EOS 70D ติดตั้งเซนเซอร์ CMOS ที่มีความละเอียดประมาณ 20.2 ล้านพิกเซล แม้ขนาดพิกเซลที่ 4.1 μm นั้นจะค่อนข้างเล็ก แต่กล้อง EOS 70D ก็ได้ประสิทธิภาพดีขึ้นที่ความไวแสง ISO สูง โดยมีค่า ISO 12800 เป็นค่าเรนจ์มาตรฐานสูงสุด

 

― ช่วยอธิบายในรายละเอียดถึงดีไซน์และวัสดุของตัวกล้องได้ไหมครับ?

Hirai ตัวกล้อง EOS 70D ด้านนอกนั้นใช้วัสดุเรซิ่นเช่นเดียวกับกล้อง EOS 60D ครับ วัสดุเรซิ่นป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าถูกใช้สำหรับด้านนอกของตัวกล้องทางด้านหน้าและด้านหลัง เนื่องจากกล้อง EOS 70D นั้นติดตั้งชุด LAN ไร้สายในตัว จึงใช้วัสดุเรซิ่นที่ไม่มีคุณสมบัติป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้ากับตัวกล้องด้านบนเท่านั้น

― ชุดอุปกรณ์ LAN ไร้สายนี้อยู่ตรงไหน?

Hirai อยู่ใต้วงแหวนเลือกโหมดครับ

อุปกรณ์ Wi-Fi ของกล้อง EOS 70D นั้นติดตั้งไว้ข้างใต้วงแหวนเลือกโหมด วัสดุเรซิ่นที่ไม่มีคุณสมบัติป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าถูกใช้สำหรับตัวกล้องด้านบนเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อสัญญาณ Wi-Fi

 

― ประเด็นใดที่คุณให้ความสนใจเป็นพิเศษในการออกแบบตัวกล้องครับ?

Miyahara เราได้ไอเดียในการออกแบบโดยยึดจากธีมที่ต้องการจะเพิ่มความรู้สึก "หนักแน่น" และ "แข็งแรง" ให้กับตัวกล้อง กล้อง EOS 70D นั้นมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับกล้อง EOS 60D แต่หากเราแค่ลดขนาดตัวกล้องลงเพียงอย่างเดียวก็จะทำให้กล้องดูบอบบาง เราจึงพยายามดึงความรู้สึกหนักแน่นของตัวกล้องทั้งตัวออกมา โดยใช้พื้นผิวสัมผัสโค้งเว้าที่เฉียบคมขึ้น พร้อมกับแสดงออกถึงความแข็งแรงในแบบที่เหมาะสมกับกล้อง DSLR ระดับกลาง ตามปกติ แล้วการลดขนาดตัวกล้องลงมักทำให้ถือกล้องได้ไม่มั่นคงหรือถนัดมือเท่าเดิม เพื่อป้องกันปัญหานี้ เรายังคงรูปทรงแบบของกล้อง EOS 60D ไว้ในบริเวณที่วางพักนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย พร้อมกับใช้รูปทรงที่ค่อยๆ โค้งเพิ่มขึ้นสำหรับพื้นผิวทั้งหมดที่ต้องสัมผัสเมื่อถือกล้อง เพื่อให้นิ้วชี้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ เรายังได้ดีไซน์ที่เฉียบคมกว่าเดิมสำหรับรูปทรงโค้งเว้าบริเวณทั้งสองข้างของส่วนแฟลชในตัว หากจะพูดให้เจาะจงยิ่งขึ้น เราได้เพิ่มความลาดเอียงให้กับส่วนโค้งเว้าเพื่อให้เกิดขอบ ซึ่งช่วยขับเน้นรูปทรงที่ต่อเนื่องจากด้านหน้ามาสู่ด้านหลังตัวกล้อง

ดีไซน์ของตัวกล้อง EOS 70D ตั้งใจให้เกิดความรู้สึก "หนักแน่น" และ "แข็งแรง" การออกแบบยังคำนึงถึงการถือกล้องด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานถือกล้องได้มั่นคงถนัดมือ พร้อมๆ กับได้ดีไซน์ตัวกล้องที่มีขนาดเล็ก

 

― ได้ทำอะไรไปบ้างในการออกแบบส่วนต่างๆ อย่าง เลย์เอาต์ปุ่มกดและวงแหวนเลือกโหมด?

Miyahara นอกจากการนำวงแหวนเลือกโหมดที่หมุนได้ 360 องศามาใช้แล้ว เรายังใช้รูปทรงพีระมิดแบบเดียวกับของกล้อง EOS 6D ที่ด้านข้างของวงแหวนเลือกโหมดด้วย ยางวงแหวนหมุนเลือกโหมดนั้นหล่อขึ้นเป็นสองสี เพื่อให้ความรู้สึกหรูหรา และเพิ่มความสะดวกในการควบคุมใช้งานในเวลาเดียวกัน เรายังย้ายไอคอนทั้งหมดสำหรับโหมดฉากถ่ายภาพต่างๆ ในวงแหวนเลือกโหมดมาอยู่ใต้ SCN ด้วย ขณะเดียวกัน ตอนนี้ เลย์เอาต์ปุ่มกดก็ใกล้เคียงกับดีไซน์ของกล้อง EOS 6D มากขึ้นด้วย ส่วนปุ่มลบภาพที่ใช้งานบ่อย ตอนนี้ถูกย้ายมาไว้ด้านขวาของตัวกล้อง เพื่อให้ใช้งานด้วยมือขวาเพียงข้างเดียวได้สะดวก แม้วงแหวน Quick Control และปุ่ม Multi-controller จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กลงจากรุ่น EOS 60D แต่เราได้ปรับรูปทรงของวงแหวนและจำนวนขั้นระยะห่างเพื่อเสริมรูปลักษณ์และความสามารถในการควบคุมกล้องให้ดียิ่งขึ้น สำหรับปุ่ม Multi-controller ได้มีความพยายามหลายอย่างเพื่อปรับความสูงและความรู้สึกยามกดปุ่ม

ตอนนี้ เลย์เอาต์ปุ่มของกล้อง EOS 70D นั้นใกล้เคียงกับของกล้อง EOS 6D ที่เป็นรุ่นสูงกว่า ปุ่มลบภาพถูกวางตำแหน่งไว้ทางด้านขวาเพื่อให้ใช้งานด้วยมือข้างเดียวได้สะดวก

 

― มีอะไรใหม่ไหมครับสำหรับหน้าจอ LCD แบบปรับหมุนได้ เช่น ประสิทธิภาพหรือความคมชัด?

Hirai องศาในการหมุนของหน้าจอ LCD แบบปรับหมุนได้นั้นเท่ากันกับกล้อง EOS 60D ครับ ถึงแม้ขนาดของแผงจอ LCD และจำนวนจุดจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ได้มีการนำหน้าจอ LCD Clear View II มาใช้ในกล้อง EOS 70D นอกจากนี้ เรายังเลือกดีไซน์แบบไร้ขอบที่ผสานเฟรมด้านนอกเข้ากับแผงจอ LCD แล้วเรายังเพิ่มฟังก์ชั่นหน้าจอสัมผัส และการเคลือบป้องกันรอยคราบทับลงบนชั้นเคลือบผิวป้องกันการสะท้อนแสงได้ การทำเช่นนี้ช่วยป้องกันผิวสัมผัสจากรอยคราบไขมัน และทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

 

จอภาพ LCD แบบ Clear View

  1. ชั้นปกป้องพื้นผิว
  2. ชั้นเคลือบผิวป้องกันการสะท้อน
  3. แผงจอ LCD

 

จอภาพ LCD แบบ Clear View II

  1. ชั้นเคลือบป้องกันรอยคราบ
  2. ชั้นเคลือบผิวป้องกันการสะท้อน
  3. ชั้นปกป้องพื้นผิว
  4. วัสดุโฟโต้อีลาสติก
  5. ขั้วไฟฟ้าหน้าจอแบบสัมผัส
  6. วัสดุโฟโต้อีลาสติก
  7. แผงจอ LCD

หน้าจอ LCD แบบปรับหมุนได้ Clear View II มีการเคลือบสารป้องกันคราบเพื่อสนับสนุนฟังก์ชั่นการใช้งานแบบแตะที่หน้าจอ

 
 

Dual Pixel CMOS AF “จับโฟกัสอัตโนมัติแบบไม่ต้องหา”

― ลำดับต่อไป อยากทราบถึงกลไกของ Dual Pixel CMOS AF ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นที่สุดของกล้อง EOS 70D ครับ

โลโก้ Dual Pixel CMOS AF กล่าวกันว่าเทคโนโลยีใหม่นี้จะเปลี่ยนเทรนด์ของกล้อง Canon DSLR ในอนาคต

 

Watanabe ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์อะไร ก็เป็นเรื่องปกติครับที่ทั้งตลาดอาจจะถูกปฏิวัติได้ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีหรือสินค้าใหม่เพียงตัวเดียว หากเราดูอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ก็จะเห็นตัวอย่างแบบนี้ได้ไม่ยาก ในบริบทเทคโนโลยีและกล้องของ Canon ตัวอย่างบางส่วนก็ได้แก่ กล้อง AE-1 ที่ออกสู่ท้องตลาดในปี 1976 และกล้อง EOS 650 กล้องรุ่นแรกในระบบ EOS ที่ออกวางขายในปี 1987 ในยุคของกล้องดิจิตอล Canon ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มกล้อง EOS สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน ซึ่งมีส่วนทำให้การใช้กล้อง Digital SLR แพร่หลายในวงกว้าง เมื่อมองอย่างนี้แล้ว Dual Pixel CMOS AF ก็ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเทรนด์อนาคตของกล้อง Canon DSLR และกล้องรุ่นแรกที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ ก็คือกล้อง EOS 70D คุณสามารถพูดได้ว่า Dual Pixel CMOS AF ได้เปิดประตูสู่ศักราชใหม่ของการถ่ายภาพ Live View

― อะไรที่ทำให้ Dual Pixel CMOS AF พิเศษกว่าเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่น AF แบบเดิมครับ?

Watanabe ข้อแรกเลย Dual Pixel CMOS AF ไม่ต้องหาโฟกัสครับ ด้วย Dual Pixel CMOS AF การจับโฟกัสอัตโนมัติระหว่างถ่ายภาพแบบ Live View สามารถทำได้ด้วยความเร็วในอัตราเดียวกันกับการถ่ายภาพด้วยช่องมองภาพ คุณจึงสามารถสร้างสรรค์ภาพยนตร์ได้อย่างราบรื่น คุณสมบัติข้อที่สอง คือ เทคโนโลยีัเฉพาะของ Canon ที่ทำให้การใส่โฟโตไดโอด 40.3 ล้านอันไว้บนเซนเซอร์ภาพนั้นเป็นไปได้ ผมจะคุยในรายละเอียดทีหลัง แต่พื้นฐานก็คือ เทคโนโลยีนี้ทำให้จุดพิกเซลทั้งหมดบนระนาบของภาพทำหน้าที่ได้ทั้งการตรวจจับ Phase-difference และการสร้างภาพ ด้วยเทคโนโลยีนี้ เราเชื่อว่าผู้ใช้กล้องจะพึงพอใจกับ “ความเร็ว ความสะดวกสบาย และคุณภาพ” ซึ่งเป็นปรัชญาที่ซีรีย์ EOS ต้องการจะไปให้ถึง ทั้งเมื่อถ่ายภาพด้วยช่องมองภาพและเมื่อถ่ายแบบ Live View

Dual Pixel CMOS AF และ Hybrid CMOS AF

 

Hybrid CMOS AF

สีฟ้า และ สีแดง: พิกเซลที่สามารถตรวจจับโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase-difference ได้

พิกเซลที่สามารถตรวจจับโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase-difference ได้ถูกจัดวางให้กระจายตัวอยู่ (แต่ละพิกเซลของเซนเซอร์ Hybrid CMOS AF ไม่ได้ทำงานเป็นโฟโตไดโอดสองอันที่แยกจากกัน)

 

Dual Pixel CMOS AF (สีน้ำเงิน)

สีฟ้า: โฟโตไดโอด A

สีแดง: โฟโตไดโอด B

ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase-difference สามารถทำได้โดยจุดพิกเซลทุกพิกเซล

 

Dual Pixel CMOS AF จับโฟกัสโดยอาศัยความแตกต่างในสัญญาณจากโฟโตไดโอดทั้งสองอัน ส่วน Hybrid CMOS AF จับโฟกัสโดยใช้โฟโตไดโอดอันเดียว แต่การโฟกัสขั้นสุดท้ายไม่สามารถทำได้ด้วยระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase-difference แต่เพียงอย่างเดียว

 

― ค่าตัวเลขจำนวนโฟโตไอโอดประมาณ 40.3 ล้านอันนั้น มีที่มาจากเทคโนโลยีอะไรครับ?

Miyanari เมื่อพิจารณาถึงความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการสร้างภาพ กับฟังก์ชั่นโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase-difference ค่าตัวเลขสำหรับจำนวนพิกเซลโดยรวมๆ ก็กำหนดไว้ที่ประมาณ 20.2 ล้านพิกเซล หลังจากปัดเศษจำนวนพิกเซลจริงที่ 20.16 ล้านพิกเซลแล้วครับ และเนื่องจากตอนนี้มีโฟโตไดโอดสองอันสำหรับแต่ละพิกเซล ตัวเลข 40.3 ล้าน ก็คือค่าที่ได้จาก 20.16 ล้านคูณสอง แล้วปัดเศษครับ ในการใส่โฟโตไดโอดสองอันเข้าไปในแต่ละพิกเซล เราใช้ทั้งเทคโนโลยีการย่อส่วน โครงสร้างพิกเซล ความเร็วในการอ่านจากเซนเซอร์ภาพ และระบบการประมวลผลสัญญาณ Phase-difference

  1. โฟโตไดโอด A
  2. โฟโตไดโอด B

โฟโตไดโอดแต่ละอันสามารถตรวจจับแสงได้โดยเป็นอิสระจากกัน

 

โครงสร้างของเซนเซอร์ CMOS

ถึงแม้จะไม่มีเส้นแบ่งแยกระหว่างโฟโตไดโอดข้างขวาและข้างซ้าย แต่โฟโตไดโอดทั้งสองก็ทำงานแยกจากกันในการโฟกัส ในระหว่างถ่ายภาพ สัญญาณภาพจะถูกเก็บไว้ในลักษณะเดียวกับเซนเซอร์ภาพแบบเดิม กล่าวอีกอย่างก็คือ แต่ละพิกเซลจะทำหน้าที่สองอย่างในเวลาเดียวกัน

 

― แล้วระบบนี้ต่างจากระบบในปัจจุบันอย่างไีร?

Miyanari พิกเซลทั้งหมดที่อยู่ในเซนเซอร์ภาพของกล้อง EOS 70D จะทำหน้าที่ทั้งระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase-difference และการสร้างภาพ อย่างไรก

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.