Close
ผลิตภัณฑ์ >> All Products

5 ข้อเท็จจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับเลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020 Canon ได้เปิดตัว RF70-200mm f/4L IS USM เลนส์ซูมเทเลโฟโต้รุ่นใหม่สำหรับเมาท์ RF เลนส์ 70-200mm f/4L เมาท์ EF ของ Canon ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเนื่องจากสามารถผสมผสานคุณภาพของภาพที่สูงของเลนส์ L ไว้ภายในบอดี้ขนาดกะทัดรัดได้อย่างลงตัว และเลนส์ในเวอร์ชันเมาท์ RF รุ่นใหม่นี้ก็ได้นำเอาข้อดีของเมาท์ RF มาใช้เพื่อความสะดวกในการพกพาและคุณภาพของภาพที่ดียิ่งขึ้น

1. เบากว่าเลนส์ซูมมาตรฐาน
2. คุณภาพของเลนส์ L ที่สูงขึ้นด้วยเมาท์ RF
3. AF ที่รวดเร็วและแม่นยำด้วยประสิทธิภาพของ Nano USM แบบคู่
4. ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอันทรงพลัง
5. ระยะโฟกัสใกล้สุด 60 ซม.

 

1. มีน้ำหนักเบากว่าเลนส์ซูมมาตรฐานในซีรีย์ L ส่วนใหญ่ 

เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM มีดีไซน์แบบหดกลับได้ โดยท่อเลนส์จะยืดออกมาเมื่อถ่ายภาพที่ทางยาวโฟกัสยาว และหดกลับเข้าไปเพื่อเก็บและถ่ายภาพที่ระยะมุมกว้าง ผู้ใช้ที่เป็นกังวลเรื่องความทนทานนั้นสามารถวางใจได้เนื่องจากส่วนที่ยืดออกมาของท่อเลนส์นั้นถูกสร้างมาให้ทนทานต่อการกระแทกและแรงสั่นสะเทือน

จากข้อมูลในเดือนพฤศจิกายน 2020 เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM เป็นเลนส์ 70-200mm f/4 ที่สั้นที่สุดและมีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก* ในขณะที่เลนส์ EF70-200mm f/4L IS II USM นั้นมีความยาวราว 176 มม. และหนักประมาณ 780 ก. เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM กลับสั้นกว่าประมาณ 57 มม. (หรือ 30%) ด้วยความยาว 119 มม. เมื่อหดกลับจนสุดและมีน้ำหนักเบากว่า 10% ที่ 695 ก. อีกทั้งยังทำให้เลนส์มีความยาวโดยประมาณเท่ากับเลนส์ซูมมาตรฐาน RF24-105mm f/4L IS USM แต่เบากว่าราว 5 ก. ด้วยเหตุนี้เอง เลนส์รุ่นนี้จึงเป็นเลนส์ซูมเทเลโฟโต้ที่ไม่เพียงแต่ใส่ลงในกระเป๋ากล้องของคุณได้อย่างเหมาะเจาะเท่านั้นแต่ยังทำให้คุณมีความคล่องตัวมากขึ้นด้วย

* สำหรับกล้องแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ (กล้อง SLR และกล้องมิเรอร์เลส) ข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2020 จากการวิจัยของ Canon


การเปรียบเทียบขนาดและน้ำหนัก

 

2. มีคุณภาพของเลนส์ L ที่สูงขึ้นด้วยเมาท์ RF

ภาพทิวทัศน์น้ำตกแบบเทเลโฟโต้

EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 70 มม./ Aperture-priority AE (f/4, 1/100 วินาที)/ ISO 400/ WB: 5000K

 


ภาพโคลสอัพของพื้นที่ในกรอบสีแดง

เส้นผ่านศูนย์กลางเมาท์ขนาดใหญ่และระยะแบ็คโฟกัสที่สั้นของเมาท์ RF ทำให้สามารถออกแบบเลนส์ที่มีขนาดเล็กลงมากได้ในขณะที่ให้คุณภาพของภาพดียิ่งกว่าที่เคย เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM มี ชิ้นเลนส์ UD (ฉบับภาษาอังกฤษ) 4 ชิ้นซึ่งสามารถแก้ไขความคลาดสีซึ่งมักเกิดกับเลนส์เทเลโฟโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาพจึงมีความคมชัดจนถึงขอบภาพตลอดช่วงการซูมตั้งแต่รูรับแสงกว้างสุดที่ f/4

 

ภาพพอร์ตเทรตที่มีโบเก้ในแบ็คกราวด์
EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 70 มม./ Manual exposure (f/4, 1/640 วินาที)/ ISO 400/ WB: อัตโนมัติ


ภาพโคลสอัพของพื้นที่ในกรอบสีแดง

การออกแบบเลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM นั้นคำนึงถึงคุณภาพของโบเก้ด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่นำรูรับแสงทรงกลม 9 กลีบมาใช้เท่านั้น แต่โครงสร้างของเลนส์ยังได้รับการปรับปรุงเพื่อให้แสงสามารถเข้าถึงทุกมุมภาพได้อย่างเพียงพอ ผลที่ได้คือ วงโบเก้ที่กลมสวยงามและลดโอกาสในการกลายเป็นรูปทรงรีเนื่องจากการเกิดขอบมืดแบบออพติคอล และยังสามารถควบคุมแสงแฟลร์และแสงหลอกได้ด้วยการเคลือบแบบ Air Sphere Coating (ASC) ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าภาพจะมีคุณภาพสูงแม้มีแสงย้อนจากด้านหลังหรือแหล่งกำเนิดแสงจ้าในเฟรมภาพ

 

3. มี AF ทรงประสิทธิภาพด้วย Nano USM ที่ไม่ใช่เพียงหนึ่งชุด แต่เป็นถึงสอง

จักรยานผาดโผน

EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 176 มม./ Manual exposure (f/4, 1/2000 วินาที)/ ISO 640/ WB: อัตโนมัติ


ประสิทธิภาพของออโต้โฟกัสในเลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM ไม่ได้เกิดจาก Nano USM (มอเตอร์อัลตร้าโซนิค) เพียงชุดเดียว แต่เป็นถึงสองชุด ซึ่งทำให้มี AF ที่รวดเร็วและแม่นยำในขณะถ่ายภาพนิ่งรวมถึงการติดตามโฟกัสที่เงียบและราบรื่นในขณะบันทึกวิดีโอ Nano USM แต่ละชุดจะทำงานแยกกันในการควบคุมกลุ่มเลนส์โฟกัสและกลุ่มเลนส์ลอยตัวโดยการ ป้องกันการเลื่อนของตำแหน่งโฟกัสระหว่างการซูมและการถ่ายภาพระยะใกล้ รวมถึงควบคุมตำแหน่งเลนส์ได้อย่างยืดหยุ่นซึ่งป้องกันไม่ให้คุณภาพของภาพลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบควบคุมโฟกัสอิเล็กทรอนิกส์แบบชิ้นเลนส์ลอยตัวแบบเดียวกับที่มีในเลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM ให้การควบคุมที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาระบบกลไก ซึ่งมีส่วนทำให้ดีไซน์ของเลนส์มีขนาดเล็กลง 

 

4. มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวสูงสุด 5 สต็อปและเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงถึง 7.5 สต็อปเมื่อใช้กับกล้อง EOS R5/R6

เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอล (IS แบบออพติคอล) เมื่อติดตั้งเลนส์เข้ากับกล้อง EOS R หรือ EOS RP ระบบ Dual Sensing IS จะทำงาน โดยตรวจจับและวิเคราะห์การสั่นของกล้องด้วยข้อมูลจากเซนเซอร์ไจโรที่อยู่ภายในเลนส์และข้อมูลภาพจากเซนเซอร์ภาพ CMOS ของกล้องเพื่อทำการป้องกันภาพสั่นไหวเทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5 สต็อป

การติดตั้งเลนส์เข้ากับกล้อง EOS R5 หรือ EOS R6 จะทำให้ระบบ IS แบบประสานการควบคุมทำงาน ในขณะที่ระบบ IS แบบออพติคอลจะทำงานร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวในบอดี้กล้อง (IS ในบอดี้กล้อง) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันภาพสั่นไหวเทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 7.5 สต็อป

EOS R/RP EOS R5/R6
IS แบบออพติคอล ระบบ IS แบบประสานการควบคุม (IS แบบออพติคอลและ IS ในบอดี้กล้อง)
เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์ 5 สต็อปโดยประมาณ เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 7.5 สต็อป

*ที่ทางยาวโฟกัส 200 มม. ตามมาตรฐาน CIPA ในทิศทางตามแกนหัน/แกนยก

 

มีโหมดป้องกันภาพสั่นไหว 3 โหมดด้วยกัน

เพื่อตอบสนองความต้องการของช่างภาพระดับมืออาชีพและผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องถ่ายภาพกีฬาหรือสัตว์ป่า เลนส์ RF70-200mm f/4L IS USM จึงมีระบบ IS โหมด 3 ซึ่งจะป้องกันภาพสั่นไหวในขณะเปิดรับแสงเท่านั้น จึงทำให้เหมาะสำหรับการสังเกตการณ์ตัวแบบที่มีการเคลื่อนไหวไม่แน่นอนผ่านช่องมองภาพ

โหมด IS ฉากที่เหมาะสม
1 ตัวแบบที่อยู่นิ่ง
2 การถ่ายภาพแบบแพนกล้อง เช่น กีฬาแข่งรถ
3 ตัวแบบที่มีท่าทางการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ เช่น กีฬาที่ใช้ลูกบอล


EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 70 มม./ Manual exposure (f/5.6, 2 วินาที)/ ISO 800/ WB: อัตโนมัติ/ IS เปิดอยู่

 

EOS R6 / IS เปิดอยู่

ด้วยระบบ IS แบบประสานการควบคุม 7.5 สต็อป ภาพถ่ายด้วยมือที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ 2 วินาทีนี้จึงดูคมชัดและไม่มีการสั่นของกล้องจนดูเหมือนใช้ขาตั้งกล้อง

EOS R6 / IS ปิดอยู่

ภาพถ่ายจากฉากเดียวกันแต่ปิดใช้งานระบบ IS การสั่นของกล้องรุนแรงมากจนยากจะบอกได้ว่าอะไรคือตัวแบบ

 

5. สามารถถ่ายภาพมาโครเทเลโฟโต้ได้ 0.28 เท่าและมีระยะโฟกัสใกล้สุดค่อนข้างสั้นที่ 60 ซม.

ประโยชน์ข้อหนึ่งของระบบควบคุมโฟกัสอิเล็กทรอนิกส์แบบชิ้นเลนส์ลอยตัวที่ขับเคลื่อนโดย Nano USM (ดูข้อที่ 2) คือระยะโฟกัสใกล้สุดที่สั้นลงเหลือ 0.6 ม. ตลอดช่วงการซูม ซึ่งเป็นหนึ่งในระยะโฟกัสที่ใกล้ที่สุดสำหรับเลนส์ซูมเทเลโฟโต้ของ Canon และยังทำให้สามารถถ่ายภาพมาโครเทเลโฟโต้ที่ส่งผลต่ออารมณ์ได้มากขึ้นด้วย

 

ภาพมาโครเทเลโฟโต้ของดอกไม้
EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 200 มม./ Flexible-priority AE (f/4, 1/320 วินาที)/ ISO 200/ WB: อัตโนมัติ

เลนส์ที่ระยะโฟกัสใกล้สุดจากตัวแบบ
ที่ทางยาวโฟกัส 200 มม. การถ่ายภาพที่ระยะโฟกัสใกล้สุด 60 ซม. ทำให้คุณสามารถใช้กำลังขยายสูงสุด 0.28 เท่าได้

หาคำตอบว่าคุณสามารถใช้เลนส์ซูมซูเปอร์เทเลโฟโต้ทำอะไรได้อีกที่:
5 สิ่งที่ควรลองทำด้วยเลนส์เทเลโฟโต้

 

คุณสมบัติอื่นๆ ที่โดดเด่น

การเคลือบกันความร้อน

การเคลือบป้องกันความร้อนสีขาวช่วยป้องกันไม่ให้อุณหภูมิภายในเลนส์สูงเกินไปเมื่อถ่ายภาพในวันที่มีอากาศร้อน จึงช่วยรักษาคุณภาพของภาพได้

โครงสร้างกันฝุ่นและหยดน้ำ

วงแหวน สวิตช์ และส่วนที่ยืดและหดได้ทั้งหมดของเลนส์ได้รับการซีลเพื่อป้องกันฝุ่นและหยดน้ำไม่ให้เข้ามาภายในเลนส์ จึงมีส่วนช่วยทำให้เลนส์มีความทนทาน

 

RF70-200mm f/4L IS USM

ข้อมูลจำเพาะ
โครงสร้างเลนส์: 16 ชิ้นเลนส์ใน 11 กลุ่ม
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 0.6 ม.
กำลังขยายสูงสุด: 0.28 เท่า
จำนวนม่านรูรับแสง: 9 (กลีบ)
เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์: 77 มม.
ขนาด: φ83.5 x 119 มม.
น้ำหนัก: ประมาณ 695 ก.

 

โครงสร้างเลนส์

A: ชิ้นเลนส์ UD
B: ASC

เคลือบฟลูออรีนป้องกันรอยเปื้อนบนพื้นผิวเลนส์ด้านหน้า


เลนส์ฮูด ET-83G (WII) (มีให้)

 

ภาพตัวอย่าง


ทุ่งหญ้าแห้งและท้องฟ้า

EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 79 มม./ Flexible-priority AE (f/11, 1/100 วินาที)/ ISO 200/ WB: แสงแดด


ภาพพอร์ตเทรตแบบโคลสอัพ

EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 191 มม./ Manual exposure (f/4, 1/125 วินาที)/ ISO 320/ WB: 4400K


ภาพโคลสอัพของนกพิราบ

EOS R6/ RF70-200mm f/4L IS USM/ FL: 200 มม./ Manual exposure (f/5.6, 1/1000 วินาที)/ ISO 12800/ WB: อัตโนมัติ


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!