Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
เคล็บลับการถ่ายภาพ >> All Tips & Tutorials Part 3

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลนส์ #3: เราจะกำหนดสต็อปของระบบป้องกันภาพสั่นไหวได้อย่างไร

ปกติแล้ว เรามักจะอธิบายประสิทธิภาพของระบบป้องกันภาพสั่นไหวโดยใช้จำนวนสต็อปของความเร็วชัตเตอร์ เช่น “เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์ 5 สต็อป” หรือ “เทียบเท่า 4 สต็อป” เราวัดตัวเลขเหล่านี้ได้อย่างไร พบคำตอบได้ในบทความนี้ (เรื่องโดย: Ryosuke Takahashi)

ความสามารถของระบบ IS

 

ความสามารถของระบบ IS

ปัญหากล้องสั่นไหวคืออะไร

ปัญหา “กล้องสั่นไหว” คือการเบลอที่เกิดขึ้นในภาพเนื่องจากการเคลื่อนไหวของกล้อง รวมทั้งการเคลื่อนไหวที่เกิดจากมือที่ไม่นิ่งด้วย

เพราะเหตุใดระบบป้องกันภาพสั่นไหวจึงมีความสำคัญ

โดยหลักการทั่วไป หากต้องการถ่ายภาพโดยถือกล้องด้วยมือ ชัตเตอร์ของคุณจะต้องมีความเร็วอย่างน้อย 1/ทางยาวโฟกัส วินาที เพื่อป้องกันการสั่นไหวของกล้อง

แต่การถ่ายภาพที่ความเร็ว 1/ทางยาวโฟกัส อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ในสภาวะการถ่ายภาพที่ค่อนข้างมืด คุณอาจต้องใช้ทั้งรูรับแสงกว้างสุดและความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลง เพื่อให้แน่ใจว่าภาพมีความสว่างที่เพียงพอโดยไม่เกิดจุดรบกวนมากเกินไป

ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) จะช่วยแก้ไขการสั่นของกล้องเพื่อให้คุณสามารถถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลงได้โดยเกิดภาพเบลอจากการสั่นของกล้องน้อยมากหรือไม่เกิดเลย (หมายเหตุ: ระบบนี้ไม่สามารถแก้ไขภาพเบลอที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของตัวแบบได้!)


เปิด IS

สะพานในยามค่ำคืน ถ่ายโดยเปิดระบบ IS

ภาพโคลสอัพแสดงความคมชัด


ปิด IS

สะพานในยามค่ำคืน ถ่ายโดยปิดระบบ IS

ภาพโคลสอัพแสดงการเบลอ

EOS R/ RF24-105mm f/4L IS USM/ FL: 105 มม. / Manual (f/4, 1/4 วินาที) / ISO 800/ WB: แสงแดด

ภาพตัวอย่างนี้ใช้ทางยาวโฟกัส 105 มม. แต่ความเร็วชัตเตอร์อยู่ที่ 1/4 วินาที ซึ่งช้ากว่าหลักการ 1/ทางยาวโฟกัสไปถึง 4 สต็อป จึงเห็นการสั่นของกล้องได้ชัดเจนเมื่อไม่ใช้ IS


“ประสิทธิภาพ IS เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุดถึง XX สต็อป” หมายความว่าอย่างไร

หมายความว่า เมื่อคุณถ่ายเปิดโดยเปิดระบบ IS กล้องจะสามารถแก้ไขการสั่นไหวได้เหมือนกับคุณกำลังถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงกว่าถึง XX สต็อป

ในภาพตัวอย่างด้านบน เลนส์ RF24-105mm f/4L IS USM มีประสิทธิภาพ IS เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์ 5 สต็อปโดยประมาณ ซึ่งหมายความว่า ภาพตัวอย่างที่ “เปิด IS” มีความคมชัดเช่นเดียวกับภาพที่ถ่ายด้วยความเร็วประมาณ 1/100 ถึง 1/125 วินาที

 

วิธีการวัดจำนวนสต็อปของ IS

การวัดค่าและกำหนดจำนวนสต็อปที่มีประสิทธิภาพสำหรับระบบ IS จะใช้วิธีมาตรฐานที่กำหนดโดย Camera & Imaging Products Association (CIPA) (ฉบับภาษาอังกฤษ)

ลิงก์นี้ (ฉบับภาษาอังกฤษ) อธิบายข้อมูลวิธีการวัดและกำหนดค่าโดยละเอียด แต่สามารถสรุปสั้นๆ ได้ดังนี้


ขั้นตอน:

1. กล้องที่ต้องการวัดจะถูกวางลงบนอุปกรณ์การสั่นสะเทือน

2. จากนั้นจะได้รับคลื่นการสั่นสะเทือนหนึ่งหรือสองแบบที่สร้างขึ้นด้วยกลไก ขึ้นอยู่กับมวลรวมของตัวกล้อง เลนส์ สื่อหน่วยความจำ และแบตเตอรี่

3. ระหว่างการสั่น กล้องจะถูกนำมาถ่ายแผนผังตรวจวัดการเบลอภาพโดยเปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วย

โดยทั่วไปแล้ว จะถ่ายภาพรวมทั้งหมด 10 ภาพ โดยเว้นระยะระหว่างภาพเป็นเวลา 1 วินาทีโดยประมาณ และหยุดถ่ายภาพหลังจาก 30 วินาทีแม้จะถ่ายภาพไปน้อยกว่า 10 ภาพ

4. ถ่ายภาพแผนผังตรวจวัดการเบลออย่างน้อย 200 ภาพภายใต้สภาวะเดียวกัน (ความเร็วชัตเตอร์ ทางยาวโฟกัส ระยะถ่ายภาพ ฯลฯ)

5. เพิ่มหรือลดความเร็วชัตเตอร์สูงสุดไม่เกินหนึ่งสต็อป และทำซ้ำในขั้นตอนที่ 3 และ 4

6. ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1 ถึง 5 จนกว่าจะได้ผลการวัดสองค่า ได้แก่
1) ความเร็วต่ำสุดที่เกิดภาพเบลอไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด (หรือที่เรียกกันว่า “ระดับที่กำหนดสำหรับประสิทธิภาพของระบบป้องกันภาพสั่นไหว”) และ
2) ความเร็วชัตเตอร์สูงสุดที่เกิดภาพเบลอเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

7. ภาพที่ได้จะถูกนำไปกำหนดค่าโดยใช้ซอฟต์แวร์ตรวจวัดการเบลอโดยเฉพาะ และทำดัชนีจำนวนสต็อปไว้โดยใช้วิธีการคำนวณที่อธิบายไว้ด้านล่าง


ข้อควรรู้:

1) เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากทักษะทางเทคนิคที่แตกต่างกันของช่างภาพ จะไม่วัดประสิทธิภาพของระบบ IS ด้วยการถ่ายภาพแบบถือด้วยมือ

2) ในทางปฏิบัติ จะลดการสั่นไหวของกล้องได้ยากเมื่อถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ช้าถึง 30 วินาที ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วชัตเตอร์ต่ำสุดที่ระบบ IS สามารถใช้ได้ผลและอาจจะแตกต่างกันไปในกล้องแต่ละรุ่น Canon ได้กล่าวไว้ว่ากล้อง DSLR ของ Canon “สามารถทำงานได้ที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำสุดถึง 30 วินาที”

3) สภาวะที่เกิดจากอุปกรณ์การสั่นสะเทือนจะแตกต่างจากการสั่นไหวจริงของกล้อง ดังนั้น จำนวนสต็อปของระบบ IS อาจไม่ตรงกันกับสิ่งที่ผู้ใช้ได้สัมผัสเมื่อใช้งานกล้อง

 

วิธีคำนวณประสิทธิภาพของระบบ IS อ้างอิงตามมาตรฐานของ CIPA

กราฟของ CIPA แสดงวิธีการคำนวณ

A: ประสิทธิภาพของ IS (จำนวนสต็อปของความเร็วชัตเตอร์)
B: ปริมาณความเบลอของภาพที่เคลื่อนไหวแบบอ้างอิง
C: ปริมาณความเบลอของภาพที่เคลื่อนไหวที่ตรวจวัด
D: ระดับที่กำหนดสำหรับประสิทธิภาพของระบบป้องกันภาพสั่นไหว

ที่มา: ภาพ 4-5-3b วิธีคำนวณประสิทธิภาพของระบบป้องกันภาพสั่นไหวนำมาจากวิธีตรวจวัดและคำอธิบายเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของระบบป้องกันภาพสั่นไหวของกล้องดิจิตอล (ระบบออพติคอล) ที่จัดพิมพ์โดย CIPA


นิยามคำศัพท์

- ปริมาณความเบลอของภาพที่เคลื่อนไหวแบบอ้างอิง (B): ค่าที่แสดงถึงปริมาณของความเบลอเมื่อไม่ใช้ IS

- ปริมาณความเบลอของภาพที่เคลื่อนไหวที่ตรวจวัด (C): ค่าที่แสดงถึงความเบลอจากการเคลื่อนไหวที่หลงเหลืออยู่เมื่อใช้ IS ซึ่งได้มาจากผลการใช้อุปกรณ์การสั่นสะเทือน

- ระดับที่กำหนดสำหรับประสิทธิภาพของระบบป้องกันภาพสั่นไหว (D): หากเกิดการเบลอน้อยมาก จะสามารถบอกได้ยากว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวทำงานหรือไม่ ค่านี้แสดงถึงระดับของการเบลอที่กำหนดไว้ล่วงหน้าซึ่งเพียงพอที่จะให้กรรมการของ CIPA ทราบได้ว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวทำงานหรือไม่


การคำนวณปริมาณ

1. ระบุจุดบน B และ C ที่ตัดกับ D

2. ระบุความเร็วชัตเตอร์ (แกนแนวนอน) ที่จุดตัดเหล่านี้เกิดขึ้น

3. ประสิทธิภาพที่ดีของระบบ IS ในแง่ของจำนวนสต็อปของความเร็วชัตเตอร์จะถูกคำนวณจากผลต่างระหว่างจุดตัดสองจุด

 

ตัวอย่างเลนส์ของ Canon ที่มี IS ในตัว


ประมาณ 5 สต็อป

EF70-200mm f/4L IS II USM

EF70-200mm f/4L IS II USM


ประมาณ 4 สต็อป

หมายเหตุ: IS จะทำงานด้วยความเร็วที่ระบุไว้เมื่อใช้กับกล้องรุ่นที่เข้ากันได้เท่านั้น

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

Digital Camera Magazine

Digital Camera Magazine

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

Ryosuke Takahashi

Ryosuke Takahashi

เกิดที่จังหวัดไอชิเมื่อปี 1960 Takahashi เริ่มทำงานอิสระในปี 1987 หลังจากทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาและสำนักพิมพ์ นอกจากถ่ายภาพสำหรับงานโฆษณาและนิตยสารทั้งในและนอกญี่ปุ่นแล้ว เขายังทำหน้าที่เป็นนักรีวิวให้กับ "Digital Camera Magazine" นับตั้งแต่นิตยสารเปิดตัว ตลอดจนตีพิมพ์ผลงานต่างๆ มากมาย ในส่วนของการรีวิวผลิตภัณฑ์และเลนส์ Takahashi เน้นให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพที่ดึงประสิทธิภาพการทำงานของเลนส์ออกมาผ่านมุมมองและการทดสอบเฉพาะตัวของเขาเอง ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Japan Professional Photographers Society (JPS) ด้วย