ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

ผลิตภัณฑ์ >> ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

EOS R5 C: เมื่อ Cinema EOS พบกับ EOS R5

2022-03-09
74
79.64 k

กลุ่มกล้อง Cinema EOS มีสมาชิกใหม่แล้วคือ EOS R5 C ดังที่ชื่อบอกไว้ EOS R5 C เป็นกล้องถ่ายภาพยนตร์แบบไฮบริดที่ใช้การออกแบบเช่นเดียวกับ EOS R5 แต่เพิ่มคุณสมบัติการถ่ายวิดีโอที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพเข้าไป เช่น การบันทึกวิดีโอ RAW แบบ 8K ได้ไม่จำกัดซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายทำวิดีโอระดับมืออาชีพ มาดูสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับคุณสมบัติหลักของกล้องรุ่นนี้กัน เราได้พูดคุยกับ Sean Seah ช่างบันทึกภาพวิดีโอระดับมืออาชีพจาก Vulcanworx Productions (ฉบับภาษาอังกฤษ) ผู้ทดลองใช้กล้องรุ่นก่อนการผลิตด้วยตนเอง และเขาจะมาเล่าประสบการณ์ให้เราฟัง

 

ในบทความนี้:

บันทึกไฟล์ RAW แบบ 8K ที่ 60p ได้แทบไม่จำกัด

ระบบทำความเย็นภายในแบบแอคทีฟที่ทำให้สามารถบันทึกวิดีโอ RAW แบบ 8K ที่ 60p* ได้แทบไม่จำกัด

*เมื่อใช้อุปกรณ์จ่ายไฟเสริมจากภายนอก มีจำหน่ายแยกต่างหาก

EOS R5 รุ่นปัจจุบันเป็นกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมประสิทธิภาพเยี่ยมที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพนิ่งด้วยความเร็ว 20 fps อันทรงพลังและเซนเซอร์ CMOS ความละเอียดสูง 45 ล้านพิกเซล และยังเป็นที่รู้จักดีถึงความสามารถในการถ่ายวิดีโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรองรับการถ่ายวิดีโอ RAW แบบ 8K เพื่อตอบสนองความต้องการในการถ่ายทำวิดีโอแบบ 8K ที่กำลังเพิ่มมากขึ้น Canon จึงแก้ปัญหาระยะเวลาที่จำกัดในการบันทึกแบบ 8K ของ EOS R5 ในกล้องไฮบริดสำหรับถ่ายวิดีโอรุ่นใหม่ นั่นคือ EOS R5 C

EOS R5 C มีสเป็คพื้นฐานบางอย่างเช่นเดียวกับกล้อง EOS R5 เช่น:
- เซนเซอร์ภาพ CMOS แบบฟูลเฟรมที่มีจำนวนพิกเซลที่ใช้จริงสูงสุด 45 ล้านพิกเซล
- ระบบประมวลผลภาพ DIGIC X
- เมาท์เลนส์ RF และประโยชน์ต่างๆ

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ยังเพิ่มระบบพัดลมทำความเย็นในตำแหน่งด้านหลังของกล้องใกล้กับหน้าจอ LCD ด้วย ซึ่งจะช่วยจำกัดความร้อนไม่ให้สูงเกินไปขณะถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง เช่น วิดีโอ 8K จึงทำให้สามารถบันทึกวิดีโอ RAW แบบ 8K ได้โดยแทบไม่ต้องหยุดพักเมื่อใช้อุปกรณ์จ่ายไฟเสริมจากภายนอก (มีจำหน่ายแยกต่างหาก)

ขนาดและน้ำหนัก

หมายเหตุ: น้ำหนักที่ระบุไว้เป็นน้ำหนักของตัวกล้องเท่านั้น ไม่รวมแบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำ

เมื่อเพิ่มระบบพัดลมทำความเย็นเข้ามา กล้อง EOS R5 C จึงมีความลึกมากกว่ากล้อง EOS R5 23 มม. และมีน้ำหนักมากกว่า 30 ก. แต่คุณจะแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเหล่านี้เมื่อถือกล้องไว้ในมือ นอกจากนี้ยังคงมีความสามารถในการป้องกันฝุ่นละอองและหยดน้ำระดับเดียวกับกล้อง EOS C70 และ EOS C300 Mark II ผู้ใช้ EOS R5 และ EOS R6 หลายคนอาจไม่สังเกตเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนเมื่อใช้กล้อง EOS R5 C ด้วยตัวกล้องกะทัดรัดและน้ำหนักเบาซึ่งกล้องที่สามารถถ่ายวิดีโอแบบ 8K ได้น้อยรุ่นนักจะสามารถเทียบได้ EOS R5 C จึงมีส่วนช่วยในการเพิ่มความคล่องตัวให้การถ่ายทำวิดีโอแบบ 8K ได้อย่างมาก

 

นอกเหนือไปจากช่องระบายอากาศออกแล้ว EOS R5 C ก็แทบจะดูไม่ต่างจาก EOS R5 ความแตกต่างที่โดดเด่นได้แก่ ปุ่มชัตเตอร์สีแดงซึ่งทำหน้าที่เป็นปุ่มบันทึกสำหรับการถ่ายวิดีโอ และตราสัญลักษณ์ตัว ‘C’ สีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกล้อง Cinema EOS มีการเพิ่มไฟแสดงการบันทึกที่ด้านบนของโลโก้ “Canon” เพื่อแสดงว่าอยู่ระหว่างการบันทึก

 

Sean กล่าวว่า:
“ผมถ่ายวิดีโอในสถานการณ์ต่างๆ ทุกวันด้วยกล้องรุ่นนี้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ซึ่งรวมถึงงานแต่งงาน ภาพทิวทัศน์บางแห่ง และภาพยนตร์สารคดีสั้นๆ เรื่องหนึ่ง ส่วนมากผมถ่ายโดยใช้เพียงกล้องที่ติดตั้งจอภาพเข้าไป นอกจากนี้ อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ผมใช้ได้แก่ แบตเตอรี่เสริม ตัวสร้างไทม์โค้ด และไมโครโฟนภายนอก โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์

Sean ถ่ายภาพด้วยกล้อง EOS R5 C ที่มีการติดตั้งไมโครโฟนภายนอก

 

กล้อง EOS R5 C มีขนาดกะทัดรัดและพกพาสะดวก จึงให้ความอเนกประสงค์ที่มากยิ่งขึ้นในสถานการณ์การถ่ายภาพที่หลากหลาย

รูปลักษณ์ที่ไม่เป็นจุดสนใจและขนาดที่เล็กของกล้อง แม้จะมีความสามารถในการถ่ายวิดีโอ 8K ที่ 50p/60p แทบไม่จำกัดทำให้ผมสามารถผลิตวิดีโอและภาพถ่ายคุณภาพสูงมากได้ในหลายสถานที่ การถ่ายวิดีโอ 8K แบบต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดของผมคือ 2.5 ชั่วโมงในการถ่ายทำสารคดีสั้นเรื่อง “The Guitar Doctor” ผมถ่ายวิดีโอในรูปแบบ RAW LT ที่ 50p และใช้ไฟจากแบตเตอรี่เสริม ซึ่งผมไม่พบปัญหาการเกิดความร้อนสูงเลย

ผู้ที่ต้องการความคล่องตัวจากการใช้เพียงแค่แบตเตอรี่ภายในตัวกล้องควรทราบด้วยว่าอายุแบตเตอรี่เดิมนั้นสั้นกว่ามากคืออยู่ที่ 40 นาทีโดยประมาณ* ดังนั้นจึงควรวางแผนการถ่ายทำของคุณและเตรียมแบตเตอรี่สำรองไปให้พร้อมสำหรับระยะเวลาการถ่ายทำที่คุณวางแผนไว้

*จากการบันทึกด้วยการ์ด CFexpress (การบันทึกแบบสองช่อง: ปิด) ใช้เลนส์ RF50mm f/1.2 USM และหน้าจอ LCD (ความสว่าง: ปกติ)

 

ระบบคู่: อินเทอร์เฟซผู้ใช้ 2 แบบในกล้องเดียว

ระบบคู่ที่ทำให้คุณบูตกล้องเข้าสู่ฟังก์ชั่นถ่ายภาพหรือวิดีโอได้

คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ EOS R5 C คือระบบคู่ของกล้องซึ่งมี UI (อินเทอร์เฟซผู้ใช้) ที่แตกต่างกันสองแบบสำหรับการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ เมื่อหมุนสวิตช์เปิดไปที่ “PHOTO” จะเป็นการเปิดใช้งาน UI แบบเดียวกับกล้อง EOS R5 ซึ่งมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพแทบไม่ต่างกันสำหรับความต้องการด้านการถ่ายภาพของคุณ เมื่อหมุนสวิตช์ไปที่ “VIDEO” จะเป็นการเปิดใช้งาน UI ของกล้อง Cinema EOS ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ UI ของ EOS C70 โดยจะแสดงเมนูของกล้อง Cinema EOS

ช่างบันทึกภาพวิดีโอบางคนอาจต้องการแสดงความสว่างมากกว่าความไวแสง ISO หรือความเร็วชัตเตอร์ในส่วนของมุมชัตเตอร์ และ EOS R5 C ก็มีตัวเลือกดังกล่าวเช่นเดียวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์รุ่นอื่นๆ ช่างบันทึกภาพวิดีโอที่ใช้กล้อง Cinema EOS อยู่ในขณะนี้จะพบว่าการสลับการใช้งานเป็นเรื่องง่ายเนื่องจากมีเมนูและคุณสมบัติการใช้งานที่คุ้นเคย


อุปกรณ์แบบทูอินวัน: กล้องถ่ายภาพนิ่งที่ยอดเยี่ยมและกล้องวิดีโอทรงประสิทธิภาพในอุปกรณ์เดียว

ในแง่นี้ EOS R5 C จึงเปรียบเหมือนการมีกล้องสองตัวที่ยอดเยี่ยมในบอดี้เดียว ทั้งกล้องถ่ายภาพนิ่งที่โดดเด่น และกล้องถ่ายภาพยนตร์อันทรงพลัง การเปิดโหมดภาพถ่ายใช้เวลาเพียงราว 0.4 วินาที ส่วนการเปิดโหมดวิดีโอใช้เวลาประมาณ 1.2 วินาทีเท่านั้น และเพียงแค่สับสวิตช์ คุณก็จะสามารถเปลี่ยนจากฟังก์ชั่นหนึ่งไปยังอีกฟังก์ชั่นหนึ่งได้

Sean กล่าวว่า:
ผมใช้กล้อง EOS C70 รวมทั้งระบบ Cinema EOS อื่นๆ และการได้เห็นเมนูกล้องถ่ายภาพยนตร์ที่คุ้นเคยในโหมดวิดีโอทำให้การควบคุมกล้อง EOS R5 C เป็นเรื่องง่ายสำหรับผม

การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกด้วย EOS R5 C อีกโอกาสหนึ่งที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ!

 

รูปแบบการบันทึกที่หลากหลาย

บันทึกภายในได้สูงสุด 8K RAW 60p ด้วยรูปแบบการบันทึกที่หลากหลาย

EOS R5 C มาพร้อมกับรูปแบบการบันทึกมากมายสำหรับกล้องถ่ายภาพยนตร์ ในการบันทึกรูปแบบ RAW กล้องจะใช้รูปแบบ Cinema RAW Light อันทรงประสิทธิภาพซึ่งมีใช้ในกล้อง Cinema EOS รุ่นอื่นเช่นกัน แต่จะมีโหมดที่พัฒนาขึ้นใหม่สามโหมดซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการในการถ่ายวิดีโอของตนเอง ได้แก่:
- คุณภาพสูง (RAW HQ)
- คุณภาพมาตรฐาน (RAW ST)
- การบันทึกแบบ Light (RAW LT)

ในขณะที่ EOS R5 สามารถถ่ายวิดีโอ 8K RAW ได้สูงสุดที่ 30p/25p เท่านั้น แต่ EOS R5 C สามารถถ่ายได้สูงสุดที่ 60p/50p ในโหมด RAW LT นอกจากไฟล์ RAW และ MP4 แบบ 8K แล้ว กล้องยังรองรับการบันทึก 4K ในรูปแบบ XF-AVC ด้วย ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการแพร่ภาพของ MXF


รูปแบบหลักที่ EOS R5 C รองรับ

*อัตราเฟรมที่เป็นสีแดง: แนะนำให้ใช้อุปกรณ์จ่ายไฟจากภายนอกเมื่อถ่ายวิดีโอในโหมดฟูลเฟรมหรือครอปแบบ Super 35 มม.

แม้คุณจะตัดสินใจบันทึกแบบ 4K แต่ความสามารถระดับ 8K ของกล้องจะทำให้คุณสามารถใช้การอ่านพิกเซล 8K เต็มรูปแบบได้ในการสร้างไฟล์ 4K จากการสุ่มด้วยความถี่สูง ซึ่งจะให้คุณภาพของภาพที่สูงกว่าและเกิดเอฟเฟ็กต์มอเร่ สีเพี้ยน ความผิดเพี้ยน และจุดรบกวนน้อยกว่า นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกอัตราเฟรมสูงแบบ 4K สูงสุดที่ 120p ด้วยความลึกของสีสูงสุด 4:2:2 10 บิต (Long GOP/Intra-frame) และมีการบันทึกเสียงไปด้วยในรูปแบบไฟล์ WAV แยกกัน

EOS R5 C มีช่องเสียบการ์ดแบบคู่ ซึ่งรองรับการ์ด CFexpress หนึ่งอันและการ์ด SD หนึ่งอัน การบันทึกในรูปแบบอัตราบิตสูงเช่น RAW แบบ 8K จะต้องใช้การ์ด CFexpress แต่การบันทึกไปยังการ์ด SD ก็สามารถทำได้กับไฟล์ RAW ที่เบากว่า เช่น ไฟล์ RAW LT ถ่ายด้วยโหมดครอป Super 35 มม. ที่ 24p

รองรับเอาต์พุต RAW แบบ HDMI และสามารถบันทึกในรูปแบบ Apple ProRes RAW ได้สูงสุดถึง 8K ที่ 30p แบบ 10 บิต

นอกจากนี้ EOS R5 C ยังรองรับการบันทึกไฟล์ความละเอียดต่ำไปยังการ์ด SD พร้อมกันเพื่อขั้นตอนหลังการถ่ายทำที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Sean กล่าวว่า: 
เมื่อคุณบันทึกในรูปแบบ RAW + XF-AVC โดยเสียบไมโครโฟนภายนอกเข้าไปที่แจ็กไมโครโฟน 3.5 มม. จะสามารถบันทึกแบบ 4 ช่องได้ (2 ช่องภายนอกและ 2 ช่องจากไมโครโฟนภายใน) หากคุณกำลังใช้งานไมโครโฟนภายนอกแล้วแบตเตอรี่หมดขณะยังเสียบอยู่ เสียงจะไม่ได้รับการบันทึก ซึ่งถือเป็นหายนะสำหรับงานอีเวนต์และงานแต่งงาน เมื่อใช้การบันทึกแบบ 4 ช่อง อย่างน้อยคุณจะมีไมโครโฟนภายในเป็นตัวสำรองในช่องสองช่องที่ตั้งไว้

 

โหมด Canon Log และโหมด HDR gamma

EOS R5 C รองรับ Canon Log 3 ภายในกล้อง คุณสามารถใช้ Canon Log 2 กับไฟล์ที่ถ่ายในรูปแบบ Cinema RAW Light ได้ขณะดำเนินการในขั้นตอนหลังการถ่ายทำโดยใช้เครื่องมือปรับแต่งภาพ RAW สำหรับภาพยนตร์ของ Canon ซึ่งจะทำให้ได้การปรับสีที่สม่ำเสมอเมื่อใช้ EOS R5 C ร่วมกับกล้อง Canon รุ่นอื่น รวมถึงกล้อง Cinema EOS รุ่นอื่นด้วย

สำหรับการถ่ายแบบ HDR นอกจากรูปแบบ HDR PQ (Perceptual Quantization) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว EOS R5 C ยังรองรับ Hybrid Log-Gamma (HLG) ด้วย

โฟกัสอัตโนมัติและระบบป้องกันภาพสั่นไหว

โฟกัสอัตโนมัติและระบบป้องกันภาพสั่นไหว

AF ในโหมดวิดีโอและโหมดภาพถ่าย

ในโหมดวิดีโอ เนื่องจาก EOS R5 C ใช้เฟิร์มแวร์ของ Cinema EOS ประสิทธิภาพ AF จึงแตกต่างไปจาก EOS R5 เล็กน้อย แม้จะมีระบบ Dual Pixel CMOS AF ความแม่นยำสูงเช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ครอบคลุม AF จะอยู่ที่ประมาณ 80% x 80% ของพื้นที่ภาพ และสามารถใช้ Dual Pixel Focus Guide ได้ในขณะโฟกัสแบบแมนนวล ตรวจจับและติดตามตัวแบบที่เป็นมนุษย์ได้อย่างง่ายดายเนื่องจากรองรับ Eye/Head Detection AF

ในโหมดภาพถ่าย Dual Pixel CMOS AF II จะทำงานและมีพื้นที่ครอบคลุม AF ประมาณ 100% x 100% ของพื้นที่ภาพขณะทำการเลือก AF อัตโนมัติ EOS iTR AF X ในโหมดภาพถ่ายรองรับการตรวจจับดวงตาและศีรษะ รวมถึง Animal Detection AF ซึ่งตรวจจับสุนัข แมว และนก


ระบบป้องกันภาพสั่นไหว

แทนที่จะใช้ระบบ IS ในตัวกล้องแบบตรวจจับการสั่นของเซนเซอร์ภาพที่มีใน EOS R5 กล้อง EOS R5 C จะใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกนแบบอิเล็กทรอนิกส์แทน ซึ่งโดยทั่วไปช่างบันทึกภาพวิดีโอจะชื่นชอบมากกว่าและยังนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพในกล้องถ่ายภาพยนตร์เช่น EOS C70 ด้วย เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอลภายในตัว (ระบบ IS แบบออพติคอล) ทั้งสองระบบจะทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นระบบ IS แบบประสานการควบคุมที่ให้ประสิทธิภาพการป้องกันภาพสั่นไหวที่ดียิ่งขึ้น

Sean กล่าวว่า: 
การมี Eye Detection AF นับเป็นเรื่องใหม่สำหรับกล้องถ่ายภาพยนตร์ และฟังก์ชั่นนี้ก็ทำให้ประสบการณ์การใช้ AF ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมรู้สึกประหลาดใจมากที่พบว่า Eye Detection AF สามารถทำงานได้แม้ขณะถ่ายภาพที่ความไวแสง ISO สูงถึง 12,800

การถ่ายภาพยนตร์สั้นเรื่อง “The Guitar Doctor” ด้วยกล้อง EOS R5 C
คลิกที่นี่เพื่อรับชมสารคดีบน YouTube (ฉบับภาษาอังกฤษ)

ฐานเสียบมัลติฟังก์ชั่นที่รองรับอุปกรณ์เสริมสำหรับระบบเสียง

ฐานเสียบมัลติฟังก์ชั่น: พร้อมอินเทอร์เฟซดิจิทัลเพื่อการรองรับอุปกรณ์ระบบเสียง

ฐานเสียบอุปกรณ์เสริมมัลติฟังก์ชั่นในกล้อง EOS R5 C เหมือนกับฐานของ EOS R3 และมีช่องต่อแบบดิจิทัลรองรับอุปกรณ์เสริมสำหรับระบบเสียงเพิ่มเติม นอกจากขาพิน 5 ขาที่พบในฐานเสียบแฟลชทั่วไป เมื่อติดตั้งไมโครโฟนสเตอริโอ DM-E1D จะสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงแบบไร้สายได้ ฐานเสียบรุ่นใหม่นี้ทำให้อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งสามารถใช้ไฟจากกล้องได้ จึงทำให้การบันทึกเสียงเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่ของไมโครโฟนจะหมด

นอกจากนี้ ฐานเสียบมัลติฟังก์ชั่นยังรองรับอะแดปเตอร์ไมโครโฟน XLR ยี่ห้ออื่นด้วย ซึ่งทำให้สามารถติดตั้งไมโครโฟน XLR และอุปกรณ์ระบบเสียงแบบไร้สายได้เพื่อการบันทึกเสียงคุณภาพสูง

ช่องต่อสำหรับไทม์โค้ดและอินเทอร์เฟซอื่นๆ

อินเทอร์เฟซ: มีช่องต่ออินพุต/เอาต์พุตสำหรับไทม์โค้ดเพื่อช่วยในการติดตั้งกล้องหลายตัว

นอกจากช่องต่อ HDMI Out (Type D), ไมค์, หูฟัง, รีโมตคอนโทรล (N3-type) และ USB Type-C ที่พบในกล้อง EOS R5 แล้ว EOS R5 C ยังมีช่องต่อสำหรับไทม์โค้ดด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ในการซิงค์ข้อมูลระหว่างกล้องในการตั้งค่าที่ใช้กล้องหลายตัว เนื่องจากช่องต่อสำหรับไทม์โค้ดมีความลึกประมาณ 9 มม. ผู้ใช้จึงควรใช้สายที่มีปลอกรองรับขนาดเหมาะสม

การเพิ่มระบบทำความเย็นเข้ามาทำให้มีการปรับตำแหน่งของหน้าจอแบบปรับหมุนได้ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณมั่นใจได้ว่าหน้าจอจะไม่กีดขวางสายใดๆ ที่ติดตั้ง

 

Sean กล่าวว่า:
หากไม่มีช่องต่อสำหรับไทม์โค้ด อีกตัวเลือกหนึ่งคือการติดตั้งอุปกรณ์ไทม์โค้ดผ่านพอร์ต 3.5 มม. ซึ่งจะทำให้ใช้งานช่องเสียงไม่ได้หนึ่งช่อง ช่องต่อสำหรับไทม์โค้ดโดยเฉพาะของกล้อง EOS R5 C ทำให้เราไม่ต้องสูญเสียช่องเสียงนั้นอีกต่อไป และวิธีนี้ยังช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการหลังการถ่ายทำด้วย

เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ไทม์โค้ด

 

ความสามารถในการถ่ายภาพนิ่ง

โหมดภาพถ่าย: ความสามารถเช่นเดียวกับ EOS R5

ในโหมดภาพถ่าย EOS R5 C ใช้เฟิร์มแวร์ของระบบ EOS R และมีฟังก์ชั่นการทำงานรวมถึงประสิทธิภาพโดยทั่วไปเช่นเดียวกับ EOS R5 ซึ่งได้แก่:
- ภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 45 ล้านพิกเซล
- ความเร็วการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด 20 fps 
- ระบบ Dual Pixel CMOS AF II ที่มีพื้นที่ครอบคลุม AF สูงสุด 100%
- การตรวจจับตัวแบบที่เป็นมนุษย์ (ดวงตา ใบหน้า ศีรษะ ลำตัว) ด้วย EOS iTR AF X
- Animal Detection AF (ดวงตา ศีรษะ ลำตัวทั้งหมดของแมว สุนัข และนก) ด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก
- Vehicle Detection AF ด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก (เทียบเท่าเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 1.5.0 ของกล้อง EOS R5)

Sean กล่าวว่า:
ข้อเท็จจริงที่ว่า EOS R5 C ยังเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพนิ่งที่มีความสามารถสูงช่วยอำนวยความสะดวกได้มากในสถานการณ์ที่ผมจำเป็นต้องใช้กล้องถ่ายภาพนิ่งคุณภาพดีในการถ่ายภาพระหว่างการถ่ายทำ หรือถ่ายภาพผลิตภัณฑ์สำหรับวิดีโอของผม


ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่งของกล้อง EOS R5 ได้ที่:
EOS R5: คุณสมบัติอันน่าทึ่ง 7 ข้อที่คุณต้องรู้
EOS R3 กับ EOS R5: ควรเลือกรุ่นไหนดี

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
6 สิ่งเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์ที่นักสร้างวิดีโอมืออาชีพควรทราบ

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา