ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

เคล็ดลับและบทเรียน >> เคล็ดลับและบทเรียนทั้งหมด

การป้องกันภาพสั่นไหวโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

2021-11-12
1
241
ในบทความนี้:

สำหรับอุปกรณ์กล้องแล้ว ขาตั้งกล้องเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด ขาตั้งกล้องช่วยแก้ปัญหาที่มาพร้อมกับการเปิดรับแสงที่ยาวนานขึ้น ที่แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลให้ภาพเบลอได้ ถึงกระนั้นคุณก็ไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้เสมอไป (เช่นลมแรง พื้นที่ขรุขระ พื้นที่ไม่เพียงพอ) นอกจากนี้ ขาตั้งกล้องคุณภาพสูงยังมีน้ําหนักมากเนื่องจากการออกแบบ ซึ่งทําให้การขนย้ายยุ่งยาก 

แต่ก็มีวิธีแก้ไขปัญหาในการป้องกันภาพสั่นไหวโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ช่างภาพบางคนถ่ายภาพในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงภาพสั่นไหวที่เป็นผลจากการกดและปล่อยปุ่มชัตเตอร์ สําหรับกล้องที่ไม่มีโหมดไฮสปีดไดรฟ์ การใช้โหมดตั้งเวลาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ชาญฉลาดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันโดยไม่ต้องถ่ายภาพมากเกินไป 

 

นี่คือวิธีแก้ปัญหาแบบอื่นๆ :

การปรับสายคล้องกล้อง

การเพิ่มความตึงของสายคล้องกล้องสามารถช่วยรักษาเสถียรภาพของกล้อง และวิธีที่ง่ายที่สุดในการบรรลุเป้าหมายนี้คือปรับสายให้สั้นลง ซึ่งสามารถทําได้เมื่อสายคล้องคอ สะพายพาด หรือคล้องที่ต้นแขน หากคุณถ่ายภาพจากมุมต่ํา ให้เหยียบสายคล้องกล้องคุณและที่ดึงสายให้ตึงก็ใช้ได้เหมือนกัน 

 

การหดแขนเข้าหาตัว 

การใช้เคล็ดลับนี้กับสายคล้องกล้องจะทำให้คุณถ่ายภาพได้นิ่งขึ้น การงอแขนเข้าหาตัวก็ช่วยได้มากเช่นกัน สิ่งที่ต้องจําไว้ก็คือ "ข้อศอกที่สะโพก" 

 

การพิงกับพื้นผิวเรียบ

คุณสามารถใช้ร่างกายของคุณเป็นขาตั้งกล้องชั่วคราวได้ การพิงกําแพงที่มั่นคงนั้นได้ผลดี และการนั่งหรือนอนลงก็ใช้ได้เช่นกัน ทั้งสองวิธีนี้สามารถช่วยคุณได้มากเมื่อคุณถ่ายภาพแบบถือกล้องด้วยมือ 

 

การวางกล้อง

กล่องเรียบๆ ก็อาจเพียงพอสำหรับรักษาเสถียรภาพของกล้องของคุณ ที่จริงแล้ว พื้นผิวที่เรียบใดๆ ก็ตาม สามารถใช้เป็นฐานสําหรับกล้องของคุณได้ อีกวิธีที่ได้รับความนิยมก็คือการใช้ถุงบีนแบ็กขนาดเล็กหรือถุงใส่ข้าวสารเป็นฐานรอง ลักษณะที่ปรับตามรูปทรงช่วยให้สามารถใช้งานได้บนพื้นผิวต่างๆ ในขณะที่รองรับกล้องได้อย่างมั่นคง 

แม้ว่าเทคนิคเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่างภาพทุกคนควรมีไว้ใช้ แต่เทคนิคเหล่านี้จะทํางานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เสริมกับเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวยุคใหม่ ความก้าวหน้าของอุปกรณ์ภาคสนามช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติต่างๆเช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้อง (In-Body IS) และระบบป้องกันภาพสั่นไหวในเลนส์ (Optical IS) การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมช่วยให้ช่างภาพสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดในงานฝีมือของพวกเขาได้ 

 

Canon EOS R5 และ R6 เป็นรุ่นเบิกทางด้วย IS 5 แกนในตัวกล้อง ทําให้สามารถลดการสั่นไหวได้สูงสุด 8 สต็อปเมื่อจับคู่กับเลนส์ที่เข้ากันได้ ตัวอย่างเช่นการจับคู่ RF35mm f/1.8 Macro ISSTM กับ EOS R5/R6 ช่วยให้ช่างภาพสามารถถ่ายภาพแบบถือกล้องด้วยมือได้อย่างมั่นคงที่ความเร็วชัตเตอร์สี่วินาที 

ในขณะเดียวกัน Optical IS ช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ระบบการแก้ไขออพติกช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความเร็วของ Auto-Focus (มีประโยชน์ในสถานการณ์ที่มีแสงน้อย) ในกรณีของเลนส์ RF ดังกล่าว ทั้งกล้องและเลนส์จะแบ่งปันข้อมูลเพื่อลดการเบลอจากการสั่นไหวของกล้องและให้ภาพที่คมชัด

การรวม IS ในตัวกล้องและ Optical IS เป็นการผสมผสานที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ภาพที่จะเป็นไปไม่ได้หากไม่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ประโยชน์อีกประการหนึ่งคือคุณจะไม่ต้องพึ่งการตั้งค่า ISO ที่สูงขึ้นเพื่อภาพที่ชัดเจน ด้วย IS ในตัวกล้องบวกกับ Optical IS ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพด้วยการเปิดรับแสงที่ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพเบลอ 

 

เป็นที่ชัดเจนว่า IS ในตัวกล้องและ Optical IS มีประสิทธิภาพสูงในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ด้วยกัน (เช่น EOS R6 with RF24-105mm f/4-7.1 IS STM) สิ่งสําคัญที่สุดคือ มันทําให้ช่างภาพมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อต้องถ่ายภาพที่มีความท้าทายทางเทคนิค เมื่อรวมกับเคล็ดลับที่กล่าวมาในบทความนี้ การได้ภาพที่คมชัดในสภาวะที่ท้าทายอาจจะง่ายขึ้นมาก

 

สำหรับบทความที่คล้ายกัน:

 

 

 

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา