ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

เคล็ดลับและบทเรียน >> เคล็ดลับและบทเรียนทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อยในการถ่ายวิดีโอ: ความลึกบิต (Bit depth) คืออะไร และส่งผลต่อวิดีโอ

2022-10-14
0
154

เวลาตรวจสอบสเปคการบันทึกวิดีโอสำหรับกล้องนั้นๆ คุณอาจสังเกตเห็นคำว่า “ความลึกบิต” หรือ “ความลึกสี” ที่มีค่าระบุไว้ เช่น “8 บิต” “10 บิต” หรือ “12 บิต” ค่าดังกล่าวนี้หมายถึงอะไร และส่งผลต่อไฟล์ของคุณอย่างไร พบคำตอบได้ในบทความนี้

ในบทความนี้:

 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ “บิต”: ความลึกบิตคืออะไร

มาเริ่มต้นกันด้วยแนวคิดพื้นฐานบางส่วนที่ควรจดจำ ได้แก่
- ข้อมูลดิจิตอล รวมถึงภาพถ่ายและวิดีโอดิจิตอล จะถูกจัดเก็บเป็นรหัสไบนารี 
- หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดที่เป็นไปได้เรียกว่า “บิต” โดยข้อมูล 1 บิตจะประกอบด้วยตัวเลขเพียงหนึ่งตัว คือ “0” หรือ “1” 
- ข้อมูลที่ซับซ้อนจะประมวลผลง่ายกว่าเมื่อสร้างขึ้นจากส่วนต่างๆ (เรียกว่า “หน่วยประมวลผล”) ที่ประกอบด้วยบิตหลายตัว
จำนวนบิตในแต่ละหน่วยข้อมูลที่ถูกประมวลผลจะเรียกว่า ความลึกบิต ยิ่งมีบิตในหน่วยนี้มากเท่าใด หน่วยก็จะยิ่งมีข้อมูลมากเท่านั้น

 

แล้วบิตส่งผลต่อวิดีโออย่างไร

ความลึกบิต
เลขไบนารี
จำนวนชุดรวมที่อาจสร้างขึ้นได้
สีต่อช่องสัญญาณ
สีต่อพิกเซล (RGB 3 ช่องสัญญาณ)
บิตต่อพิกเซล (RGB 3 ช่องสัญญาณ)
1 บิต
0/1 2 2 8
3 บิต
2 บิต
00/01/10/11 22 = 4 4 64
6 บิต
4 บิต
0000/0001/0010/0011~
1110/1111
24 = 16 16 4,096
12 บิต
8 บิต
00000001/00000010~
11111110/11111111
28 = 256 256 16,777,216
24 บิต
10 บิต
0000000000~
1111111111
210 = 1024 1024 1,073,741,824
30 บิต
12 บิต
000000000000~
111111111111
212 = 4096 4096 68,719,476,736
36 บิต
14 บิต
00000000000000~
11111111111111
214 = 16,384 16,384 4,398,046,511,104
42 บิต
16 บิต
0000000000000000~
1111111111111111
216 = 65,536 65,536 281,474,976,710,656
48 บิต

ในการสร้างภาพถ่ายแบบดิจิตอล พิกเซลสีแต่ละจุดจะถูกสร้างขึ้นโดยชุดสัญญาณสีแดง เขียว และน้ำเงิน (RGB) ที่แตกต่างกัน ในการประมวลผลภาพและวิดีโอ สีแดง เขียว และน้ำเงินจะเรียกว่า “ช่องสัญญาณสี” เมื่อเราพูดถึงความลึกบิตในบริบทนี้ โดยทั่วไปเราจะหมายถึงจำนวนบิตที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลจากช่องสัญญาณสีแต่ละช่อง (“บิตต่อช่องสัญญาณ”) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อมูลสีด้วย ความลึกบิตจึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ความลึกสี”


ความลึกสีส่งผลต่อการแสดงผลสีอย่างไร

ชุดรวม 0 และ 1 ที่อาจสร้างขึ้นได้แต่ละชุดจะแปลงเป็นสีต่างๆ ที่จะถูกแสดงผล ความลึกบิต 8 บิตมี 0 และ 1 ทั้งรวมแปดตัว ซึ่งหมายความว่าชุดรวม (สี) สูงสุดถึง 28 = 256 แบบ สามารถถูกบันทึก/แสดงผลได้ต่อช่องสัญญาณ ในเมื่อแต่ละพิกเซลรวมสีจากสามช่อง หมายความว่ามีสีแตกต่างกันมากถึง 28x3 = ประมาณ 16.77 ล้านสีที่สามารถถูกแสดงผลได้

8 บิตต่อช่องหมายความว่าสีมากกว่า 16 ล้านสีสามารถถูกบันทึก/แสดงผลได้ ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สีจริง” (True Colour) เป็นความลึกบิตมาตรฐานที่ใช้ในรูปแบบภาพยอดนิยม เช่น JPEG รวมถึงในอุปกรณ์แสดงผลทั่วไปในปัจจุบันแทบทั้งหมด

ดังที่แสดงในภาพประกอบด้านบน ยิ่งความลึกบิตมาก ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงโทนสีและมีความลื่นไหลในการไล่ระดับสีมากขึ้น ดวงตาของมนุษย์สามารถแยกความแตกต่างของสีออกได้เพียง 10 ล้านสี ดังนั้นความแตกต่างระหว่างสี 10 บิตกับ 12 บิต จึงไม่ชัดเจนนักในสายตาเรา แต่เราสามารถเห็นความแตกต่างระหว่างภาพที่มีสี 4 บิตกับ 8 บิตได้


ข้อควรรู้: บิตต่อพิกเซล

ในบางครั้ง คุณอาจเห็นความลึกสีที่แสดงในแง่ของบิตต่อพิกเซล (bpp) ซึ่งเป็นจำนวนบิตทั้งหมดสำหรับทั้งสามช่องสัญญาณ 8 บิตต่อช่องมีความหมายเดียวกันกับ 24 บิตต่อพิกเซล

 

ความลึกสีส่งผลต่อการแสดงโทนสีอย่างไร

มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่อคุณภาพวิดีโอ (และภาพนิ่ง) ดังที่เราเห็นด้านบน ความลึกสีสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนสีที่สามารถบันทึกได้โดย 1 พิกเซล สีต่างๆ ถูกสร้างขึ้นจากเฉดสีเดียวกันในโทนที่แตกต่างกัน

เมื่อพูดถึงภาพถ่ายและวิดีโอดิจิตอล ความลึกบิต 8 บิต, 10 บิต และ 12 บิตแตกต่างกันตรงที่ความละเอียดในการจำแนกแสงที่เซนเซอร์ภาพจับได้เมื่อถูกบันทึก สี 8 บิตจำแนก 256 โทนสี, สี 10 บิตจำแนก 1,024 โทนสี และสี 12 บิตจำแนก 4,096 โทนสี

ยกตัวอย่างเช่น เราลองมาดูภาพถ่ายพระอาทิตย์ตกดินด้านล่างนี้กัน ภาพที่บันทึกด้วยความลึกบิตสูงๆ มีการไล่ระดับสีอย่างไหลลื่นและมีรายละเอียดไฮไลต์ที่มากกว่า

JPEG / 8 บิต / sRGB

ภาพ JPEG ที่มีกรอบล้อมรอบรายละเอียดของก้อนเมฆ

HDR PQ HEIF / 10 บิต / BT.2020*

ภาพ HEIF ของพระอาทิตย์ตกที่มีกรอบล้อมรอบรายละเอียดของก้อนเมฆ
ภาพโคลสอัพของรายละเอียดก้อนเมฆในรูปแบบ JPEG
ภาพโคลสอัพของรายละเอียดก้อนเมฆในรูปแบบ HEIF


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HDR PQ HEIFได้ที่:
HDR PQ HEIF: ก้าวข้ามขีดจำกัดของภาพแบบ JPEG

หากคุณตั้งใจที่จะทำการเกลี่ยสีภาพ การบันทึกลงในโหมด Canon Log สามารถช่วยรักษารายละเอียดโทนสีได้มากขึ้น อ่านได้ที่
6 สิ่งเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์ที่นักสร้างวิดีโอมืออาชีพควรทราบ

 

ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลเป็นอย่างไร

แสงที่พิกเซลของเซนเซอร์ภาพได้รับจะถูกแปลงเป็นสัญญาณ (อะนาล็อก) ตามความเข้มของแสง จากนั้นสัญญาณอะนาล็อกเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลโดยตัวแปลง A/D สำหรับกล้องที่มีระบบประมวลผลภาพ DIGIC III หรือรุ่นใหม่กว่า ภาพนิ่งจะถูกแปลงและประมวลผลภายในด้วยความลึกบิต 14 บิตต่อช่องสัญญาณ (12 บิตต่อช่องในโหมดการถ่ายภาพบางโหมด) และวิดีโอด้วย 12 บิตต่อช่องสัญญาณ หลังจากการประมวลผลภายใน ความลึกบิตของข้อมูลจะถูกปรับแต่งตามรูปแบบการบันทึกที่เลือก

หากอยากทราบเกี่ยวกับหน้าที่ของ DIGIC อ่านได้ที่
รู้จักกับเทคโนโลยีของ Canon: DIGIC คืออะไร

 

ควรบันทึกด้วยความลึกบิตสูงสุดที่มีอยู่หรือไม่


ข้อดีของความลึกบิตสูงๆ

โทรทัศน์และจอภาพทั่วไปส่วนใหญ่รองรับสีสูงสุดถึง 8 บิต โทรทัศน์และจอภาพ HDR สามารถแสดงผลสี 10 บิตได้ ความจริงแล้ว อุปกรณ์แสดงผลภาพและเสียงทั่วไปส่วนใหญ่รองรับสีสูงสุด 8 บิต ดังนั้นโดยปกติการบันทึกในรูปแบบ 8 บิตก็น่าจะเพียงพอแล้ว

อย่างไรก็ตาม การบันทึกด้วยความลึกบิตสูงๆ หมายความว่าข้อมูลต้นฉบับที่คุณใช้ได้ก็จะยิ่งมากขึ้น ซึ่งช่วยรักษาความสมบูรณ์ของไฟล์ภาพแม้จะผ่านการปรับแต่งอย่างมาก เช่น การเกลี่ยสีหรือการเบลนด์ฟุตเทจ ทำได้อย่างไร

สมมติว่า คุณพยายามเกลี่ยสีหรือแก้ไขความเพี้ยนสีของฟุตเทจ 8 บิต การปรับแต่งแต่ละครั้งหมายความว่าซอฟต์แวร์ของคุณจะต้องแมปสีเดิมให้เป็นสีใหม่ อย่างไรก็ตาม สี “ใหม่” เดียวกันที่ต้องการนี้อาจไม่มีอยู่ในชุดสี 8 บิตที่เล็กกว่า ดังนั้นซอฟต์แวร์จึงแมปสีนั้นเป็นสีอื่นที่มีความแม่นยำลดลง ซึ่งเป็นการขัดขวางการเปลี่ยนสี และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดลายแถบสีที่มองเห็นได้ชัดและเงาแปลกปลอมอื่นๆ

เมื่อเปรียบเทียบกัน ชุดสีที่ใหญ่กว่าในรูปแบบการบันทึก 10 บิตหรือ 12 บิตช่วยให้สามารถแมปสีได้แม่นยำมากขึ้น โดยคงความราบรื่นในการเปลี่ยนสีและรักษาคุณภาพของภาพไว้คงเดิม


ความลึกบิตของโหมดการบันทึกวิดีโอที่หลากหลายของกล้อง EOS

รูปแบบ
Gamma
ความลึกบิต
จำนวนสี (โดยประมาณ)
RAW
-
12 บิต
68.7 พันล้าน
XF-AVC
Canon-Log/HDR PQ
10 บิต
1 พันล้าน
มาตรฐาน
8 บิต
16.77 ล้าน
MP4
Canon-Log/HDR PQ
10 บิต
1 พันล้าน
มาตรฐาน
8 บิต
16.77 ล้าน


แต่อย่าลืมว่า: ยิ่งความลึกบิตมาก ข้อมูลก็ยิ่งมาก

ยิ่งความลึกบิตสูง ข้อมูลก็ยิ่งถูกสร้างมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการประมวลผลและขนาดไฟล์ ควรคำนึงถึงประเด็นนี้เมื่อคุณเลือกความลึกบิตในการบันทึก


เรียนรู้เกี่ยวกับสเปคอื่นๆ และโหมดที่ส่งผลต่อคุณภาพของวิดีโอได้ที่
คำถามที่พบบ่อยในการถ่ายวิดีโอ: 4:2:2 และ 4:2:0 หมายถึงอะไร
คำถามที่พบบ่อยในการถ่ายวิดีโอ: IPB/Long GOP และ ALL-I/Intra-frame คืออะไร

8K, 4K และ Full HD คืออะไร จะเป็นอะไรไหมหากคุณไม่บันทึกเป็น 4K ค้นหาคำตอบได้ที่
คำถามที่พบบ่อยในการถ่ายวิดีโอ: 8K, 4K และ Full HD คืออะไร มีวิธีใช้อย่างไร

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา