เคล็บลับการถ่ายภาพ

[ตอนที่ 2] พื้นฐานเรื่องคุณภาพของภาพถ่ายและความไวแสง ISO เลนส์ซูมและเอฟเฟ็กต์ของแฟลชติดกล้อง

บทความต่อเนื่องซึ่งแนะนำพื้นฐานของฟังก์ชั่นต่างๆ ในกล้องดิจิตอลคอมแพค ในตอนที่ 2 นี้ เราจะมาทำความรู้จักกับมุมรับภาพจากการใช้งานซูม เอฟเฟ็กต์จากแฟลชติดกล้อง และพื้นฐานการตั้งค่าความไวแสง ISO และคุณภาพของภาพถ่าย กล้องซีรีย์ IXUS มาพร้อมกับคุณสมบัติ Smart Auto ที่ให้คุณถ่ายภาพอย่างมีเสน่ห์น่าประทับใจได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้หลักพื้นฐานในการถ่ายภาพจะช่วยเพิ่มความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ภาพของคุณได้อีกมาก และทำให้คุณได้รับความเพลิดเพลินกับประสบการณ์การถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น (เรื่องโดย: Koichi Isomura)

หน้า: 1 2

การใช้ประโยชน์ของทางยาวโฟกัส "มุมกว้าง" และ "เทเลโฟโต้"

คุณลักษณะหนึ่งของเลนส์ซูมคือ คุณสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่คุณต้องการจะถ่ายภาพได้ง่ายๆ โดยปกติ คนจะพูดถึงทางยาวโฟกัสโดยหมายถึงมุมรับภาพของเลนส์ การปรับเลนส์ไปที่ฝั่งมุมกว้างจะลดทางยาวโฟกัส ภาพที่ถ่ายได้จะมีพื้นที่กว้างขึ้น ขณะที่การปรับไปที่ฝั่งเทเลโฟโต้จะเพิ่มทางยาวโฟกัส คุณจึงสามารถถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ไกลให้ดูใหญ่ขึ้นได้
คุณอาจถ่ายภาพตัวแบบให้มีขนาดเท่ากันได้ ไม่ว่าโดยการถ่ายด้วยทางยาวโฟกัสฝั่งมุมกว้างในระยะใกล้ตัวแบบ หรือด้วยทางยาวโฟกัสฝั่งเทเลโฟโต้จากตำแหน่งที่ไกลออกไป อย่างไรก็ตาม พึงระลึกว่าการถ่ายทอดรายละเอียดของภาพที่ได้จะแตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะของทางยาวโฟกัสที่ใช้ เช่น เอฟเฟ็กต์จากเปอร์สเป็คทีฟ เมื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะเหล่านี้แล้ว คุณจะสนุกกับงานภาพถ่ายของคุณได้มากยิ่งขึ้นอีก

การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในภาพถ่ายตามทางยาวโฟกัส

ถ่ายภาพที่มีพื้นที่กว้างกว่าที่ฝั่งมุมกว้าง

วัตถุระยะไกลดูใหญ่ขึ้นที่ฝั่งเทเลโฟโต้

การหมุนเลนส์ซูมไปที่ฝั่งมุมกว้างจะจับภาพพื้นที่ด้านกว้างได้มากขึ้น และยืดส่วนที่แสดงเปอร์สเป็คทีฟให้กว้างออก ส่วนฝั่งเทเลโฟโต้จะถ่ายภาพวัตถุในระยะไกลให้ดูมีขนาดใหญ่ขึ้น และให้ความรู้สึกถึงระยะห่างที่ถูกบีบเข้ามา

การเปลี่ยนแปลงของการสร้างและการถ่ายทอดอารมณ์ภาพตามแบ็คกราวด์

ถ่ายภาพที่มีแบ็คกราวด์กว้างกว่าที่ฝั่งมุมกว้าง

สร้างแบ็คกราวด์ให้ดูเรียบง่ายที่ฝั่งเทเลโฟโต้

แม้ว่าคุณจะสามารถรวมพื้นที่ส่วนแบ็คกราวด์กว้างๆ เข้ามาในภาพโดยการถ่ายบุคคลที่เป็นตัวแบบในระยะใกล้ที่ทางยาวโฟกัสฝั่งมุมกว้าง แต่ขณะเดียวกัน เอฟเฟ็กต์เปอร์สเป็คทีฟก็จะเห็นชัดขึ้นเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ภาพใบหน้าของผู้เป็นแบบออกมาบิดเบี้ยว ขณะที่หากคุณถ่ายภาพตัวแบบที่ฝั่งเทเลโฟโต้จากตำแหน่งที่ห่างออกมา พื้นที่ในแบ็คกราวด์ที่ได้จะแคบลง ดีต่อการป้องกันไม่ให้องค์ประกอบต่างๆ ในภาพดูรกตา นอกจากนี้ ทางยาวโฟกัสฝั่งเทเลโฟโต้ยังมีประโยชน์เวลาที่คุณต้องการเบลอแบ็คกราวด์เพื่อขับเน้นตัวแบบอีกด้วย

ใช้แฟลชติดกล้องอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสามารถใช้แฟลชติดกล้องเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับตัวแบบที่อยู่ใกล้กล้องขณะถ่ายภาพ แม้โดยทั่วไปแล้ว แฟลชมักจะใช้เมื่อถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงน้อย แต่แฟลชก็สามารถใช้ในสภาพแสงที่สว่างได้เช่นกัน อาทิ ใช้เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับใบหน้าตัวแบบที่มีแสงย้อนเข้ามาทางด้านหลังซึ่งอาจทำให้ภาพออกมามืด แสงจากแฟลชติดกล้องสามารถให้ระยะใช้งานได้ประมาณ 2-4 เมตร ดังนั้น จึงอาจไม่ค่อยมีผลมากนักหากใช้กับตัวแบบที่อยู่ห่างออกไป
หากคุณต้องการรักษาบรรยากาศแวดล้อมหรือถ่ายภาพตัวแบบในระยะไกล คุณก็สามารถเลือกความไวแสง ISO สูงโดยไม่ต้องใช้แฟลชแทนได้ โดยตั้งค่ากล้องไปที่โหมดปิดแฟลช แล้วถ่ายภาพด้วยความไวแสง ISO สูงๆ

ถ่ายภาพกลางคืนด้วยแฟลช

ปิดแฟลช

เปิดแฟลช

มีหลายกรณีที่การเพิ่มความไวแสง ISO ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เช่น เมื่อคุณต้องการเก็บภาพทั้งทิวทัศน์กลางคืนในส่วนแบ็คกราวด์และบุคคลที่อยู่ด้านหน้า ในกรณีนี้ ให้เลือกโหมดถ่ายกลางคืนแบบมือถือ แล้วกล้องจะยิงแฟลชอัตโนมัติเพื่อให้ได้ผลภาพถ่ายที่คมชัด

ถ่ายภาพกลางวันด้วยแฟลช

ปิดแฟลช

เปิดแฟลช

แฟลชติดกล้องยังสามารถใช้ประโยชน์เมื่อคุณถ่ายภาพในช่วงเวลากลางวันด้วย สำหรับฉากต่างๆ อาทิ ฉากที่ใบหน้าของตัวแบบดูมืดเนื่องจากมีแสงย้อน การยิงไฟแฟลชก็ช่วยให้ส่วนเงามืดบนใบหน้าสว่างขึ้น และให้ภาพถ่ายที่คมชัดขึ้น

การปรับเปลี่ยนความไวแสง ISO ตามความสว่าง

การตั้งค่าความไวแสง ISO ใช้ในการกำหนดความไวในการตอบสนองต่อแสงของเซนเซอร์ภาพภายในกล้อง แม้ว่าการเลือกค่า ISO สูงๆ จะช่วยให้การถ่ายภาพในสถานที่แสงน้อยทำได้ง่ายขึ้น แต่จุดรบกวนจากความไวแสงสูงที่เกิดขึ้นตามมาก็อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของภาพถ่ายด้วยเช่นกัน หากคุณกำลังถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ให้เลือกค่าความไวแสง ISO ต่ำๆ เพื่อให้คุณได้ภาพที่คมชัดและมีจุดรบกวนน้อย
เมนูความไวแสง ISO จะมีตัวเลือก "อัตโนมัติ" มาให้ ซึ่งกล้องจะเลือกความไวแสง ISO ที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ โดยจะอิงตามความสว่างโดยรอบ ช่วยให้จุดรบกวนลดน้อยลง

ตัวอย่างการตั้งค่าความไวแสง ISO

ISO 80

ISO 800

ในการถ่ายภาพภายใต้แสงอาทิตย์ที่สว่างจ้าอย่างในภาพตัวอย่างซึ่งใช้ ISO 80 การตั้งค่าความไวแสง ISO ต่ำๆ จะช่วยให้ได้ภาพที่ถ่ายทอดรายละเอียดได้คมชัดและมีจุดรบกวนน้อย เพื่อให้ได้ภาพถ่ายทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สว่างขึ้น เช่นภาพตัวอย่างนี้ใช้ ISO 800 ซึ่งผมตั้งใจเลือกใช้ความไวแสง ISO ที่สูงขึ้น

ระดับของจุดรบกวนเปลี่ยนแปลงไปตามความไวแสง ISO

อัตโนมัติ (ISO 800)

ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของคุณภาพภาพถ่ายตามความไวแสง ISO รวมถึงระดับจุดรบกวนในส่วนเงามืดของค่า ISO ต่างๆ (ภาพตัวอย่างนี้ถ่ายด้วยกล้อง IXUS 105) จุดรบกวนมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อเลือกใช้ความไวแสง ISO ที่สูงขึ้น

ISO 80

ISO 100

ISO 200

ISO 400

ISO 800

ISO 1600

การตั้งค่าคุณภาพของภาพถ่าย

ในการถ่ายภาพดิจิตอล คุณภาพของภาพถ่ายถูกกำหนดด้วยการตั้งค่า "พิกเซลที่ใช้บันทึก" และ "อัตราส่วนการบีบอัด" การตั้งค่าพิกเซลที่ใช้บันทึกเป็น "L" จะบันทึกภาพด้วยจำนวนพิกเซลสูงสุด ทำให้คุณได้รับความละเอียดมากเพียงพอ แม้สำหรับการพิมพ์ภาพในฟอร์แมตภาพขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนพิกเซลเดียวกันนี้ คุณสามารถทำให้ภาพมีคุณภาพสูงขึ้นอีกได้ด้วยการตั้งค่า Super Fine หรือ Fine ตามที่มีในกล้อง เพราะจะใช้อัตราส่วนการบีบอัดที่ต่ำกว่า
กล่าวได้ว่า การใช้การตั้งค่าภาพให้เป็น L และ Super Fine จะให้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพดีที่สุด อย่างไรก็ตาม พึงระลึกว่าขนาดของข้อมูลภาพก็จะใหญ่ขึ้นตามไปด้วย เมื่อต้องการเพียงเปิดดูภาพถ่ายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือพิมพ์เป็นขนาดโปสการ์ด ความละเอียดที่ต่ำลงมาเป็น M3 ก็นับว่าเพียงพอ ในกรณีที่สื่อบันทึกที่คุณใช้มีความจุน้อย การเลือกขนาดข้อมูลที่เล็กลงจะทำให้คุณบันทึกจำนวนภาพลงในสื่อบันทึกได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของขนาดภาพกับการตั้งค่าพิกเซลที่ใช้บันทึก (ตัวอย่าง)

* จำนวนพิกเซลสำหรับแต่ละค่าที่มีให้เลือกแตกต่างกันไปตามรุ่นของกล้อง

L (ขนาดใหญ่): 4,000 ~ 3,000 พิกเซล

W (กว้าง): 4,000 ~ 2,248 พิกเซล

M1 (ขนาดกลาง 1): 3,264 ~ 2,448 พิกเซล

M2 (ขนาดกลาง 2): 2,592 ~ 1,944 พิกเซล

M3 (ขนาดกลาง 3): 1,600 ~ 1,200 พิกเซล

S (ขนาดเล็ก): 640 ~ 480 พิกเซล

ด้วยการตั้งค่าจำนวนพิกเซลไปที่ L คุณจะสามารถพิมพ์ภาพถ่ายได้แม้ในฟอร์แมตภาพขนาดใหญ่ แม้การถ่ายภาพด้วยจำนวนพิกเซลต่ำๆ จะเอื้อให้คุณลดขนาดไฟล์ข้อมูลลงได้ แต่ก็อาจแสดงภาพออกมาไม่ถูกต้องแม่นยำนัก หากมีความละเอียดไม่เพียงพอ

การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพภาพถ่ายตามอัตราส่วนการบีบอัด

แม้จำนวนพิกเซลที่ใช้บันทึกจะเท่ากัน แต่เมื่อเลือกอัตราส่วนการบีบอัดที่สูงขึ้น จะทำให้ความสามารถในการแสดงรายละเอียดของภาพลดน้อยถอยลงไปได้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องลดขนาดข้อมูลภาพ และยังคงต้องการรักษามาตรฐานคุณภาพของภาพถ่ายให้สูงไว้ เราขอแนะนำให้คุณเลือกการตั้งค่า Super Fine หรือ Fine อันใดอันหนึ่งซึ่งมีอัตราส่วนการบีบอัดต่ำกว่า

Fine

Normal

* ภาพตัวอย่างนี้ถ่ายด้วยกล้อง IXUS 105 การตั้งค่าในเมนูอัตราส่วนการบีบอัดแตกต่างกันไปตามรุ่นกล้อง

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

You have been logged off from your account.

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

Thank you for your continued support as a member of the CANON and SNAPSHOT Community. We will do our best to continue provide you with more exciting and meaningful content to help you in your everyday quest to bring out the best photographer within you!

Permission to continue

Your CANON ID will be MERGED with your SNAPSHOT ID.

An activation link will be sent to your email.

Please re-enter your password to give us permission to continue.

Type your password

By clicking this, you agree to merge your CANON ID to SNAPSHOT ID. Agreeing to this is subject to CANON AND SNAPSHOT’S TERMS & CONDITIONS.