เคล็บลับการถ่ายภาพ

EOS-1D X Mark II: รีวิวการใช้งานจริงและเคล็ดลับต่างๆ เกี่ยวกับ 4K Frame Grab

หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของฟังก์ชั่นอันหลากหลายของกล้อง EOS-1D X Mark II คือความสามารถในการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K อัตราเฟรมซึ่งได้ัรับการปรับปรุงเป็น 50p และ 60p นั้นสามารถแสดงการเคลื่อนไหวของตัวแบบได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังพกพาคุณสมบัติ 4K Frame Grab ใหม่ที่สามารถดึงภาพแต่ละเฟรมจากภาพเคลื่อนไหว 4K ออกมาเป็นภาพนิ่งได้ ต่อไปนี้ ผมจะอธิบายถึงวิธีใช้คุณสมบัติ 4K Frame Grab ในภาพเคลื่อนไหว 4K ที่คุณบันทึกไว้ (เรื่องโดย: Yukihiro Fukuda)

 

จุดที่ 1: ภาพนิ่งดูมีชีวิตชีวาและตัวแบบเบลอน้อยลง

สเป็คโดยรวม รวมทั้งประสิทธิภาพในการถ่ายภาพต่อเนื่องและประสิทธิภาพการทำงานของ AF ในกล้อง EOS-1D X Mark II ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ กล้องยังมีคุณสมบัติใหม่ที่สามารถดึงภาพแต่ละเฟรมจากภาพเคลื่อนไหว 4K ที่บันทึกไว้ที่อัตราเฟรม 50p หรือ 60p มาบันทึกเป็นภาพนิ่งที่มีความละเอียดประมาณ 8.8 ล้านพิกเซลได้ คุณสมบัตินี้เรียกว่า 4K Frame Grab ซึ่งเพียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานในระดับที่เทียบเคียงได้กับความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ 50 fps หรือ 60 fps

Dual Pixel CMOS AF ที่ใช้ในกล้อง EOS-1D X Mark II ใช้ AF แบบตรวจจับ Phase Difference ตามระนาบของภาพ ซึ่งต่างจากการใช้ Contrast AF เนื่องจาก AF แบบตรวจจับ Phase Difference ตรวจจับทิศทางที่ "ไม่สามารถ" จับโฟกัสได้ และช่วยให้สามารถจับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องค้นหาโฟกัส วิธีนี้ทำให้เกิดความสะดวกอย่างยิ่งในระหว่างการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K ซึ่งบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยความละเอียดที่สูงขึ้น บทความรีวิวการใช้งานของเรา (ทั้ง ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2) ได้เคยสำรวจความสามารถในการติดตาม AF ของกล้องในการถ่ายภาพนกในธรรมชาติไปแล้วก่อนหน้านี้ ตอนนี้ เราจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพในการติดตามตัวแบบยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นระหว่าง Movie Servo AF อีกด้วย โดยให้ความแม่นยำในการโฟกัสดีเยี่ยมขณะบันทึกภาพที่อัตราเฟรม 50p และ 60p

สำหรับภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ที่อัตราเฟรม 50p หรือ 60p ความเร็วของชัตเตอร์ในกล้อง EOS-1D X Mark II สามารถตั้งค่าได้ที่ระหว่าง 1/4,000 และ 1/50 (หรือ 1/60) วินาที หากวัตถุประสงค์หลักของการบันทึกภาพเคลื่อนไหว 4K คือเพื่อดึงภาพแต่ละเฟรมออกมาเป็นภาพนิ่งโดยใช้ 4K Frame Grab ผมขอแนะนำให้คุณเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี ควรทราบว่าวิธีนี้อาจทำให้ความเรียบเนียนของภาพวิดีโอลดลง หากคุณต้องการใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติ 4K Frame Grab พร้อมเพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K ที่นุ่มนวลและสวยงาม สิ่งสำคัญคือ คุณต้องตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/50 หรือ 1/60 วินาที

สำหรับกล้อง EOS-1D C ซึ่งรองรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K เช่นเดียวกับกล้อง EOS-1D X Mark II อัตราเฟรมจะอยู่ที่ 24p ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ภาพที่สวยเรียบเนียน จึงควรใช้ความเร็วชัตเตอร์พื้นฐานที่ 1/30 วินาที เมื่อใช้คุณสมบัติ 4K Frame Grab ความแตกต่างระหว่าง 1/30 และ 1/50 (หรือ 1/60) วินาที ที่มีความเร็วชัตเตอร์ต่างกันประมาณหนึ่งสต็อปนั้นจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนจากภาพถ่ายที่ได้นั่นคือ โอกาสที่ตัวแบบหลักจะเบลอ (กระรอกในภาพด้านบน) ลดน้อยลงเมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น

สำหรับช่างภาพสัตว์ป่า การที่คุณสมบัติ 4K Frame Grab สามารถรักษาคุณภาพของภาพเคลื่อนไหว 4K ได้นั้นนับว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้พวกเขาสร้างภาพนิ่งที่มีประสิทธิภาพเพียงพอจนถือได้ว่าเป็นผลงานภาพถ่ายได้

 

 

พบช่วงเวลาสำคัญจากการถ่ายภาพประมาณ 60 ช็อตใน 1 วินาที

ภาพเคลื่อนไหว 4K ที่บันทึกที่อัตราเฟรมประมาณ 60p ทำให้ผมสามารถบันทึกทุกการเคลื่อนไหวของกระรอกได้ ผมต้องการแยกช่วงเวลาที่กระรอกโยนเปลือกวอลนัททิ้ง และดังที่แสดงในภาพตัวอย่างด้านล่าง กล้องทำให้ผมสามารถดึงเฟรมที่ถูกต้องซึ่งจับภาพช่วงเวลาที่กระรอกโยนเปลือกวอลนัททิ้งไปได้

 

จุดที่ 2: ข้อมูลภาพนิ่งความละเอียดสูงที่ได้สามารถนำไปพิมพ์เป็นภาพขนาด A3 ได้

คุณสมบัติ 4K Frame Grab ในกล้อง EOS-1D X Mark II ช่วยให้คุณสามารถบันทึกเฟรมภาพเคลื่อนไหว 4K เฟรมเดียวที่คุณกำลังเล่นอยู่ในขณะนั้นให้เป็นภาพ JPEG ได้ด้วยความละเอียดที่ประมาณ 8.8 ล้านพิกเซล (4,096 × 2,160) ซึ่งนี่เป็นคุณสมบัติที่ไม่มีในกล้อง EOS-1D X หรือ EOS-1D C ความละเอียดที่ 8.8 ล้านพิเซลนี้ยังเพียงพอที่จะช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ภาพออกมาเป็นภาพขนาด A3 ให้สวยคมชัดได้ นอกจากนี้ โหมดการบีบอัดไฟล์ที่นำมาใช้คือ Motion JPEG ซึ่งไม่ใช้การบีบอัดระหว่างเฟรม จึงทำให้สามารถดึงเฟรมภาพแต่ละเฟรมให้เป็นภาพถ่ายความละเอียดสูงได้ หากคุณใช้เลนส์ L เพื่อถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K คุณจะสามารถสร้างภาพนิ่งที่ถ่ายทอดบรรยากาศของภาพได้อย่างดีเยี่ยมได้ กระบวนการดึงภาพก็แสนง่ายดายและทำได้จากภายในกล้อง โดยไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์สเป็คสูงเพื่อทำงานกับภาพเคลื่อนไหว 4K แต่อย่างใด

4K (ประมาณ 8.8 ล้านพิกเซล) → สามารถพิมพ์ออกมาเป็นภาพขนาด A3 ได้อย่างคมชัด

 

Full HD (ประมาณ 2.1 ล้านพิกเซล) → สามารถพิมพ์ออกมาเป็นภาพที่คมชัดขนาดไม่เกิน 4R เท่านั้น

ในภาพตัวอย่างด้านบน ผมถ่ายภาพฉากเดียวกันออกมาเป็นสองภาพ ภาพแรกในแบบ 4K (ประมาณ 8.8 ล้านพิกเซล) และอีกภาพหนึ่งที่ความละเอียดแบบ Full HD (ประมาณ 2.1 ล้านพิกเซล) หากเราเปรียบเทียบความละเอียดของทั้งสองรูปแบบนี้ ภาพ 4K จะมีความละเอียดสูงกว่าภาพ Full HD ประมาณสี่เท่า ในโหมด Full HD เราสามารถพิมพ์ภาพออกมาเป็นขนาดไม่เกิน 4R เท่านั้น (152 มม. × 102 มม.) ซึ่งมีขนาดเล็กเกินกว่าจะนำไปใช้เป็นผลงานภาพถ่ายได้ ในทางตรงกันข้าม ด้วยคุณสมบัติภาพเคลื่อนไหว 4K ในกล้อง EOS-1D X Mark II คุณสามารถพิมพ์ภาพเดียวกันนี้ออกมาเป็นภาพถึงขนาด A3 ได้ (420 มม. × 297 มม.)

 

จุดที่ 3: เคล็ดลับในการบันทึกภาพเคลื่อนไหว 4K และการดึงเฟรมได้เป็นผลสำเร็จ


เคล็ดลับที่ 1: ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์เป็น 1/60 หรือ 1/125 วินาที ระหว่างการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K

เคล็ดลับที่ 2: ปรับการตั้งค่า AF แบบละเอียดเพื่อให้ AF มีความแม่นยำยิ่งขึ้น

เคล็ดลับที่ 3: ใช้การเปิดรับแสงแบบแมนนวลเพื่อให้ได้ปริมาณแสงที่เพียงพอ


ภาพเคลื่อนไหว 4K 50p/60p ของกล้อง EOS-1D X Mark II ให้อัตราบิตสูงถึงประมาณ 800 Mbp และเนื่องจากภาพเคลื่อนไหว 4K มีปริมาณข้อมูลมหาศาล คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับภาพความละเอียดสูงที่เปี่ยมด้วยคุณภาพชนิดที่ไม่สามารถหาได้จากกล้องรุ่นอื่นๆ

แต่ถึงอย่างนั้น การถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K ก็ต้องใช้การโฟกัสอย่างแม่นยำในระดับสูง เพราะหากเกิดการสูญเสียโฟกัสแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดก็อาจปรากฎให้เห็นเด่นชัดในภาพเคลื่อนไหว 4K ได้ และเนื่องจากการโฟกัสที่ผิดพลาดจะส่งผลกระทบทางลบเมื่อคุณใช้คุณสมบัติ 4K Frame Grab ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องปรับการตั้งค่า AF แบบละเอียดในกล้อง EOS-1D X Mark II ตามการเคลื่อนไหวของตัวแบบขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว 4K

อีกประเด็นที่สำคัญมากคือการเลือกความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสม โดยจุดสำคัญในที่นี้คือการตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/60 หรือ 1/125 วินาที ควรทราบว่าหากคุณเพิ่มความเร็วชัตเตอร์สูงจนเกินไปโดยไม่ต้องการให้ตัวแบบเบลอเมื่อใช้คุณสมบัติ 4K Frame Grab ภาพเคลื่อนไหวที่ได้อาจมีลักษณะสั่นไหวแทน ซึ่งนับว่าห่างไกลจากคุณภาพ 4K ความละเอียดสูงที่คุณตั้งใจจะสร้างขึ้นเสียอีก อีกสิ่งหนึ่งที่ควรระวังก็คือ การตั้งค่าการปรับระดับแสงอัตโนมัติอาจทำให้การเปิดรับแสงเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นจึงขอแนะนำให้คุณบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยความสว่างคงที่โดยใช้การเปิดรับแสงแบบแมนนวล

 

การปรับแต่ง Movie Servo AF 1: เลือกการตั้งค่าที่ให้คุณสามารถจับโฟกัสที่ตัวแบบได้ตลอดเวลา

การตั้งค่าความไวในการติดตามของ Movie Servo AF ที่ฝั่งติดลบทำให้สามารถคงโฟกัสที่ตัวแบบซึ่งคุณกำลังเล็งอยู่ให้ได้มากที่สุด จึงเป็นการป้องกันไม่ให้โฟกัสเปลี่ยนตำแหน่งไปยังตัวแบบที่ต่างไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

การปรับแต่ง Movie Servo AF 2: ตั้งค่าความเร็ว AF ที่ฝั่งบวกหากตัวแบบกำลังเคลื่อนไหว

ในโหมด Movie Servo AF คุณสามารถปรับความเร็ว AF ไปที่ระดับใดระดับหนึ่งจากเก้าระดับโดยตั้งค่า [มาตรฐาน] เป็นการตั้งค่าเริ่มต้น ในการถ่ายภาพร่างกายที่กำลังเคลื่อนไหว ให้เพิ่มความเร็วในการเปลี่ยนจุดโฟกัสโดยตั้งค่าความเร็ว AF ไปที่ฝั่งบวก

 

อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K: การ์ด CFast 2.0

ในการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K 50p/60p การ์ด CFast 2.0 ความจุสูงซึ่งรองรับการเขียนความเร็วสูงคืออุปกรณ์ที่ต้องมี ซึ่ง SanDisk Extreme PRO CFAST 2.0 ที่ผมใช้อยู่นี้มีความเร็วในการเขียนสูงสุดถึง 440MB/วินาที การ์ดรุ่นนี้ทำให้ผมสามารถมุ่งความสนใจไปที่การถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่และสะดวกยิ่งขึ้น โดยมีเวลาในการบันทึกสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 10 นาทีสำหรับการ์ด 64 GB และประมาณ 22 นาทีสำหรับการ์ด 128 GB

 

โดยสรุป: หลังจากได้สัมผัสกับคุณภาพที่เยี่ยมยอดของภาพเคลื่อนไหว 4K แล้ว ผมแทบไม่อยากกลับไปใช้ภาพ Full HD อีกเลย

กล้อง EOS-1D C เป็นกล้องตัวโปรดของผมสำหรับถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K โดยที่ตัวแบบของผมส่วนใหญ่คือสัตว์ป่า หลังจากหลงเสน่ห์ความงามอันน่าทึ่งของสัตว์ป่าที่บันทึกเป็นภาพเคลื่อนไหว 4K แล้ว ผมไม่ต้องการกลับไปถ่ายภาพแบบ Full HD อีก อย่างไรก็ตาม ในกล้อง EOS-1D C การจับโฟกัสที่ตัวแบบที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ยากมาก แม้ว่าความแม่นยำของ AF จะยอดเยี่ยม แต่กล้องไม่มีความสามารถในการติดตามร่างกายที่เคลื่อนไหวได้

หากเทียบกันแล้ว Dual Pixel CMOS AF ในกล้อง EOS-1D X Mark II ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ผมสามารถบอกได้ง่ายๆ จากการดูตัวอย่างบนหน้าจอ LCD ว่ากล้องสามารถจับโฟกัสได้ในทันทีที่ผมเล็งไปที่ตัวแบบ ในการถ่ายภาพสัตว์ป่า เราจะสามารถเก็บภาพช่วงเวลาสำคัญได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถกดปุ่มบันทึกภาพได้รวดเร็วเพียงใด ซึ่งในแง่นี้ กล้อง EOS-1D X Mark II มอบประสบการณ์การถ่ายภาพแบบไร้กังวลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ อัตราเฟรม 50p และ 60p ยังมีจำนวนเฟรมมากกว่าถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับอัตราเฟรม 25p และ 30p ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าโอกาสในการจับภาพช่วงเวลาสำคัญยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกด้วย แม้ว่าการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K ต้องอาศัยการลงทุนมากพอสมควร เช่น จำเป็นต้องใช้การ์ด CFast 2.0 ที่มีราคาสูง แต่ผมเชื่อว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน

 



 

อ่านสิ่งที่ทีมผู้พัฒนากล้อง EOS-1D X Mark II พูดถึงเกี่ยวกับ Dual Pixel CMOS AF และฟังก์ัชั่น 4K Frame Grab ได้ใน ตอนที่ 3  ของบทสัมภาษณ์ทีมนักพัฒนา หรือเริ่มอ่านจาก ตอนที่ 1

 

 

Yukihiro Fukuda

เกิดที่กรุงโตเกียวในปี 1965 การไปเยือนฮอกไกโดของ Fukuda เพื่อตามหานกกระเรียนญี่ปุ่นที่เขาชื่นชอบได้นำเขามาสู่การเป็นช่างภาพสัตว์ป่า หลังจากใช้เวลา 10 ปีในการถ่ายภาพสัตว์ป่าในฮอกไกโด Fukuda เริ่มขยับขยายขอบเขตของเขาไปยังประเทศอื่นๆ รวมถึงการถ่ายภาพใต้น้ำ ปัจจุบัน การถ่ายภาพสัตว์ป่า ภาพใต้น้ำ และทิวทัศน์กลายมาเป็นกิจกรรมหลักของเขา

ความเห็น

เขียนความเห็น

 

ลงชื่อเข้าระบบเพื่อออกความเห็น

Win an EOS M100

คุณออกจากการใช้งานในบัญชีของคุณ

อีเมล์พร้อมลิงก็เปิดใช้งานถูกส่งไปที่อีเมล์ SNAPSHOT ที่คุณลงทะเบียนไว้

หลังกจาคลิกที่ลิงก์นี้ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้งานด้วยรายละเอียดที่มีอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนต่อไป ในฐานะสมาชิกของชุมชน CANON และ SNAPSHOT เราจะทำสุดความสามารถเพื่อมอบเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นและมีความหมาย โดยช่วยให้คุณเดินตามฝันในทุกวัน เพื่อนำมาซึ่งฝีมือถ่ายภาพที่เป็นเลิศ

อนุญาตให้ใช้งานต่อไป

CANON ID ของคุณจะรวมกับ SNAPSHOT ID ของคุณ

ลิงก์เปิดใช้งานจะส่งไปที่อีเมล์ของคุณ

กรุณาใส่รหัสผ่านอีกครั้ง เพื่ออนุญาตให้เราใช้งานต่อไป

พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

เมื่อคลิกที่นี่ คุณยินยอมที่จะผสาน CANON ID เข้ากับ SNAPSHOT ID ความตกลงนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ CANON และ SNAPSHOT TERMS & CONDITIONS.