ผลิตภัณฑ์

[ตอนที่ 4] การเปรียบเทียบอัตราภาพถ่ายต่อเนื่องและความเร็วในการเขียนข้อมูลไปยังการ์ดหน่วยความจำ

กล้อง EOS 7D Mark II ซึ่งเปิดตัวหลังจากใช้เวลาพัฒนามาเกือบ 5 ปี มีคุณสมบัติเฉพาะที่เหนือกว่ากล้อง EOS 7D แทบทุกด้าน ก้าวหน้าถึงระดับอย่างมั่นคง ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ได้รับการปรับปรุงจะช่วยเปลี่ยนสภาพการถ่ายภาพในสถานการณ์จริงอย่างไร บทความชุดนี้ เราจะพาไปรู้จักกับความสามารถที่ซ่อนเร้นของกล้อง EOS 7D Mark II จาก 8 มุมมองที่แตกต่างกัน ในตอนที่ 2 เราจะเปรียบเทียบ [อัตราภาพถ่ายต่อเนื่องและความเร็วในการเขียนข้อมูล] (เรื่องโดย: Ryosuke Takahashi, นางแบบ: Hitomi Otsuki (Oscar Promotion))

หน้า: 1 2

 

จุดที่ 7 อัตราภาพถ่ายต่อเนื่อง

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่แตกต่างกันเพียง 2 เฟรมต่อวินาทีส่งผลอย่างไร?

วิธีการทดสอบ

ติดตั้งกล้อง EOS 7D และ EOS 7D Mark II กับมัลติอาร์มและประกอบเข้ากับเลนส์ EF70-200mm f/2.8L IS II USM ตั้งค่ากล้องไปที่การเปิดรับแสงแบบแมนนวล (1/8,000 f/2.8), โหมด One Shot AF + การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง + โซน AF (รายการอื่นๆ ใช้การตั้งค่าเริ่มต้น) แล้วลั่นชัตเตอร์โดยกดปุ่มชัตเตอร์แบบต่อเนื่องพร้อมๆ กันเป็นจำนวน 5 ชุด ตรวจสอบว่าคุณได้รับภาพที่ดีที่สุดของตัวแบบผู้หญิงที่หันหน้าแบบฉับพลันได้หรือไม่

 

EOS 7D Mark II

สูงสุดประมาณ 10 เฟรมต่อวินาที

1

2

3

4

5

6

7

8

EOS 7D

สูงสุดประมาณ 8 เฟรมต่อวินาที

1

2

3

4

5

6

จำนวนภาพที่ถ่ายได้ต่อ 1 วินาทีของกล้อง EOS 7D Mark II เป็นจำนวน 8 ภาพและของกล้อง EOS 7D จำนวน 6 ภาพ ถึงแม้ว่าแตกต่างกันเพียง 2 ภาพ แต่อาจสร้างความแตกต่างที่สำคัญมากเมื่อใช้ถ่ายภาพช่วงวินาทีสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 
 

โอกาสในถ่ายภาพช่วงวินาทีสำคัญที่เป็นไปได้มากกว่า

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดประมาณ 10 เฟรมต่อวินาทีเป็นไปได้เมื่อใช้กล้อง EOS 7D Mark II เพราะการใช้ตลับลูกปืนกลมในชุดชัตเตอร์และกลไกการเคลื่อนของกระจกใหม่ล่าสุด นอกจากความเร็วที่สูงกว่ากล้อง EOS 7D ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 8 เฟรมต่อวินาทีแล้ว การเคลื่อนไหวของกล้องและแรงสั่นสะเทือนยังเงียบเชียบได้อย่างไม่น่าเชื่อ จำนวนภาพที่ถ่ายได้ต่อหนึ่งช่วงเวลานั้นสูงขึ้นเนื่องจากความเร็วของเฟรมภาพที่เพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวแบบฉับพลันของตัวแบบซึ่งไม่สามารถถ่ายได้ก่อนนี้ด้วย EOS 7D ตอนนี้ทำได้แล้ว

สำหรับภาพด้านบน ถ่ายโดยกล้องทั้งสองรุ่นติดตั้งอยู่กับมัลติอาร์ม และลั่นชัตเตอร์ทันทีที่ผู้หญิงตัวแบบหันมา กล้อง EOS 7D Mark II มีช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างเฟรมสั้น ทำให้จับภาพการเคลื่อนไหวของผมของตัวแบบได้อย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างกล้องทั้งสองเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่เฟรมที่ 3 เป็นต้นไป ประสิทธิภาพที่แตกต่างกันคือความได้เปรียบในสถานการณ์ต่างๆ ที่ตัวแบบเคลื่อนไหวเร็ว ทำให้ถ่ายภาพต่อช่วงเวลาหนึ่งได้หลายภาพยิ่งขึ้น นี่หมายความว่าคุณสามารถเลือกภาพที่ดีที่สุดจากภาพที่ถ่ายไว้หลายภาพได้ นอกจากนี้ การหน่วงเวลาในการลั่นชัตเตอร์ยังมีระยะสั้นลงจาก 0.059 วินาที (EOS 7D) เป็น 0.055 วินาที ทำให้เวลาหน่วงระหว่างการเคลื่อนไหวของตัวแบบและการลั่นชัตเตอร์สั้นลงด้วย นอกจากนี้ จังหวะการกดปุ่มชัตเตอร์และอื่นๆ ยังใกล้เคียงกับกล้องระดับสูงๆ อย่าง EOS-1D X กล้องมีการตอบสนองด้วยความไวสูงเพื่อทำการถ่ายภาพได้ทันที แม้ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องอาจต่างกันเพียงแค่ 2 เฟรมต่อวินาที แต่หากพิจารณาร่วมกับการเคลื่อนไหวด้วยแล้ว กล้อง EOS 7D Mark II มีความไวในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่โดดเด่นกว่าแค่ตัวเลขนี้มาก อาจไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากจะพูดว่าความรู้สึกที่คุณจะได้รับจากการใช้กล้องรุ่นนี้ใกล้เคียงกับกล้อง EOS-1D X ซึ่งมีประสิทธิภาพการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 12 เฟรมต่อวินาที

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง

 

เลือกจำนวนเฟรมได้อย่างอิสระ

คุณสามารถกำหนดค่าจำนวนเฟรมบนกล้อง EOS 7D Mark II ได้ด้วยตัวเองเมื่อถ่ายภาพในโหมดการถ่ายภาพความเร็วสูง ความเร็วต่ำ และโหมดการถ่ายภาพแบบเงียบ โดยตั้งค่าได้ตั้งแต่ 2-10 เฟรมสำหรับโหมด [การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง] 1-9 เฟรมสำหรับโหมด [การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วต่ำ] และ 1-4 เฟรมสำหรับโหมด [การถ่ายภาพต่อเนื่องแบบเงียบ] เลือกความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่คุณพอใจเมื่อต้องการเพิ่มระยะการเปลี่ยนผ่านระหว่างเฟรม

 
 
 

จุดที่ 8 การเขียนข้อมูลบนการ์ดหน่วยความจำ

ชิปประมวลผลภาพที่ใช้มีความแตกต่างกันอย่างไร?

วิธีการทดสอบ

ประกอบเลนส์ EF70-200mm f/2.8L IS II USM เข้ากับ EOS 7D Mark II หรือ EOS 7D เพื่อถ่ายภาพระยะไกลต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง เราทำการวัดค่าระยะเวลาที่ใช้จากสถานะการบัฟเฟอร์เต็มขนาดจนกระทั่งไฟแสดงการใช้งานการ์ดดับลง 3 ครั้ง และนำผลการทดสอบที่ได้มาคิดค่าเฉลี่ยและบันทึก

 

การ์ด Compact Flash A

(64GB, UDMA7, ความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงสุด 150 MB/วินาที)

RAW+JPEG

สีแดง: EOS 7D Mark II 5.32 วินาที

สีน้ำเงิน: EOS 7D 13.27 วินาที

RAW

สีแดง: EOS 7D Mark II 4.72 วินาที

สีน้ำเงิน: EOS 7D 6.54 วินาที

 

แม้ความเร็วในการเขียนข้อมูลของการ์ด CF ที่แท้จริงอยู่ที่ 150 MB/วินาที แต่การประมวลผลภาพของกล้อง EOS 7D ไม่สามารถทำงานด้วยความเร็วในระดับเดียวกันได้ ทำให้ใช้เวลาต่างกันอย่างมากเมื่อเทียบกับกล้อง EOS 7D Mark II

การ์ด Compact Flash B

(64GB, UDMA7, ความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงสุด 60 MB/วินาที)

RAW+JPEG

สีแดง: EOS 7D Mark II 5.66 วินาที

สีน้ำเงิน: EOS 7D 13.41 วินาที

RAW

สีแดง: EOS 7D Mark II 4.88 วินาที

สีน้ำเงิน: EOS 7D 6.62 วินาที

 
 

แม้ว่าจะใช้การ์ด CF ซึ่งมีความเร็วในการเขียนข้อมูลที่ 60 MB/วินาที แต่ประสิทธิภาพของกล้อง EOS 7D Mark II ก็ยังคงทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยกล้อง EOS 7D Mark II เวลาในการบันทึกข้อมูลไฟล์ RAW+JPEG ถือเป็นค่าที่ใช้งานได้จริง

ถ่ายภาพได้อย่างฉับไวด้วยกล้อง EOS 7D Mark II แม้จะถ่ายในรูปแบบ RAW+JPEG

ปัจจัยที่กำหนดความเร็วในการเขียนข้อมูลไปยังการ์ด CF คือ ประสิทธิภาพของระบบประมวลผลภาพและความเข้ากันได้ของสื่อที่ใช้บันทึก เมื่อความสามารถในการประมวลผลของปัจจัยทั้งสองยิ่งสูง ความเร็วในการเขียนข้อมูลก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้ถ่ายภาพต่อไปได้เร็วขึ้น กล้อง EOS 7D Mark II ใช้ระบบประมวลผล Dual DIGIC 6 ใหม่ล่าสุดและวงจรการประมวลผลคู่ขนานความเร็วสูงที่จะทำให้การปฏิบัติการต่างๆ รวดเร็วขึ้น ชิปประมวลผลภาพ Dual DIGIC 4 ของกล้อง EOS 7D ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้กับกล้อง EOS 7D Mark II เนื่องจากเป็นชิปประมวลผลที่มีรูปแบบต่างกัน อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบเวลาที่ใช้ในการเขียนข้อมูลจากสถานะการบัฟเฟอร์เต็มขนาด พบว่า กล้อง EOS 7D Mark II ใช้ระยะเวลาสั้นกว่ามาก แม้จะมีจำนวนพิกเซลและจำนวนการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงกว่า โดยเฉพาะเมื่อถ่ายในรูปแบบ RAW+JPEG (ซึ่งกล้องจะมีการทำงานมากที่สุด) จึงใช้เวลาในการเขียนข้อมูลที่ต่างกันอย่างชัดเจน แม้มีการใช้การ์ด CF ต่างชนิดกัน ความเร็วในการเขียนข้อมูลก็ยังคงรวดเร็วกว่าถึงประมาณ 2.4 เท่าโดยเฉลี่ย แนวโน้มเช่นเดียวกันนี้เห็นได้พบในการบันทึกภาพรูปแบบ RAW หรือ JPEG เช่นกัน แม้จะมีความแตกต่างเล็กน้อย

*กล้องที่ใช้ในการทดสอบเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โปรดทราบว่า ผลิตภัณฑ์จริงอาจแตกต่างไปในแง่ของรูปลักษณ์กล้อง คุณภาพของภาพถ่าย และอื่นๆ

Ryosuke Takahashi

 

เกิดที่จังหวัดไอชิเมื่อปี 1960 Takahashi เริ่มทำงานอิสระในปี 1987 หลังจากทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาและสำนักพิมพ์ และเนื่องจากรับถ่ายภาพให้กับนิตยสารชื่อดัง เขาจึงได้เดินทางจากที่อยู่ประจำ คือ ญี่ปุ่นและจีน ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Japan Professional Photographers Society (JPS) ด้วย

 
 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.