Close
เคล็บลับการถ่ายภาพ >> All Tips & Tutorials

Digital Lens Optimizer: ยกระดับคุณภาพของภาพขึ้นไปอีกขั้น

คุณสมบัติ Digital Lens Optimizer (DLO) ทำหน้าที่แก้ไขความคลาดทางออพติคอลและความบิดเบี้ยวประเภทต่างๆ รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้คุณภาพของภาพด้อยลง เช่น เอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์ Low-pass ด้วยเหตุนี้ DLO จึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้คุณมั่นใจว่าภาพจะมีคุณภาพสูงสุด คุณสมบัตินี้ทำงานอย่างไร และเราควรใช้เมื่อใด อ่านต่อเพื่อหาคำตอบได้ในบทความนี้ (เรื่องโดย: Kazuo Nakahara, Digital Camera Magazine)

 

Digital Lens Optimizer มีการทำงานอย่างไร

มีปัจจัยมากมายที่ทำให้ความละเอียดของภาพด้อยลง เช่น ความคลาดของเลนส์ การกระจายแสง เอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์ Low-pass และอื่นๆ ซึ่ง Canon ได้เก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ Digital Lens Optimizer (DLO) คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อบกพร่องในภาพและใช้ข้อมูลการแก้ไขนี้เพื่อฟื้นฟูไฟล์ภาพให้กลับคืนสู่คุณภาพสูงสุด คุณสมบัตินี้เดิมเคยมีอยู่ในขั้นตอนการปรับแต่งภาพในซอฟต์แวร์ Digital Photo Professional ของ Canon เท่านั้น แต่ได้กลายมาเป็นคุณสมบัติในตัวกล้องนับตั้งแต่รุ่น EOS-1D X Mark II เป็นต้นมา

สำหรับเลนส์ RF และเลนส์ EF รุ่นใหม่ ข้อมูลการแก้ไขจะถูกจัดเก็บไว้ภายในตัวเลนส์และถ่ายโอนมายังตัวกล้องโดยอัตโนมัติเมื่อติดตั้งเลนส์เข้ากับกล้อง ข้อมูลการแก้ไขสำหรับเลนส์ EF รุ่นเก่าส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งไว้ล่วงหน้าในตัวกล้อง Canon EOS รุ่นใหม่ รวมถึงกล้องในระบบ EOS R

เมาท์ RF มีประโยชน์อย่างไรสำหรับ DLO อ่านต่อได้ที่นี่

 

การตั้งค่า “มาตรฐาน” และ “สูง” เพื่อให้ได้ระดับการแก้ไขที่จำเป็น

กล้องตั้งแต่รุ่น EOS R5 และ EOS R6 เป็นต้นไป การตั้งค่า ‘สูง’ แบบใหม่จะรวมอยู่ใน DLO เพื่อให้ผู้ใช้ระดับมืออาชีพเลือกใช้ระดับการแก้ไขได้ตามต้องการ

สามารถเลือกระดับเอฟเฟ็กต์ของ DLO (“มาตรฐาน” หรือ “สูง”) ได้ในเมนู “การแก้ไขความคลาดของเลนส์” ในแท็บ SHOOT

 

ฉันควรใช้ DLO เมื่อใด


ฉากที่ 1: เพื่อแก้ไขการเบลอเมื่อใช้รูรับแสงกว้างสุด

EOS R5/ RF35mm f/1.8 Macro IS STM ที่ f/1.8, 1/125 วินาที, ISO 800, EV +0.7

ปิด


เลนส์หลายรุ่นมักจะให้ภาพที่เบลอเมื่อเปิดรูรับแสงกว้าง จึงเป็นสาเหตุให้ช่างภาพที่ต้องการเพิ่มความคมชัดมักจะลดจำนวนสต็อปลงเล็กน้อยจากรูรับแสงกว้างสุด DLO จะช่วยแก้ไขความเบลอที่เกิดขึ้นนี้

มาตรฐาน

การตั้งค่า DLO ในระดับ “มาตรฐาน” ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงรายละเอียดของภาพให้มีความละเอียดขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถกำจัดความคลาดสีที่หลงเหลืออยู่เล็กน้อยได้อีกด้วย

สูง

การตั้งค่า “สูง” ทำให้รายละเอียดดูคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ฉากที่ 2: เพื่อลดการเบลอที่ขอบภาพ

EOS R5/ RF24-105mm f/4L IS USM ที่ 105 มม., f/4, 1/1250 วินาที, ISO 100

ปิด


ความคลาดของเลนส์มักจะเกิดขึ้นที่ขอบภาพมากกว่าตรงกึ่งกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียรายละเอียดรวมถึงสีจางและสีเพี้ยนจะเห็นได้อย่างชัดเจน

สีจางและสีเพี้ยนเกิดจากความคลาดสีตามแนวทแยง ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการโฟกัสของความยาวคลื่นแสงต่างๆ ในตำแหน่งที่แตกต่างกันบนระนาบโฟกัสเดียวกัน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้รูรับแสงที่แคบลง

มาตรฐาน

สีเพี้ยนได้รับการแก้ไขเมื่อตั้งค่า DLO ไว้ที่ “มาตรฐาน”

สูง

การตั้งค่า “สูง” ปรับปรุงความละเอียดของภาพให้ดีขึ้น ลองสังเกตดูว่าข้อความดูคมชัดขึ้นแค่ไหน

 

ฉากที่ 3: เพื่อแก้ไขเอฟเฟ็กต์การกระจายแสงเมื่อใช้รูรับแสงแคบ

EOS R5/ RF24-105mm f/4L IS USM ที่ 61 มม., f/22, 1/125 วินาที, ISO 500, EV +0.7

ปิด


ในกล้องที่มีจำนวนพิกเซลสูง เช่น EOS R5 จะเกิดการเบลอจากการเลี้ยวเบนของแสงที่เห็นได้ชัดเจนพอจนอาจทำให้คุณกังวลเมื่อใช้รูรับแสงตั้งแต่ f/11 เป็นต้นไป

ความสัมพันธ์ระหว่างระยะชัดกับการเลี้ยวเบนของแสงที่ลดทอนกันเช่นนี้อาจทำให้ช่างภาพหลีกเลี่ยงการใช้โฟกัสชัดลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความละเอียดสูงสุดของภาพเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง

มาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ความละเอียดจะสามารถฟื้นฟูได้เมื่อตั้งค่า DLO ไปที่ “มาตรฐาน”…

สูง

…และจะได้รับการฟื้นฟูมากยิ่งขึ้นเมื่อตั้งค่า DLO ไว้ที่ “สูง” ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเพิ่มระดับความคมชัดในกระบวนการปรับแต่งภาพ

 

EOS R5/ RF24-105mm f/4L IS USM ที่ 24 มม., f/22, 45 วินาที, ISO 100

ปิด


หากถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำหรือเปิดรับแสงเป็นเวลานาน ยิ่งเปิดรับแสงนานเท่าใดจะต้องใช้รูรับแสงที่แคบลงเท่านั้น การเปิดรับแสงเช่นนี้อาจทำให้ภาพเกิดเอฟเฟ็กต์การเลี้ยวเบนของแสง ซึ่งทำให้รายละเอียดและขอบภาพดูเบลอและไม่คมชัด

มาตรฐาน

DLO สามารถฟื้นฟูรายละเอียดที่สูญเสียไปเนื่องจากการเลี้ยวเบนของแสงได้แม้จะมีแสงจ้าในเมือง ซึ่งอาจทำให้เอฟเฟ็กต์การเลี้ยวเบนของแสงเด่นชัดขึ้น

สูง

การตั้งค่า “สูง” ช่วยปรับปรุงรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นอีก ซึ่งทำให้คุณสามารถจับภาพเส้นแสงและภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวได้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดมากนักแม้จะไม่มีฟิลเตอร์ ND

 

ข้อควรรู้


(1) เอฟเฟ็กต์ต่างๆ ใช้ได้กับไฟล์ JPEG เท่านั้น

ฟังก์ชัน DLO ในกล้องจะทำการแก้ไขในทันที แต่เอฟเฟ็กต์ต่างๆ จะถูกนำไปใช้กับไฟล์ JPEG ขณะทำการบันทึกเท่านั้น หากต้องการใช้ DLO กับไฟล์ RAW คุณสามารถเลือก:

- ปรับแต่งไฟล์ภาพ RAW ในกล้อง คุณสามารถใช้ DLO (หากไม่ได้เปิดใช้อยู่แล้ว) หรือเปลี่ยนระดับของเอฟเฟ็กต์ได้ และจะสามารถมองเห็นเอฟเฟ็กต์ได้ในไฟล์ JPEG ที่ส่งออกแล้ว

- ใช้ซอฟต์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) ฟรีของ Canon เพื่อปรับแต่งไฟล์ RAW ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

แถบเลื่อน Digital Lens Optimizer ใน DPP ช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้เอฟเฟ็กต์ DLO ที่มีระดับความชัดเจนต่างกันตั้งแต่ 0 ถึง 100


(2) ใช้เอฟเฟ็กต์ “สูง” เมื่อคุณให้ความสำคัญกับความละเอียดของภาพมากกว่าความเร็ว

เมื่อใช้เอฟเฟ็กต์ “สูง” จะใช้เวลามากขึ้นในการประมวลผลภาพและบันทึกไปยังการ์ด และความเร็วสูงสุดในการถ่ายภาพต่อเนื่องจะต่ำลง ดังนั้น จึงแนะนำให้ใช้การตั้งค่านี้เมื่อคุณให้ความสำคัญกับความละเอียดสูงๆ ของภาพเป็นอันดับแรกเท่านั้น สำหรับสถานการณ์อื่นๆ ขอแนะนำให้ใช้การตั้งค่า “มาตรฐาน”


(3) คุณสามารถแก้ไขความคลาดบางชนิดของเลนส์ได้ต่างหาก

หากไม่สามารถเลือกใช้ DLO ในระหว่างถ่ายภาพ คุณสามารถเปิดใช้งานแยกต่างหากได้ในฟังก์ชันการแก้ไขความคลาดของเลนส์ในตัวกล้อง เพื่อการแก้ไขเฉพาะจุดสำหรับการเลี้ยวเบนของแสง ความคลาดสี ความบิดเบี้ยว และมุมภาพที่มืด (การเกิดขอบมืด)


---

คุณได้เปิดใช้ DLO แล้วหรือยัง ระหว่างตรวจดู ลองศึกษาการตั้งค่า 7 แบบเหล่านี้ที่สามารถทำให้การถ่ายภาพของคุณลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

Digital Camera Magazine

Digital Camera Magazine

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

Kazuo Nakahara

Kazuo Nakahara

เกิดที่เมืองฮอกไกโดในปี 1982 Nakahara ผันเข้าสู่วงการถ่ายภาพหลังจากทำงานในบริษัทผลิตสารเคมี เขาถ่ายภาพที่ Vantan Design Institute เป็นหลักและเป็นผู้บรรยายในเวิร์คช็อปและสัมมนาด้านการถ่ายภาพ นอกเหนือจากการทำงานถ่ายภาพโฆษณา เขายังเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินงานเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลด้านการถ่ายภาพอย่าง studio9 อีกด้วย

http://photo-studio9.com/