Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
ผลิตภัณฑ์ >> All Products

แนะนำกล้อง EOS-1D X Mark III (1): ประสิทธิภาพแห่งการถ่ายภาพนิ่ง

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2020 Canon ได้เปิดตัวกล้อง DSLR รุ่นเรือธงระดับมืออาชีพรุ่นใหม่: EOS-1D X Mark III ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดมากมายจาก Canon กล้องฟูลเฟรมรุ่นใหม่นี้จึงสามารถให้คุณภาพของภาพ ความเร็ว และความแม่นยำที่ยอดเยี่ยม นับเป็นการพัฒนาคุณสมบัติในการถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโออย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับกล้องรุ่นก่อนหน้า ในตอนที่ 1 ของบทความซึ่งมี 2 ตอนนี้ เราขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการถ่ายภาพนิ่งของกล้องรุ่นนี้ (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน ตอนที่ 2: การถ่ายวิดีโอและเครือข่าย)

 

เร็วกว่า สูงกว่า และดีกว่า: นำหน้าคู่แข่งด้วยสุดยอดกล้อง EOS DSLR

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาถึงอีกครั้งในปี 2020 จะมีอะไรดีไปกว่าการเริ่มต้นปีใหม่นี้ด้วยการเปิดตัวกล้อง EOS-1D X Mark III EOS-1D X Mark III เป็นกล้องระดับมืออาชีพรุ่นเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของ Canon ในกลุ่ม EOS-1D ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่างภาพกีฬา ช่างภาพงานข่าว และช่างภาพสัตว์ป่าระดับมืออาชีพมากมายทั่วโลกต่างเลือกใช้ กล้องรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาคุณสมบัติให้ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับ EOS-1D X Mark II กล้องรุ่นก่อนหน้าที่ได้รับรางวัลมาแล้ว ด้วยโครงสร้างและประสิทธิภาพที่คุณมั่นใจได้ นี่จึงเป็นกล้อง DSLR ที่ดีที่สุดของ Canon ในปัจจุบัน

กล้อง EOS-1D X Mark III กับเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ EF400mm

 

เร็วกว่า: ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องที่สูงจนน่าทึ่ง

สูงสุด 16 fps (OVF), 20 fps (Live View)

คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของกล้อง EOS-1D X Mark III คือ ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องซึ่งสูงถึง 16 fps เมื่อถ่ายด้วยช่องมองภาพแบบออพติคอล (OVF) นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับกล้อง DSLR เนื่องจากมีการเคลื่อนที่ของกลไกมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างการลั่นชัตเตอร์ เช่น การเคลื่อนกระจกขึ้น/ลง แต่กล้อง EOS-1D X Mark III สามารถทำได้เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้มากมาย เช่น

- กลไกการขับเคลื่อนกระจกแบบใหม่
- ความเร็วสูงขึ้นในการอ่านข้อมูลของเซนเซอร์
- ระบบประมวลผลภาพ DIGIC X ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Dual DIGIC 6+ ถึง 3 เท่า และ
- การนำการ์ด CFexpress มาใช้เป็นสื่อหน่วยความจำ ซึ่งให้ความเร็วในการเขียนที่สูงขึ้นเพื่่อรองรับความจุที่เพิ่มมากขึ้นของหน่วยความจำบัฟเฟอร์ของกล้อง

 

EOS-1D X Mark III
EOS-1D X Mark III
OVF: สูงสุด 16 fps (เมื่อใช้ฟังก์ชันติดตาม AF/AE)
LV: สูงสุด 20 fps (เมื่อใช้ฟังก์ชันติดตาม AF/AE)

EOS-1D X Mark II
EOS-1D X Mark II
OVF: สูงสุด 14 fps (เมื่อใช้ฟังก์ชันติดตาม AF/AE)
LV: สูงสุด 16 fps

ความเร็วของจำนวนเฟรมต่อวินาทีไม่ใช่ข้อได้เปรียบเพียงเพียงข้อเดียวที่ EOS-1D X Mark III มีเหนือกล้องรุ่นก่อนหน้า แต่ยังสามารถติดตาม AF/AE ได้ทั่วทุกเฟรมระหว่างการถ่ายต่อเนื่องทั้งใน OVF และ Live View ในขณะที่กล้องรุ่นก่อนจะใช้ได้เฉพาะกับ OVF เท่านั้น ในตอนนี้ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าตัวแบบจะอยู่ในโฟกัสและทุกเฟรมจะมีความสว่างที่เท่ากันไม่ว่าจะเลือกถ่ายภาพอย่างไร นี่จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของกล้องให้ถ่ายภาพได้ในฉากที่หลากหลายขึ้น


นักกีฬาออกตัวจากทะเล

EOS-1D X Mark III/ EF11-24mm f/4L USM/ FL: 11 มม./ Manual exposure (f/9, 1/200 วินาที)/ ISO 500/ WB: 6600K/ ยิงแฟลช

นอกจากนี้ EOS-1D X Mark III ยังใช้อัลกอริทึมแบบใหม่ในระบบติดตาม AF บนตัวแบบ (AI Servo AF IV สำหรับการถ่ายด้วย OVF และ Servo AF สำหรับการถ่ายแบบ Live View) ซึ่งให้ความสามารถในการติดตามที่แม่นยำและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นระหว่างการถ่ายภาพต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวแบบที่กำลังเคลื่อนที่ห่างออกไปจากกล้อง และ AI Servo AF IV ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามแม้ต้องถ่ายภาพท่ามกลางหมอกร้อนด้วย

หากต้องการอ่านเกี่ยวกับโหมด AF เพิ่มเติม โปรดดูที่: พื้นฐานเกี่ยวกับกล้อง #9: โหมด AF


ลำดับภาพในการถ่ายภาพต่อเนื่องของหลุมทรายในสนามกอล์ฟ

ลำดับภาพในการถ่ายภาพต่อเนื่องของนักกอล์ฟผู้ซึ่งกำลังตีลูกในหลุมทรายในสนามกอล์ฟ ถ่ายด้วย Live View จากทั้งหมด 20 ภาพซึ่งถ่ายในเวลา 1 วินาที มี 3 ภาพที่มีลูกกอล์ฟอยู่ในเฟรม นี่จึงหมายความว่าช่างภาพสามารถเลือกภาพที่ดีที่สุดได้จากสามภาพ และฟังก์ชัน AF ตรวจจับใบหน้าระหว่างใช้ Servo AF ยังช่วยให้คุณมั่นใจว่าดวงตาของนักกอล์ฟจะอยู่ในโฟกัสด้วย


ภาพนักกอล์ฟกำลังตีลูกจากหลุมทราย

EOS-1D X Mark III/ EF500mm f/4L IS II USM/ FL: 500 มม./ Manual exposure (f/4, 1/1250 วินาที)/ ISO 500/ WB: แสงแดด
ถ่ายด้วย Live View

สำหรับการถ่ายแบบ Live View ผู้ใช้สามารถเลือกระหว่างชัตเตอร์กล ม่านชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์แรก หรือชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยชัตเตอร์ทุกแบบสามารถถ่ายต่อเนื่องได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 20 fps การใช้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์จะช่วยขจัดเสียงที่เกิดจากชัตเตอร์กล จึงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงแบบเงียบในสถานการณ์้่ต่างๆ เช่น การแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ต และการแสดงบนเวทีที่แม้แต่เสียงเพียงนิดเดียวก็อาจเป็นจุดสนใจได้

เคล็ดลับน่ารู้: ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องลดลงมากเกินไปด้วยเมื่อมีการใช้งานฟังก์ชัน Anti-flicker


ปัจจัยของความเร็วข้อที่ 1: ระบบขับเคลื่อนกระจกแบบใหม่

ระบบขับเคลื่อนกระจกของกล้อง EOS-1D X Mark III
A: ก้านล็อคเชื่อมต่อกระจกรอง
B: กระจกรอง
C: กระจกหลัก
D: ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์โดยตรงแบบใหม่

EOS-1D X Mark II ใช้กลไกการขับเคลื่อนกระจกที่ไม่เหมือนใครซึ่งมีมอเตอร์และเฟืองลูกเบี้ยวสำหรับควบคุมความเร็วในการขับเคลื่อนกระจกด้วยความแม่นยำและป้องกันการกระตุกของกระจกโดยเฉพาะ กล้อง EOS-1D X Mark III ได้พัฒนาคุณสมบัตินี้ให้ดียิ่งขึ้นด้วยการนำระบบควบคุมมอเตอร์แบบเดียวกันนี้มาใช้กับกระจกรอง การควบคุมที่ดีขึ้นนี้ทำให้เวลาที่หน้าจอของช่องมองภาพเป็นสีดำสั้นลง ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้มองเห็นภาพในช่องมองภาพระหว่างการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยให้ AF มีความแม่นยำและมั่นคงด้วย


ปัจจัยของความเร็วข้อที่ 2: การ์ด CFexpress

ช่องใส่การ์ด CFexpress แบบคู่ของกล้อง EOS-1D X Mark III

EOS-1D X Mark III มีช่องใส่การ์ดแบบคู่ที่รองรับ CFexpress Type B การ์ด CFexpress เป็นการ์ดรุ่นถัดมาจาก CFast 2.0 และ XQD 2.0 และการ์ด Type B มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดถึง 2 GB ต่อวินาที ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ คุณจึงมั่นใจได้ว่าในการถ่ายต่อเนื่องหนึ่งครั้ง จะได้จำนวนภาพสูงสุดดังต่อไปนี้

- RAW: มากกว่า 1,000 ภาพโดยประมาณ (EOS-1D X Mark II: ประมาณ 170 ภาพ)
- RAW + JPEG: มากกว่า 1,000 ภาพโดยประมาณ (EOS-1D X Mark II: ประมาณ 81 ภาพ)

ความจุบัฟเฟอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหมายถึงโอกาสถ่ายภาพพลาดที่ลดลงไปอีก ซึ่งเดิมก็ไม่ได้มีมากอยู่แล้ว!

 

ดีกว่า: เพราะระบบ AF ที่ยอดเยี่ยมสองระบบย่อมดีกว่าหนึ่ง

จุด AF สูงสุด 191 จุด (OVF); AF 3,869 ตำแหน่ง (Dual Pixel CMOS AF ใน Live View)

การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงจำเป็นต้องมี AF ที่รวดเร็วและแม่นยำทัดไม่แพ้กัน และด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ระบบ AF ในกล้อง EOS-1D X Mark III จึงยิ่งกว่าพร้อมสำหรับความท้าทายนี้


AF ช่องมองภาพ: เซนเซอร์ AF ความละเอียดสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อความไวและความแม่นยำที่เพิ่มมากขึ้น

เซนเซอร์ AF ความละเอียดสูง
เซนเซอร์ AF ความละเอียดสูงของ Canon

จุด AF สูงสุด 191 จุด
จุด AF ใน OVF ของกล้อง EOS-1D X Mark III

เซนเซอร์ AF ความละเอียดสูงที่ได้รับการพัฒนาใหม่นี้สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตเซนเซอร์ภาพแบบใหม่ ซึ่งมีพิกเซลสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดเล็กกว่าและหนาแน่นกว่าเมื่อเทียบกับเซนเซอร์แบบเส้นแบบเดิม จึงสามารถรับสัญญาณ AF ความละเอียดสูงได้ คุณสมบัตินี้ทำให้สามารถโฟกัสที่ตัวแบบได้อย่างแม่นยำด้วยความเปรียบต่างต่ำและรายละเอียดที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการตรวจจับตามเส้นในแนวทแยงด้วย

ด้วยจำนวนจุด AF ใน OVF (191 จุด) ที่สูงกว่า 61 จุดในกล้องรุ่นก่อนมาก เซนเซอร์วัดแสง RGB+IR 400,000 จุดและระบบประมวลผลภาพ DIGIC 8 สำหรับการประมวลผล AF และ AE โดยเฉพาะ ทำให้กล้อง EOS-1D X Mark III มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการตรวจจับตัวแบบระหว่างการถ่ายด้วย OVF ทั้งยังสามารถตรวจจับใบหน้าและศีรษะได้ด้วย ซึ่งข้อหลังนั้นเป็นคุณสมบัติที่เพิ่งมีเป็นครั้งแรกในกล้อง Canon 

EOS-1D X Mark III: ข้อมูลจำเพาะของ AF ใน OVF
- จุด AF สูงถึง 191 จุด (แบบ Cross-type: สูงสุด 155 จุด)
- ใช้งานได้กับ f/8: จุด AF สูงสุด 191 จุด (แบบ Cross-type: สูงสุด 65 จุด)
- AI Servo AF IV
- ช่วงความสว่าง: EV -4 ถึง 21

 

AF ใน Live View: Dual Pixel CMOS AF พร้อม AF สูงสุด 3,869 ตำแหน่ง, Eye Detection AF

ในระบบ Dual Pixel CMOS AF ของ Canon แต่ละพิกเซลในเซนเซอร์ภาพจะมีโฟโตไดโอดสองตัว และทุกพิกเซลสามารถตรวจจับระยะตามระนาบภาพได้นอกเหนือจากการตรวจจับภาพ

พื้นที่ของ Dual Pixel CMOS AF ในกล้อง EOS-1D X Mark III

ระหว่างการถ่ายด้วย Live View ของกล้อง EOS-1D X Mark III พื้นที่ AF จะครอบคลุมประมาณ 90%×100% (แนวนอน × แนวตั้ง) ของพื้นที่เซนเซอร์ภาพ คุณจึงมั่นใจได้ว่ากล้องจะสามารถโฟกัสและติดตามตัวแบบได้ด้วยความแม่นยำสูงสุด แม้แต่กับตัวแบบที่เคลื่อนไหวอย่างคาดเดาไม่ได้ซึ่งเคลื่อนที่ไปยังขอบของเฟรมภาพ นับเป็นคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องใน Live View ด้วยความเร็วสูงสุด 20 fps ได้เป็นอย่างดี


Eye Detection AF ในโหมด Servo AF

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Eye Detection AF ด้วย ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบที่โดดเด่นสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต

 

การแบ่งส่วน AF (การเลือกพื้นที่ AF อัตโนมัติ)
AF 525 ส่วน
*มีความละเอียดกว่า AF รุ่นเดิมมาก เช่น กล้อง EOS R (143 ส่วน)

ตำแหน่งกรอบ AF ที่สามารถเลือกได้

*เมื่อใช้กับเลนส์ที่เข้ากันได้


EOS-1D X Mark III: ข้อมูลจำเพาะของ AF ใน Live View
- การเลือกพื้นที่ AF อัตโนมัติ: สูงสุด 525 ส่วน
- เลือกพื้นที่ AF ด้วยตนเอง: เลือกได้สูงสุดถึง 3,869 ตำแหน่ง
- ใช้ได้กับการโฟกัสที่ f/11
- การตรวจจับใบหน้าและศีรษะ และ Eye Detection AF
- Servo AF
- ช่วงความสว่าง: EV -6 ถึง 18


โฟกัสได้ง่ายดายแม้ในสภาวะแสงน้อย

ระบบ AF อันทรงพลังทั้งสองระบบในกล้อง EOS-1D X Mark III นั้นไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมั่นใจว่าทุกเฟรมในการถ่ายภาพต่อเนื่องจะอยู่ในโฟกัสอย่างคมชัดเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยทำให้โฟกัสได้ง่ายขึ้นในสภาวะแสงน้อยอีกด้วย ระหว่างการถ่ายด้วย OVF ขีดจำกัดในการโฟกัสในสภาวะแสงน้อยคือ EV -4 และในการถ่ายด้วย Live View ค่านี้จะลดลงไปอยู่ที่ EV -6

เรามักจะให้ความสำคัญกับขีดจำกัดของระดับแสงต่ำสุด แต่คุณควรทราบด้วยว่า AF ในช่องมองภาพสามารถโฟกัสได้ในสถานการณ์ที่มีความสว่างสูงถึง EV +21 ซึ่งเทียบเท่ากับความสว่างของไฟหน้ารถหรือรถไฟจากด้านหน้า


โฟกัสได้แม้ใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้กับท่อต่อเลนส์

รูรับแสงกว้างสุดจะแคบลงเมื่อคุณใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้กับท่อต่อเลนส์ ซึ่งเดิมทำให้การโฟกัสอัตโนมัติเป็นเรื่องยากมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อถ่ายภาพโดยใช้ OVF ของกล้อง EOS-1D X Mark III จุด AF ทั้งหมด 191 จุดรวมทั้งจุดโฟกัสแบบ Cross-type สูงสุดถึง 65 จุดจะสามารถโฟกัสได้แม้ที่รูรับแสงกว้างสุด f/8 และหากเป็นการถ่ายด้วย Live View พื้นที่ AF ทั้งหมดจะสามารถโฟกัสได้ที่รูรับแสงกว้างสุด f/11 

กล้อง EOS-1D X Mark III กับเลนส์ EF600mm และท่อต่อเลนส์

ในการใช้งานจริงจึงหมายความว่าคุณสามารถใช้ท่อต่อเลนส์ EF 2xIII กับเลนส์ EF800mm f/5.6L IS USM ได้ในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ทางยาวโฟกัส 1600 มม. และยังสามารถสนุกไปกับการถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุดถึง 20 fps ได้ด้วยฟังก์ชันการติดตาม AF และ AE สบายใจได้เลยว่าคุณจะพร้อมสำหรับการถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน


การควบคุม AF ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ปุ่มควบคุม AF และเซนเซอร์ออพติคอล

ปุ่ม AF-ON ในกล้อง EOS-1D X Mark III ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย Smart Controller ซึ่งเป็นเซนเซอร์ออพติคอลที่ทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้ว คุณจึงสามารถลากเพื่อเลือกจุด AF ได้ แต่นี่ไม่ใช่การแทนที่ปุ่ม Multi-Controller แบบเดิมซึ่งยังคงมีอยู่ ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับปุ่มควบคุมในกล้อง EOS-1D X Mark II จึงวางใจได้

แต่หากคุณคุ้นเคยแล้ว Smart Controller จะช่วยให้คุณเลือกจุด AF ได้รวดเร็วกว่าและตอบสนองได้ไวกว่า ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจับภาพในช่วงวินาทีที่สำคัญ ข้อดีพิเศษ: นอกจากนี้ยังอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายเมื่อถ่ายภาพในแนวตั้งด้วย

 

สูงกว่า: คุณภาพของภาพ กำลังการประมวลผล

ก้าวสู่อีกระดับของการถ่ายภาพ

ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซลของกล้อง EOS-1D X Mark III อาจดูไม่แตกต่างจากกล้องรุ่นก่อนเท่าใดนัก แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้คือการปรับปรุงคุณภาพของภาพครั้งใหญ่ซึ่งเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีและคุณสมบัติใหม่ๆ มากมายมาใช้ ความละเอียดนี้เลือกสรรมาเพื่อให้สมดุลกับการปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆ ดังที่เราได้อธิบายไปแล้ว

ข้อควรรู้: ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซลนั้นเพียงพอสำหรับการพิมพ์ภาพขนาด A3

เซนเซอร์ภาพ CMOS ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่
เซนเซอร์ภาพ CMOS ใหม่ของกล้อง EOS-1D X Mark III
นอกเหนือจากการพัฒนาในด้านอื่นๆ แล้ว วงจรอ่านสัญญาณที่เร็วขึ้นทำให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วขึ้นและถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ 4K โดยไม่ต้องครอปได้ด้วย

ระบบประมวลผลภาพ DIGIC X ใหม่
ชิปของระบบประมวลผลภาพ DIGIC X
ระบบประมวลผลภาพเดี่ยวนี้มีกำลังในการประมวลผลภาพที่สูงขึ้นกว่าระบบประมวลผลภาพ Dual DIGIC 6+ ในกล้องรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้จะใช้พลังงานน้อยกว่าก็ตาม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DIGIC ได้ที่: 5 สิ่งที่ระบบประมวลผลภาพ DIGIC สามารถทำได้


ฟิลเตอร์ Low-Pass ความละเอียดสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ฟิลเตอร์ Low-Pass ที่มีการแยก 16 จุด

ตัวแบบที่มีรายละเอียดขนาดเล็กและลวดลายซ้ำๆ จะมีความถี่ของแสงสูงมากซึ่งทำให้เซนเซอร์ภาพถ่ายทอดความละเอียดออกมาอย่างผิดเพี้ยน จนเกิดเป็นเอฟเฟ็กต์มอเร่และสีที่เพี้ยนไป เพื่่อแก้ปัญหานี้ กล้องส่วนใหญ่จะใช้ฟิลเตอร์ Low-Pass ซึ่งจะทำการแยกแสงที่ผ่านเข้ามาออกเป็นสี่จุดโดยเบลอแสงความถี่สูงเล็กน้อย ทำให้ได้สีที่สมจริงมากขึ้น

แม้กล้องรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันจะไม่มีฟิลเตอร์ Low-Pass อีกต่อไปเพื่อให้ภาพมีความคมชัดขึ้น เอฟเฟ็กต์มอเร่และสีที่เพี้ยนก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถกำจัดออกไปจากวิดีโอได้อย่างง่ายดายดังที่สามารถทำได้กับภาพนิ่ง เนื่องจากกล้อง EOS-1D X Mark III ถูกสร้างมาเพื่อใช้ในการถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพด้วย จึงมีฟิลเตอร์ Low-Pass ความละเอียดสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถทำการแยกภาพออกเป็น 16 จุดได้ (แทนการแยกเป็น 4 จุดแบบเดิม) คุณสมบัตินี้ทำให้ลำแสงของภาพถูกแยกออกไปในแนวทแยงนอกเหนือจากแนวนอนและแนวตั้ง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดเอฟเฟ็กต์มอเร่และสีเพี้ยนได้อย่างได้ผล รวมทั้งช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพโดยรวมอีกด้วย

ฟิลเตอร์ Low-Pass แบบเดิมที่มีการแยก 4 จุด
ฟิลเตอร์ Low-Pass แบบเดิมที่มีการแยก 4 จุด

ฟิลเตอร์ Low-Pass ความละเอียดสูงที่มีการแยก 16 จุด
ฟิลเตอร์ Low-Pass ความละเอียดสูงที่มีการแยก 16 จุด


ระบบประมวลผลภาพ DIGIC X ใหม่

ระบบประมวลผลภาพ DIGIC X ใหม่มีอัลกอริทึมประมวลผลเพื่อลดจุดรบกวนแบบใหม่ซึ่งช่วยให้ภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสง ISO สูงมีคุณภาพสูง ทำให้สามารถใช้ความไวแสง ISO ตามปกติที่ 100 ถึง 102,400 ซึ่งขยายได้ถึง ISO 819,200 (H3) อัลกอริทึมประมวลผลเพื่อความคมชัดแบบใหม่นี้ช่วยเพิ่มความคมชัดและความชัดเจนได้มากยิ่งขึ้น และ DIGIC X ยังทำให้สามารถใช้ Digital Lens Optimizer (DLO) ในกล้อง* เพื่อแก้ไขความคลาดของเลนส์ในขณะที่คุณถ่ายภาพได้ด้วย แม้จะบันทึกภาพในรูปแบบ JPEG

*รองรับเลนส์ EF เท่านั้น ไม่รองรับเลนส์ TS-E

ภาพพอร์ตเทรตของเด็กผู้หญิงบนเก้าอี้

EOS-1D X Mark III/ EF85mm f/1.4L IS USM/ FL: 85 มม./ Manual exposure (f/2.8, 1/80 วินาที)/ ISO 100/ WB: 5500K


บันทึกไฟล์ HDR PQ HEIF แบบ 10 บิต

กล้อง EOS-1D X Mark III มาพร้อมกับความสามารถในการบันทึกไฟล์ในรูปแบบ HEIF (รูปแบบไฟล์ภาพประสิทธิภาพสูง) 10 บิตตามการแก้ไขแกมมา HDR PQ (Perceptual Quantization) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามลักษณะการมองเห็นด้วยสายตามนุษย์ 

ไฟล์ RAW ที่บันทึกด้วยกล้อง EOS มีข้อมูลเกี่ยวกับสีและโทนสีเป็นปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งเพื่อให้สามารถแสดงศักยภาพได้สูงสุด แต่ไฟล์ JPEG แบบเดิมนั้นจะบันทึกเพียง 8 บิตของข้อมูลทั้งหมด จึงทำให้ได้รายละเอียดของโทนสีในช่วงที่แคบกว่า

เมื่อเปรียบเทียบกัน ไฟล์ HEIF สามารถเก็บข้อมูลโทนสีและสีได้สูงสุดถึง 10 บิตในขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า JPEG จึงทำให้สามารถแสดงผลภาพด้วยโทนและสีสันในช่วงที่กว้างและสดใสกว่าได้ โดยถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่สมจริงกว่าเช่นเดียวกับที่คุณมองเห็นตามความเป็นจริงโดยไม่ต้องปรับแต่งภาพ ในตอนนี้คุณสามารถสร้างภาพถ่ายในแบบ HDR ได้จากภาพๆ เดียว โดยไม่ต้องนำภาพที่มีการรับแสงต่างกันหลายภาพมาซ้อนกัน 

อาคารสถานีโตเกียวในรูปแบบไฟล์ HDR PQ JPEG ส่งออกมาจากไฟล์ HEIF

EOS-1D X Mark III/ EF16-35mm f/2.8L III USM/ FL: 31 มม./ Aperture-priority AE (f/8, 3.2 วินาที)/ ISO 200/ WB: อัตโนมัติ

คุณจะเห็นความลึก มิติ และความสมจริงในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนได้อย่างชัดเจน เมื่อคุณดูภาพ HDR PQ บนหน้าจอที่สามารถแสดงภาพแบบ HDR ได้ ลองสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวคุณเอง เพียงใช้สาย HDMI เชื่อมต่อกล้อง EOS-1D X Mark III ของคุณเข้ากับหน้าจอที่เข้ากันได้ นี่คือความล้ำสมัยที่เป็นสาเหตุว่าทำไมความสามารถในการบันทึกไฟล์แบบ HEIF จึงเป็นคุณสมบัติที่น่าจับตามอง


ภาพระยะใกล้ของนักว่ายน้ำที่กำลังตีกรรเชียง (ไฟล์ HDR PQ JPEG ที่แปลงมาจากไฟล์ HEIF)

EOS-1D X Mark III/ EF100-400mm f/4.5-5.6L IS II USM/ FL: 234 มม./ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/6400 วินาที)/ ISO 1600/ WB: อัตโนมัติ

นี่คือภาพ HDR PQ HEIF ที่ถูกแปลงให้เป็นไฟล์ JPEG เมื่อใช้ซอฟต์แวร์ Digital Photo Professional ของ Canon ในการแปลงไฟล์ HEIF เป็น JPEG คุณจะได้ภาพที่มีความสมจริงเหมือนกับภาพที่คุณเห็นจากหน้าจอ HDR ซึ่งโทนและสีสันต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนตามที่ตาของมนุษย์มองเห็น

 

EOS-1D X Mark III เป็นกล้องที่สามารถถ่ายวิดีโอได้ดีไม่ต่างจากภาพนิ่ง ในตอนที่ 2 เราจะมาศึกษาคุณสมบัติข้อนี้กัน รวมทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายด้วย

 

อ่านต่อเกี่ยวกับกล้อง EOS-1D X Mark III ได้ที่
ถ่ายภาพให้ได้อย่างมืออาชีพ: EOS-1D X Mark III - กล้อง DSLR ฟูลเฟรมรุ่นเรือธง (ฉบับภาษาอังกฤษ)

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!