ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 3] ความสามารถในการใช้งานและพลังการถ่ายทอดภาพที่ดีเยี่ยมของช่วงทางยาวโฟกัส 11-24 มม.

ทำไมนักพัฒนาเลนส์ EF11-24mm f/4L USM ถึงตัดสินใจกำหนดช่วงการซูมเป็น 11-24 มม. พบคำตอบได้ในบทความนี้ ซึ่งมาถึงตอนที่ 3 แล้ว (เรื่องโดย Ryosuke Takahashi)

หน้า: 1 2

(จากซ้ายไปขวา)

ICP กลุ่มที่ 1: Shota Shimada

ศูนย์การพัฒนา ICP 1: Hideki Sakai

ศูนย์การพัฒนา ICP 1: Tadanori Okada

อัตราการซูมประมาณ 2.2 เท่า ให้คุณภาพของภาพถ่ายสูงตลอดช่วงการซูม

- เพื่อช่วยให้เราเห็นภาพความกว้างของมุมรับภาพทางยาวโฟกัส 11 มม. อยากให้ทีมงานอธิบายหน่อยครับว่ามันเป็นยังไงถ้าเทียบกับเลนส์ซูมที่ค่าทางยาวโฟกัสเริ่มจาก 16 มม.

Shimada ถ้าคุณนำภาพถ่ายแนวตั้งที่ถ่ายด้วยเลนส์ 16 มม. สองภาพมาวางต่อกัน มุมภาพที่ได้จะเท่ากับหนึ่งภาพแนวนอนที่ถ่ายด้วยเลนส์ 11 มม. หรืออาจจะพูดได้ว่า ทางยาวโฟกัส 11 มม. มีความสามารถที่จะเก็บความกว้างได้มากเป็นสองเท่าของเลนส์ 16 มม. นั่นเองครับ

- สุดระยะเทเลโฟโต้ของเลนส์นี้อยู่ที่ 24 มม. ทำไมถึงเลือกระยะทางยาวโฟกัสนี้

Shimada เราไม่ต้องการเลนส์ 11 มม. ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่อยากให้เป็นเลนส์ที่มีระยะซูมที่กำลังดี สามารถนำไปใช้เป็นเลนส์ซูมปกติได้ จึงคิดว่าน่าจะดีกว่าถ้ากำหนดให้ทางยาวโฟกัสในฝั่งเทเลโฟโต้เป็น 24 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับระยะมุมกว้างของเลนส์ซูมมาตรฐาน ด้วยทางยาวโฟกัสระยะนี้ ผู้ใช้จะได้สนุกกับการใช้เลนส์กับการถ่ายภาพหลากหลายประเภทขึ้นมาก ทั้งภาพวิว ภาพงานแต่งงาน และภาพภายในอาคาร แน่นอนเราตระหนักว่า กระบวนการการออกแบบเลนส์อาจง่ายกว่านี้มากถ้าเลือกระยะเทเลโฟกัสที่สั้นกว่า แต่เราก็ตัดสินใจทำเลนส์ 11-24mm เพราะคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้งานที่ครอบคลุมกว่าครับ

Sakai ในระหว่างการออกแบบ มีบางช่วงที่ยากมาก แต่เราก็เห็นความสำคัญของทางยาวโฟกัส 24 มม. หลายอย่างเมื่อพิจารณาถึงความสะดวกในการใช้งานเท่าที่เลนส์สักตัวหนึ่งจะทำได้ นอกจากนี้ ทางยาวโฟกัส 24 มม. ยังมีความพอเหมาะพอดีหากคำนึงถึงการรักษาประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมไว้ได้ตลอดช่วงการซูม

ภาพถ่ายกำแพงปราสาทเมืองโบราณใน Avila จากระยะที่ไกลระดับหนึ่ง เนื่องจากกล้องไม่สามารถเก็บข้อมูลตัวแบบได้มากเมื่อถ่ายภาพตอนใกล้ค่ำ กำลังในการแยกรายละเอียดของเลนส์จึงกลายเป็นข้อพิจารณาสำคัญ ในภาพนี้ ทั้งปราสาทและตึกรามบ้านช่องในเมืองโบราณถ่ายออกมาได้อย่างคมชัด

EOS 5D Mark III/ EF11-24mm f/4L USM/ FL: 24 มม./ Aperture-priority AE (f/8, 5 วินาที, EV-1.0)/ ISO 100/ WB: อัตโนมัติ

- คุณสามารถถ่ายภาพครอบคลุมระยะ 14 มม. ถึง 16 มม. ได้ด้วยเลนส์นี้เลนส์เดียว อย่างนี้เหมาะกับการใช้งานจริงมากเลยสิครับ

Sugita ใช่แล้วครับ หากอัตราการซูมต่ำกว่านี้ ผู้ใช้อาจต้องพกเลนส์มุมกว้างอีกตัว อย่างไรก็ตาม เลนส์ EF11-24mm f/4L USM ทำให้มีทางยาวโฟกัสต่อกันพอดีกับเลนส์ซูมมาตรฐาน ซึ่งเราพบว่าเป็นประโยชน์ในการใช้งานอย่างมาก

จุดที่ 2: ทางยาวโฟกัสมีผลต่อมุมรับภาพ

[11 มม.]

วัตถุในระยะโฟร์กราวด์และด้านข้างทั้งสองด้านดูใหญ่ขึ้น ซึ่งทำให้ดูเหมือนมีที่ว่างกว้างขึ้นกว่าที่เห็นได้จริงด้วยตาเปล่า พุ่มไม้ในระยะโฟร์กราวด์นั้นอยู่ใกล้กับเลนส์มาก ซึ่งถ่ายติดเข้ามาในภาพกับตัวแบบอื่นๆ ด้วย ถ่ายทอดมิติความกว้างเกินกว่าจะจินตนาการได้

[16 มม.]

นี่คือมุมรับภาพที่ถ่ายจากเลนส์มุมกว้างแบบเดิม เห็นความแตกต่างกับทางยาวโฟกัส 11 มม. ได้อย่างชัดเจน ขณะที่โดยทั่วไปทางยาวโฟกัส 16 มม. ก็ให้มุมภาพที่กว้างค่อนข้างมาก แต่ก็กลายเป็นธรรมดาไปเมื่อเทียบกับภาพถ่ายที่ 11 มม.

[ประมาณ 24 มม.]

สิ่งที่อยู่ด้านข้างและในระยะโฟร์กราวด์ดูเหมือนจะปรากฏใกล้ขึ้น แม้ว่านี่เป็นมุมรับภาพปกติสำหรับเลนส์มุมกว้าง แต่ดูเหมือนเป็นเลนส์มาตรฐานมากกว่าเมื่อเทียบกับภาพที่ถ่ายด้วยทางยาวโฟกัส 11 มม. มุมรับภาพแบบนี้ให้องค์ประกอบภาพที่ดูแล้วมั่นคง และเหมาะสำหรับการนำเสนอภาพถ่ายให้มีสัดส่วนที่พอเหมาะ

- มีประเด็นไหนที่อยากบอกถึงผู้ใช้ในการใช้งานเลนส์รุ่นนี้ไหมครับ

Shimada เราหวังว่าผู้ใช้จะจดจำถึงความสามารถในการเก็บภาพมุมกว้างของทางยาวโฟกัส 11 มม. ซึ่งมีมิติที่กว้างขวางมากกว่าที่คิด ตอนที่เราทดลองถ่ายภาพ หลายครั้งที่วัตถุที่เราไม่ได้คิดไว้ว่าจะให้ปรากฏในภาพก็ยังเข้ามาอยู่ในเฟรมภาพด้วย นอกจากนี้ เลนส์นี้จะสร้างเอฟเฟ็กต์เปอร์สเปคทีฟที่ชัดเจนมาก จึงสำคัญที่จะพิจารณาว่าเราจะใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะนี้อย่างไรให้ได้ศักยภาพที่เต็มเปี่ยมของเลนส์

การซูมเข้าหาตัวแบบที่ทางยาวโฟกัส 11 มม. มุมภาพทั้งสี่จะยืดออก ทำให้ตัวแบบมีความบิดเบี้ยวไปในรูปทรงที่แปลกตาดูน่าสนใจทีเดียว เชื่อว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์มุมกว้างพิเศษตัวนี้กับการถ่ายภาพได้หลายประเภท

EOS 5D Mark III/ EF11-24mm f/4L USM/ FL: 11 มม./ Aperture-priority AE (f/8, 1/30 วินาที)/ ISO 2000/ WB: อัตโนมัติ

Sakai เราลดความบิดเบี้ยวของเลนส์ลง นั่นหมายถึงเมื่อถ่ายเส้นตรงก็จะได้ภาพเส้นที่ตรงตามจริง อย่างไรก็ตาม ความเอียงในภาพก็อาจเด่นชัดขึ้นเพราะสาเหตุเดียวกัน ดังนั้น ผมแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจดูแนวภาพทั้งด้านตั้งและด้านนอนโดยใช้เครื่องมือ เช่น การวัดระดับความเอียงอิเล็กทรอนิกส์ในตัวกล้อง

- บอดี้กล้องแบบไหนที่ควรใช้กับเลนส์นี้เพื่อให้ได้ศักยภาพของกำลังการแยกรายละเอียดอย่างเต็มขีดจำกัด

Shimada เพื่อให้ได้ภาพมุมกว้างที่ดีที่สุดจากทางยาวโฟกัส 11 มม. ผมคงแนะนำให้คุณเลือกกล้องฟูลเฟรมของ Canon รุ่นใดก็ได้ครับ

Sakai กล้องซีรีส์ EOS 5DS 50 ล้านพิกเซลที่ Canon เพิ่งเปิดตัวไม่นานจะสามารถขยายศักยภาพของเลนส์นี้ได้ และคุณจะพึงพอใจกับภาพถ่ายความละเอียดสูง

จุดที่ 3: ระยะโฟกัสใกล้สุดและเปอร์สเปคทีฟ

[ประมาณ 32 ซม.]

เมื่อถ่ายภาพโคลสอัพที่ระยะโฟกัสใกล้สุดด้วยทางยาวโฟกัส 11 มม. ส่วนที่ใกล้กับเลนส์ที่สุดจะออกมาใหญ่เกินกว่าปกติ เช่นศีรษะของรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ในรูปนี้ดูจะใหญ่กว่าตึกอาคารและท้องถนนในแบ็คกราวด์ เอฟเฟ็กต์เปอร์สเปคทีฟเช่นนี้ไม่สามารถสร้างด้วยเลนส์ 16 มม. ได้

[ประมาณ 50 ซม.]

ผมถ่ายภาพรูปปั้นนี้ด้วยทางยาวโฟกัส 11 มม. จากระยะห่างประมาณ 50 เซนติเมตร ลักษณะเปอร์สเปคทีฟของภาพดูเบาลงกว่าภาพที่ถ่ายที่ระยะโฟกัสใกล้สุด แต่มุมรับภาพกว้างเหลือล้นนี้ก็ยังสร้างเอฟเฟ็กต์บิดเบี้ยวให้ภาพทั้งภาพ ซึ่งมุมมองเปอร์สเปคทีฟแบบนี้เหมาะกับการถ่ายภาพทั่วๆ ไป

[ประมาณ 1 เมตร]

ภาพถ่ายนี้ถ่ายที่ระยะห่างจากตัวแบบประมาณ 1 เมตร มิติความกว้างของภาพทั้งภาพเด่นชัด จึงทำให้ความโดดเด่นของรูปปั้นเดิมลดน้อยลง แต่ลักษณะเปอร์สเปคทีฟของตึกอาคารด้านหลังก็ยังสามารถสร้างความรู้สึกที่แตกต่างให้กับทั้งตัวแบบหลักและแบ็คกราวด์

จุดที่ 4: มุมภาพและเปอร์สเปคทีฟ

[มุมสูง]

การเล็งกล้องขึ้นสร้างเอฟเฟ็กต์เปอร์สเปคทีฟตรงส่วนบนของภาพให้เห็นชัดเจน ทำให้คุณสามารถขับเน้นความสูงของเพดานได้

[ระดับสายตา]

การวางเลนส์แนวนอนทำให้มีเอฟเฟ็กต์เปอร์สเปคทีฟในทุกๆ ทิศทางเท่าๆ กัน สร้างบรรยากาศภาพที่ดูกว้างขวางมาก

[มุมต่ำ]

การเล็งกล้องต่ำสร้างเอฟเฟ็กต์เปอร์สเปคทีฟเช่นกัน โดยมีลักษณะตรงข้ามกับแบบมุมสูง กำแพงและเพดานดูกว้างขึ้นในบริเวณส่วนบนของภาพ

จุดที่ 5: การวางภาพแนวตั้งและแนวนอน

การเปลี่ยนแนวตั้งหรือแนวนอนจะเป็นการเปลี่ยนลักษณะการเน้นความกว้างของมุมรับภาพ ซึ่งส่งผลกับภาพและบรรยากาศภาพที่ได้ เช่น หากถ่ายในแนวตั้ง พื้นจะเด่นขึ้น ขณะที่ภาพในแนวนอนจะเห็นความกว้างของพื้นที่ว่างได้เด่นชัดกว่า

Ryosuke Takahashi

เกิดที่จังหวัดไอชิเมื่อปี 1960 Takahashi เริ่มทำงานอิสระในปี 1987 หลังจากทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาและสำนักพิมพ์ และเนื่องจากรับถ่ายภาพให้กับนิตยสารชื่อดัง เขาจึงได้เดินทางจากที่อยู่ประจำ คือ ญี่ปุ่นและจีน ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Japan Professional Photographers Society (JPS) ด้วย

Digital Camera Magazine

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย

จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.