Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
ผลิตภัณฑ์ >> All Products In Focus: EOS R- Part 5

4 สิ่งที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับวิดีโอ 4K ในกล้อง EOS R

อันที่จริง คำพูดที่ว่า EOS R “สามารถถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้” นั้นออกจะเป็นการถ่อมตัวในแง่ความสามารถที่แท้จริงของกล้อง ทว่าจะมีกี่คนที่ทราบว่ากล้องรุ่นนี้สามารถใช้ถ่ายภาพยนตร์อย่างจริงจังได้เช่นกัน ในบทความนี้ เราจะดูสเปคด้านการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4 ด้านหลักๆ ของกล้อง EOS R และความสำคัญที่มีต่อนักสร้างภาพยนตร์มือใหม่ด้วยกล้อง EOS R

ภาพแบนเนอร์วิดีโอ 4K ใน EOS R

 

1. EOS R ถ่ายวิดีโอระดับ 4K ในฟอร์แมตฟิล์ม Super 35 มม. ซึ่งเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

เช่นเดียวกับการถ่ายภาพนิ่งที่มีฟอร์แมตฟิล์มรูปแบบต่างๆ (APS-C, ฟูลเฟรม 35 มม., มีเดียมฟอร์แมต ฯลฯ) การถ่ายภาพยนตร์เองก็ใช้ฟอร์แมตฟิล์มหลากหลายรูปแบบเช่นกัน โดยรูปแบบหนึ่งที่เป็นมาตรฐานอุตสากรรมภาพยนตร์คือ ฟอร์แมตฟิล์ม Super 35 มม.

ฟอร์แมตฟิล์ม Super 35 มม. มีต้นกำเนิดจากฟิล์มสต็อก 35 มม. เช่นเดียวกับฟอร์แมตฟิล์ม 35 มม. ที่ใช้ในการถ่ายภาพนิ่ง แต่ด้วยเหตุผลในอดีตที่ผ่านมา ฟอร์แมตฟิล์มดังกล่าวได้พัฒนาจากฟิล์มสต็อก 35 มม. ดังที่ใช้ในการถ่ายภาพแนวตั้ง (แทนที่จะเป็นการถ่ายภาพแนวนอนดังที่ใช้ในการถ่ายภาพนิ่ง) จึงทำให้มีขนาดแตกต่างกัน แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่า ฟอร์แมตฟิล์มนี้เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมการถ่ายภาพยนตร์ทั่วโลก ภาพยนตร์หลายเรื่องถ่ายทำในฟอร์แมตนี้ และกล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ฟอร์แมตฟิล์ม Super 35 มม. ด้วย

นี่คือมาตรฐานของวงการซึ่งฟังก์ชั่น “การถ่ายภาพ 4K แบบครอป” ในกล้อง EOS R สูสีใกล้เคียงกัน การบันทึกภาพแบบ Dot-by-dot (“ดั้งเดิม”) ทำให้กล้องไม่จำเป็นต้องปรับขนาดเฟรมภาพแต่ละเฟรม จึงช่วยลดภาระของระบบประมวลผลภาพระหว่างกระบวนการบันทึกภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้กล้องมีความร้อนสูงเกินไปจากการถ่ายทำยาวนานหลายชั่วโมง และยังป้องกันไม่ให้เกิดจุดรบกวนดิจิตอลเพิ่มขึ้นตามมา นอกจากนี้ ฟอร์แมตฟิล์ม Super 35 มม. ยังรองรับการบันทึกที่อัตราบิตสูง จึงช่วยให้คุณภาพของภาพสูงขึ้นตามไปด้วย

จากข้อเท็จจริงทั้งหมดเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าสเปคด้านการถ่ายวิดีโอของ EOS R ได้รับการพัฒนาขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตวิดีโอในโลกแห่งความเป็นจริง

 

2. ใช้เมาท์อะแดปเตอร์ฟิลเตอร์แบบ Drop-in กับฟิลเตอร์ ND แบบปรับได้ แล้ว EOS R จะพลิกโฉมกลายเป็นกล้องถ่ายภาพยนตร์จริงๆ

ในการถ่ายภาพนิ่ง เรากำหนดปริมาณการรับแสงตามองค์ประกอบพื้นฐานสามอย่าง ได้แก่ รูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และความไวแสง ISO อย่างไรก็ดี ในกรณีการถ่ายวิดีโอจะต่างออกไปเล็กน้อย

สำหรับวิดีโอ คุณสามารถใช้ “ความเร็วชัตเตอร์” กับอัตราเฟรมได้ เมื่อใช้อัตราเฟรม 25p/30p (25 เฟรมต่อวินาที/ 30 เฟรมต่อวินาที) ความเร็วชัตเตอร์ที่แนะนำเพื่อให้การเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติคือ ประมาณสองเท่าของอัตราเฟรม (1/50 หรือ 1/60 ของวินาทีตามลำดับ) ที่เหลือก็เพียงแค่ปรับรูรับแสงและความไวแสง ISO อย่างอิสระเพื่อควบคุมการเปิดรับแสง

สำหรับฉากในที่ร่มทั่วไป องค์ประกอบดังกล่าวนับว่าเพียงพอ แต่หากคุณถ่ายภาพในบริเวณที่สว่างและต้องการระยะชัดลึกที่ตื้น คุณอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ในกรณีนี้จะต้องใช้ฟิลเตอร์ Neutral Density (ND) เข้าช่วยเพื่อป้องกันการเปิดรับแสงมากเกินไป อันที่จริง ฟิลเตอร์ ND คืออุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ ความจริงที่ว่ากล้องวิดีโอระดับไฮเอนด์หลากรุ่น รวมถึงกล้องในกลุ่ม Cinema EOS มีฟิลเตอร์ ND ในตัวนั้นแสดงให้เห็นว่าฟิลเตอร์นี้มีความสำคัญมากเพียงใด

EOS R มีเมาท์อะแดปเตอร์ฟิลเตอร์แบบ Drop-in EF-EOS R ซึ่งไม่เพียงใช้ร่วมกับเลนส์ EF ได้เท่านั้น แต่ยังมีฟิลเตอร์ ND แบบปรับได้ที่ช่วยให้คุณปรับการเปิดรับแสงได้ตั้งแต่ความเร็วชัตเตอร์ 1 ถึง 6 สต็อป นี่จึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่สนใจใช้กล้องถ่ายภาพนิ่งของ Canon สำหรับการถ่ายภาพวิดีโอได้อย่างดีเยี่ยม

เมาท์อะแดปเตอร์ฟิลเตอร์แบบ Drop-in EF-EOS R กับฟิลเตอร์ ND Drop-in แบบปรับได้ A

เมาท์อะแดปเตอร์ฟิลเตอร์แบบ Drop-in EF-EOS R กับฟิลเตอร์ ND Drop-in แบบปรับได้ A

EOS R กับเมาท์อะแดปเตอร์ฟิลเตอร์แบบ Drop-in และเลนส์ EF

EOS R กับเมาท์อะแดปเตอร์ฟิลเตอร์แบบ Drop-in และเลนส์ EF

 

3. Canon Log: ภาพสะท้อนของ EOS R ในฐานะกล้องถ่ายวิดีโอแบบจริงจัง

EOS R มีคุณสมบัติหลายประการที่เป็นประโยชน์ต่อขั้นตอนหลังการผลิตวิดีโอ

ประการแรก นี่เป็นกล้อง EOS ตัวแรกที่ติดตั้ง Canon Log ไว้ในตัว การบันทึกวิดีโอด้วย Canon Log จะช่วยขยายไดนามิกเรนจ์ (ความแตกต่างระหว่างโทนสีอ่อนสุดกับเข้มสุด) ให้กว้างขึ้น และทำให้สามารถสร้างความเข้มแสงได้หลากหลายมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น Rec.709 ซึ่งเป็นแกมมาวิดีโอมาตรฐานสำหรับ HDTV สามารถสร้างไดนามิกเรนจ์ได้สูงสุดประมาณแปดสต็อป และมีแนวโน้มที่จะเกิดส่วนที่สว่างจ้าในฉากที่มีอัตราส่วนความเปรียบต่างสูงๆ ในทางกลับกัน Canon Log ให้ไดนามิกเรนจ์ที่ 12 สต็อป ซึ่งทำให้รายละเอียดต่างๆ ของภาพในฉากเดียวกันสวยงามคมชัดตั้งแต่บริเวณเงามืดถึงบริเวณที่สว่าง และสามารถปรับแก้สีได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น 

ความแตกต่างของไดนามิกเรนจ์ระหว่าง Rec. 709 กับ Canon Log

การเปรียบเทียบไดนามิกเรนจ์แบบกราฟิก: (A) Rec.709 กับ (B) Canon Log

 

หากต้องการใช้ EOS R ให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรใช้ตัวบันทึกวิดีโอภายนอก กล้องรุ่นนี้รองรับการบันทึกวิดีโอภายนอกแบบ 10-bit YCbCr:4:2:2 ระดับ 4K ผ่าน HDMI ผลภาพที่ได้จึงมีคุณภาพในระดับสูงมากพร้อมให้ข้อมูลอันมหาศาล ซึ่งเหมาะสำหรับขั้นตอนหลังการผลิต

นอกจากนี้ EOS R ยังมาพร้อมตัวเลือกมาตรฐานการออกอากาศสองแบบสำหรับปริภูมิสี ซึ่งจำเป็นในการแสดงสีสันต่างๆ ตามที่ต้องการผ่านจอภาพและโทรทัศน์ ได้แก่ 
- BT.709 ซึ่งออกแบบมาสำหรับมาตรฐาน HDTV และเป็นมาตรฐานที่ใช้ในคอมพิวเตอร์และจอวิดีโอ HD ทั่วไปส่วนใหญ่ และ
- BT.2020 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับโทรทัศน์ความละเอียดสูงพิเศษ (UHDTV) และถือเป็นปริภูมิสีแห่งอนาคต

คุณสมบัติดังกล่าวนี้ยังแสดงให้เห็นว่า EOS R ไม่เพียงคำนึงถึงแต่การถ่ายวิดีโอเท่านั้น แต่ยังใส่ใจกับขั้นตอนหลังการผลิตอีกด้วย 

 

4. Dual Pixel CMOS AF - ระบบ AF อันทรงพลังสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ 4K

1) การโฟกัสอัตโนมัติที่แม่นยำ ขจัดปัญหาความยาวโฟกัสเปลี่ยนตามระยะถ่ายภาพ (Focus breathing)

เมื่อเปรียบเทียบกับวิดีโอ HD และ FHD แล้ว ลักษณะเฉพาะของวิดีโอแบบ 4K คือ มีความละเอียดสูงกว่าและให้รายละเอียดที่คมชัดกว่า อย่างไรก็ดี นี่ยังหมายความว่าหากภาพอยู่นอกโฟกัสแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย อีกทั้งการปรับโฟกัสแบบแมนนวลก็มีข้อจำกัดหลายประการ

ด้วยเหตุนี้ ระบบ Dual Pixel CMOS AF จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ

โดยทั่วไป กล้องถ่ายภาพนิ่งส่วนใหญ่จะผสมผสานการตรวจจับความเปรียบต่างกับการตรวจจับระยะเพื่อให้ได้โฟกัสอัตโนมัติเมื่อถ่ายวิดีโอ ในระหว่างที่ตรวจจับความเปรียบต่าง กล้องมีแนวโน้มที่จะปรับทางยาวโฟกัสเล็กน้อยเพื่อพยายามจับโฟกัส ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่าความยาวโฟกัสเปลี่ยนตามระยะถ่ายภาพ (Focus breathing) ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะเห็นชัดยิ่งขึ้นในวิดีโอความละเอียดสูงแบบ 4K ในทางกลับกัน ระบบ Dual Pixel CMOS AF ในกล้อง EOS R ทำการโฟกัสอัตโนมัติโดยใช้เพียงการตรวจจับระยะเท่านั้น ซึ่งทำให้โฟกัสหยุดอย่างแม่นยำตามต้องการ แม้ในขณะที่ดึงโฟกัส (เปลี่ยนโฟกัสระหว่างภาพ)

2) นี่เป็นคุณสมบัติสำคัญของ Cinema EOS อยู่แล้ว

แม้ว่าระบบ Dual Pixel CMOS AF เป็นคุณสมบัติหนึ่งในกล้องถ่ายภาพนิ่ง EOS ของ Canon มาระยะหนึ่งแล้ว คุณอาจแปลกใจที่ได้ทราบว่ากล้อง Cinema EOS ทุกรุ่นมีคุณสมบัตินี้เช่นเดียวกัน จึงพูดได้ว่า Dual Pixel CMOS AF สำหรับวิดีโอแบบ 4K ในกล้อง EOS R ไม่ใช่เรื่องใหม่ อันที่จริง นี่คือเทคโนโลยี AF รุ่นบุกเบิกสำหรับการถ่ายวิดีโอ อีกทั้งได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่และเป็นที่ไว้วางใจอยู่แล้วในวงการนี้

3) Focus Guide ที่ช่วยในการโฟกัสแบบแมนนวล

เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ยังถูกนำมาใช้ในคุณสมบัติ Focus Guide ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพตำแหน่งของโฟกัส จึงลดความเครียดในการโฟกัสอย่างละเอียด และช่วยให้กับการโฟกัสแบบแมนนวลเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ

Dual Pixel CMOS AF

Dual Pixel CMOS AF
1. โฟโตไดโอด A
2: โฟโตไดโอด B
3: พิกเซลสร้างภาพแต่ละพิกเซลสามารถทำได้ทั้งการตรวจจับแบบ Phase Difference และการสร้างภาพ

Focus Guide

Focus Guide

 

สรุป

จากคุณสมบัติการถ่ายภาพเคลื่อนไหวทั้งสี่ประการข้างต้น เห็นได้ชัดว่า EOS R มีสเปคการถ่ายวิดีโอบางประการที่เหมือนกับในกล้องถ่ายภาพยนตร์ อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่า Dual Pixel CMOS AF ซึ่งถือเป็นระบบ AF ยุคใหม่ เป็นเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และผ่านการพิสูจน์แล้วสำหรับทั้งการถ่ายภาพวิดีโอและภาพนิ่ง ดังนั้น อย่าจำกัดตัวคุณเองอยู่ที่การถ่ายภาพนิ่งด้วยกล้อง EOS R เท่านั้น แต่ลองใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านการถ่ายวิดีโอของกล้องให้เต็มที่ด้วย

 

หากคุณเป็นนักสร้างภาพยนตร์มือใหม่ อ่านบทช่วยสอนชุดนี้โดยเริ่มต้นจาก:
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการถ่ายภาพยนตร์ด้วยกล้อง Canon EOS (1): สิ่งที่ผู้เริ่มต้นต้องรู้

คลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ EOS R

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!