ผลิตภัณฑ์

เหตุผล 5 ข้อว่าทำไม EOS 5D Mark IV คือกล้องที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพดาราศาสตร์

สำหรับผู้ที่ใช้งานกล้องในซีรีย์ EOS 5D มาอย่างยาวนาน กล้อง EOS 5D Mark IV เป็นอีกก้าวหนึ่งในพัฒนาการของซีรีย์ที่น่าสนใจ ด้วยความสามารถในการทำงานที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นถ่ายภาพได้ทันทีโดยไม่เกิดความสับสน และความรู้สึกปลอดภัยในการใช้งานที่มาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายทอดภาพตามที่ตั้งใจได้อย่างน่าเชื่อถือ ทำให้กล้อง 5D Mark IV สามารถสื่อด้วยคำเพียงคำเดียวคือ "เชื่อถือได้" อ่านบทความและลองดูตัวอย่างต่อไปนี้เพื่อค้นหาสิ่งที่ทำให้ EOS 5D Mark IV เป็นกล้องที่ดีที่สุดสำหรับนักถ่ายภาพดาราศาสตร์ (เรื่องโดย Shigemi Numazawa)

 

เหตุผลข้อที่ 1: คุณสมบัติด้านความไวแสงสูง ISO ที่เหนือชั้นและภาพที่ไร้จุดรบกวนช่วยให้คุณ "หยุด" ดวงดาวพร้อมกับรักษาคุณภาพของภาพถ่ายในระดับสูงเอาไว้ได้

ภาพถ่ายเหล่านี้ถ่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่ผมเดินไปรอบๆ บริเวณริมน้ำ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพืชพันธุ์ต่างๆ รวมถึงทุ่งหญ้าแพมพัซญี่ปุ่นในหลายๆ พื้นที่ แสดงถึงการย่างเข้าสู่ฤดูกาลใหม่อย่างชัดเจน

สภาวะเช่นนี้มีความน่าสนใจในการถ่ายภาพ เนื่องจากคุณจะได้ภาพที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันภายในสถานที่เดียว สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือ เพิ่มความไวแสง ISO ให้สูงขึ้นเล็กน้อย ลดเวลาเปิดรับแสงให้สั้นลง และสำรวจมุมรับภาพต่างๆ พร้อมกับตั้งกล้องไว้บนขาตั้งกล้อง เนื่องจาก EOS 5D Mark IV มีการพัฒนาประสิทธิภาพความไวแสง ISO สูงให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อผสานรวมเข้ากับเลนส์ที่มีความสว่างจึงสามารถถ่ายภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและทิวทัศน์ให้ "หยุดนิ่ง" ได้โดยสมบูรณ์ โดยใช้เวลาการเปิดรับแสงที่สั้นพร้อมกับรักษาคุณภาพของภาพในระดับสูง

EOS 5D Mark IV/ FL: 20 มม./ Manual exposure (f/1.4, 8 วินาที)/ ISO 3200/ WB: 3,600K
ขณะที่ผมเดินไปมาเพื่อถ่ายภาพในทุ่งหญ้าแพมพัซญี่ปุ่นอันกว้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำ กลุ่มดาวพรานก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าด้านทิศตะวันออก ผมถ่ายภาพจากกล้องที่ติดตั้งไว้บนขาตั้งกล้องพร้อมจำกัดความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 8 วินาที ซึ่งทำให้ผมสามารถใช้ความไวแสง ISO ที่ ISO 3200 จากค่ารูรับแสงกว้างสุดที่ f/1.4 ได้อย่างไร้กังวล

 

ตอนนี้คุณสามารถถ่ายภาพดวงดาวแบบถือกล้องด้วยมือได้แล้ว

ผมลองถ่ายภาพแบบถือกล้องด้วยมือ และกำหนดช่วงที่ใช้งานได้จริงคือ ความไวแสง ISO ที่ 51200 และเปิดรับแสงที่ 0,3 วินาที นอกจากนี้ การจัดเฟรมภาพที่ยืดหยุ่นที่ใช้ความไวแสง ISO แบบขยายบนกล้อง EOS 5D Mark IV ยังอาจเปลี่ยนแปลงวิธีการถ่ายภาพดาราศาสตร์นับตั้งแต่นี้ต่อไปอีกด้วย

 

เหตุผลข้อที่ 2: จุดรบกวนน้อยลงในระหว่างการเปิดรับแสงนาน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันการลดจุดรบกวนจากการเปิดชัตเตอร์นานอีกต่อไปแม้ในวันที่มีสภาพอากาศร้อน

คุณสมบัติที่ผมใช้งานมากที่สุดในระหว่างการถ่ายภาพดาราศาสตร์คือ ความไวแสง ISO สูง และคุณลักษณะของจุดรบกวน แต่ปัญหาที่สำคัญคือการคิดว่าจะใช้ความไวแสง ISO ที่เท่าใดเพื่อที่จะรักษาคุณภาพของภาพถ่ายที่ดีเอาไว้ได้

ความละเอียดที่สูงขึ้นของกล้อง EOS 5D Mark IV หมายความว่าระยะห่างระหว่างพิกเซลจะน้อยลง แต่คุณลักษณะของความไวแสง ISO ยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม และการไล่โทนสีในภาพ RAW ยังคงทำได้อย่างราบรื่นโดยมีโทนสีต่างๆ ที่หลากหลาย ในแง่ของจุดรบกวน จุดรบกวนปกติที่มืด เช่น จุดรบกวนที่มีรูปแบบตายตัวคือปัญหาใหญ่หากใช้การเปิดรับแสงเป็นเวลานาน เพราะจุดรบกวนเหล่านี้จะปรากฏขึ้นเป็นพิกเซลสีขาวที่กระจัดกระจาย นอกจากนี้ จุดรบกวนดังกล่าวยังเพิ่มขึ้นอีกมากเมื่ออุณหภูมิโดยรอบสูงขึ้น อย่างไรก็ดี จากการทดสอบความสามารถในการลดจุดรบกวนในกล้องรุ่นต่างๆ EOS 5D Mark IV ให้ได้ผลภาพที่ดีที่สุด

EOS 5D Mark IV/ FL: 20 มม./ Manual exposure (f/1.4, 10 วินาที)/ ISO 3200/ WB: 3,750K
ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทางช้างเผือกแห่งฤดูร้อนก็เริ่มเคลื่อนที่ไปทางฝั่งทิศตะวันตก ผมจึงถ่ายภาพจากมุมต่ำโดยใช้เลนส์ 20 มม. ผมค่อยๆ จัดตำแหน่งอย่างระมัดระวัง เพราะหากตำแหน่งเคลื่อนไปแม้แต่นาทีเดียวก็อาจมีผลต่อองค์ประกอบภาพขณะใช้เลนส์มุมกว้างซูเปอร์ไวด์อย่างมาก

 

สำหรับกล้อง EOS 5D Mark IV พิกเซลสีขาวแทบไม่ปรากฏให้เห็นเลย

ISO 3200

 

ISO 51200

การเปรียบเทียบจุดรบกวนปกติที่มืดจะดำเนินการในห้องที่มืดสนิท โดยในกล้องทุกรุ่น มีการตั้งค่าการเปิดรับแสงไว้นาน 30 วินาที ที่อุณหภูมิโดยรอบ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งหลังจากถ่ายภาพด้วยกล้อง EOS 5D Mark IV แล้ว จำนวนพิกเซลที่ได้มีความสม่ำเสมอ ภาพถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น 200% และเน้นให้ดูโดดเด่น ที่ความไวแสง ISO 3200 พิกเซลสีขาวแทบไม่ปรากฏให้เห็นในภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS 5D Mark IV

 

เหตุผลข้อที่ 3: ความสว่างไสวของดวงดาวถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงาม เนื่องจากปัญหาสีเพี้ยนลดลงจนเหลือน้อยที่สุด

ปัญหาสีเพี้ยนคือปัญหาหนึ่งในการถ่ายภาพดาราศาสตร์ ในสถานการณ์ที่เราถ่ายภาพดวงดาวได้อย่างคมชัดมากๆ และพิกเซลในกล้องมีขนาดใหญ่ การสร้างสีสันธรรมดาโดยอิงจากเมทริกซ์ Bayer จะไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้ปรากฏการณ์ที่สีสันต่างๆ เช่น สีเขียวและสีม่วงแดงของดวงดาวที่ไม่เคยปรากฏเลยนั้นกลับปรากฏขึ้นในภาพ

ในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นในกล้องส่วนใหญ่อยู่แล้วไม่มากก็น้อย สำหรับกล้อง EOS 5D Mark IV ผมได้ใช้เลนส์ชนิดต่างๆ และพบว่าปัญหาสีเพี้ยนเกิดขึ้นน้อยมากๆ จนไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด EOS 5D Mark IV เชื่อถือได้ในแง่ของความสามารถในการถ่ายทอดความสว่างไสวของดวงดาวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

EOS 5D Mark IV/ EF24mm f/1.4L II USM/ FL: 24 มม./ Manual exposure (f/1.4, 25 วินาที)/ ISO 800/ WB: 3,650K
ในค่ำคืนนี้ มีไฟหาปลามากมายปรากฎขึ้นที่นอกชายฝั่ง จึงลดทอนความสว่างของดวงดาวไป อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะอยู่ภายใต้สภาวะดังกล่าว ตราบใดที่คุณสามารถประมวลผลภาพ RAW ได้อย่างพิถีพิถัน คุณจะพบว่า EOS 5D Mark IV สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของทางช้างเผือกพร้อมๆ กับก้อนหินในส่วนโฟร์กราวด์ได้เป็นอย่างดี

 

สีสันของดวงดาวถูกถ่ายทอดออกมาได้เหมือนจริง

ผมเปรียบเทียบภาพของดวงดาวที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS 5D Mark IV กับภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS-1D X ซึ่งมีขนาดพิกเซลที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย ผมใช้ข้อมูลเดียวกันจากสถานที่เดียวกันขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น 600% เพื่อให้จำนวนพิกเซลสม่ำเสมอกันในทั้งสองภาพ แม้ว่าจะมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย แต่เห็นได้ชัดว่าเกิดปัญหาสีเพี้ยนขึ้นในภาพดวงดาวที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS-1D X

 

เหตุผลข้อที่ 4: ความละเอียดสูงที่ประมาณ 30.4 ล้านพิกเซลทำให้ดวงดาวมีความสว่างแตกต่างกัน

มีความเชื่อว่าความละเอียดสูงส่งผลให้ความไวแสง ISO และช่วงไดนามิกเรนจ์ลดลง อย่างไรก็ดี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการประมวลผลภาพจะช่วยขจัดจุดอ่อนดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจะเห็นประโยชน์ของความละเอียดสูงได้ชัดเจนมากขึ้น หนึ่งในประโยชน์ดังกล่าวนั้นก็คือเรื่องของจุดรบกวนภาพ เนื่องจากโดยทั่วไป จุดรบกวนมักเกิดจากจำนวนพิกเซล ดังนั้น ยิ่งมีจำนวนพิกเซลมากเท่าใด ขนาดของพิกเซลก็จะยิ่งเล็กลงมากเท่านั้น จึงไม่ปรากฏให้เห็นอย่างโดดเด่น ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากดวงดาวที่มืดจะมีขนาดเล็กลง ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่าดวงดาวมีความสว่างแตกต่างกันอย่างชัดเจน

EOS 5D Mark IV/ EF24mm f/1.4L II USM/ FL: 24 มม./ Manual exposure (f/1.4, 30 วินาที)/ ISO 3200/ WB: 3,500K
ผมพบกับฉากที่น่าประทับใจคือภาพกลุ่มดาวพรานที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกเหนือทุ่งนาในหมู่บ้านบนภูเขา เนื่องจากสภาพโดยรอบมืดสนิท ผมจึงต้องใช้การเปิดรับแสงนาน 30 วินาที ที่ค่า f/1.4 และความไวแสง ISO 3200 ซึ่งช่วยเน้นถึงความสว่างไสวของดวงดาวและรายละเอียดของทิวทัศน์ในบริเวณใกล้เคียง

 

ดวงดาวที่มีความสว่างแตกต่างกันถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริง

ผมขยายภาพดวงดาวของกลุ่มดาวพรานจำนวน 3 ดวงให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มีขนาดที่เท่ากัน ในภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS-1D X Mark II ดวงดาวที่มืดดูมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ในภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS 5D Mark IV คุณจะเห็นได้ว่าดวงดาวที่มีความสว่างแตกต่างกันนั้นจะถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างถูกต้องสมจริงกว่ามาก

 

เหตุผลข้อที่ 5: ช่องต่อรีโมทคอนโทรลถูกวางไว้ที่บริเวณด้านหน้ากล้องเพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานให้ดีขึ้น

แม้ว่าการถ่ายภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวจะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก และเวลาการเปิดรับแสงจะลดลงแล้วก็ตาม แต่ช่องต่อรีโมทคอนโทรลยังคงมีความสำคัญเหมือนเดิม แม้กระนั้น ใครบ้างจะไม่รู้สึกว่าการเชื่อมต่อรีโมทคอนโทรลเข้ากับกล้องในที่มืดเป็นเรื่องน่าปวดหัว อันดับแรก การคลำหาช่องต่อทำได้ยาก ดังนั้น บ่อยครั้งเราจำเป็นต้องใช้แสงไฟเพื่อค้นหารูช่องต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้จะเป็นปัญหาในฉากที่คุณกำลังจะถ่ายภาพกลุ่มก้อนเมฆที่กระจายตัวออก ดังนั้น ในกล้อง EOS 5D Mark IV รีโมทคอนโทรลจึงถูกวางไว้แยกต่างหากที่บริเวณมุมด้านหน้ากล้อง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงให้ฝายางป้องกันถอดได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้อย่างมาก

 

ขณะนี้คุณสามารถติดตั้งสายลั่นชัตเตอร์ได้ด้วยการสัมผัส

EOS 5D Mark IV

 

EOS 5D Mark III

การย้ายช่องต่อรีโมทคอนโทรลไปที่บริเวณด้านหน้าตัวกล้องมีประโยชน์ในแง่ของการป้องกันช่องต่อจากฝุ่นและน้ำ แต่การปรับปรุงที่น่าพอใจมากที่สุดคือ การที่ผู้ใช้งานสามารถค้นหาตำแหน่งของช่องต่อได้ง่ายในที่มืดระหว่างการถ่ายภาพดาราศาสตร์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาช่องต่อได้ด้วยการสัมผัส ซึ่งช่วยให้คุณสามารถติดตั้งสายลั่นชัตเตอร์ได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย

 

หากคุณกำลังสับสนว่าควรไปถ่ายภาพดาราศาสตร์ที่ไหนดี นี่คือ สุดยอดสถานที่เพื่อการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ในเอเชีย

หากต้องการทราบไอเดียเกี่ยวกับวิธีถ่ายภาพทิวทัศน์ดวงดาวอันน่าทึ่ง โปรดดูที่บทความต่อไปนี้
การถ่ายภาพหิ่งห้อยที่สว่างไสวท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
การถ่ายภาพดอกซากุระและทางช้างเผือกยามค่ำคืนให้สวยสดงดงาม

รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับข่าวสาร เคล็ดลับและลูกเล่นในการถ่ายภาพได้โดย ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับเรา!

 

 

 

Shigemi Numazawa

 

เกิดเมื่อปี 1958 ที่จังหวัดนีงะตะ Numazawa เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพดาราศาสตร์และภาพประกอบทางดาราศาสตร์เป็นหลัก เขาเคยมีส่วนร่วมในโครงการของรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์หลายโครงการที่จัดทำขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ NHK อีกทั้งยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นช่างภาพประจำ National Geographic Tour และได้รับรางวัล Good Life Award จากกระทรวงสิ่งแวดล้อม (ญี่ปุ่น) อีกด้วย

http://www.jplnet.com/

 

Digital Camera Magazine

 

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

 

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

You have been logged off from your account.

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

Thank you for your continued support as a member of the CANON and SNAPSHOT Community. We will do our best to continue provide you with more exciting and meaningful content to help you in your everyday quest to bring out the best photographer within you!

Permission to continue

Your CANON ID will be MERGED with your SNAPSHOT ID.

An activation link will be sent to your email.

Please re-enter your password to give us permission to continue.

Type your password

By clicking this, you agree to merge your CANON ID to SNAPSHOT ID. Agreeing to this is subject to CANON AND SNAPSHOT’S TERMS & CONDITIONS.