ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

ผลิตภัณฑ์ >> ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด Part

EOS R7: กล้อง EOS APS-C ความละเอียดสูงสุดและเร็วที่สุดจาก Canon

2022-05-31
12
35.13 k

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2022 Canon ได้เปิดตัว EOS R7 ซึ่งเป็นกล้องรุ่นแรกในระบบ EOS R ที่มีเซนเซอร์ภาพขนาด APS-C กล้องรุ่นนี้มีขนาดเล็กกะทัดรัดและพกพาสะดวกเนื่องจากข้อได้เปรียบในเรื่องขนาดเซนเซอร์และระบบกล้องมิเรอร์เลส อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต่างๆ ที่ทำให้แทบจะอยู่ในระดับเดียวกับกล้องที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานระดับมืออาชีพอีกด้วย เช่น การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้สูงสุด 30 เฟรมต่อวินาที และความสามารถในการจดจำและติดตามตัวแบบขั้นสูงด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก นี่คือกล้องที่พร้อมจะดึงดูดทุกสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับช่างภาพที่ต้องการกล้องขนาดกะทัดรัด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง พบเหตุผลได้ในบทความนี้

ในบทความนี้:

ประสิทธิภาพ ความเร็ว และความละเอียดในตัวกล้องที่เล็กลงและเบาขึ้น

3 คุณสมบัติที่ดีที่สุด: ความกะทัดรัด ความเร็ว และความละเอียดสูง

EOS R7 เป็นกล้องรุ่นแรกในระบบ EOS R ที่มีเซนเซอร์ภาพแบบ APS-C แม้ในทางทฤษฎีกล้องรุ่นนี้ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ DSLR EOS 90D แต่ก็มีแกนประมวลผลใหม่ที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบประมวลผลภาพ DIGIC X ซึ่งสามารถทำการคำนวณขั้นสูงด้วยความเร็วสูง และเซนเซอร์ภาพ Dual Pixel CMOS ที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซล

ทั้งหมดเองจึงทำให้ EOS R7 มีคุณสมบัติดังนี้
- ประสิทธิภาพด้านความละเอียดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของกล้อง EOS APS-C
- ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงและ AF มีความแม่นยำใกล้เคียงกับกล้อง EOS ระดับมืออาชีพ
- ถ่ายวิดีโอได้ดีขึ้น: วิดีโอ 4K UHD ที่มีคุณภาพสูงขึ้นด้วยการทำ Oversampling แบบ 7K, Canon Log 3, การบันทึกแบบ HDR PQ และคุณสมบัติอื่นๆ ที่ตอบสนองความต้องการในการถ่ายทำวิดีโอระดับมืออาชีพ

หนึ่งในข้อดีที่สำคัญที่สุดของเซนเซอร์ภาพ APS-C คือ ช่วยให้สามารถผลิตกล้องที่มีขนาดเล็กลงและเบาขึ้นเสมอ ด้วยคุณสมบัตินี้เอง EOS R7 จึงช่วยให้ผู้ใช้สนุกกับการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอด้วยตัวกล้องที่มีน้ำหนักน้อยลงกว่าที่เคย

ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุดในกลุ่มกล้อง EOS R

สูงสุด 15 เฟรมต่อวินาที: ความเร็วชัตเตอร์กลในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดในกลุ่มกล้อง EOS R

หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ EOS R7 คือ ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงอันยอดเยี่ยม ในโหมดชัตเตอร์กล สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุด 15 เฟรมต่อวินาทีด้วยฟังก์ชั่นติดตาม AF/AE1 ซึ่งเป็นไปได้เพราะกลไกแบบไร้กระจก (ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเคลื่อนไหวกระจก) การนำมอเตอร์แรงบิดสูงมาใช้งาน โครงสร้างการชาร์จแบบใหม่สำหรับม่านชัตเตอร์ชุดแรกและชุดที่สอง รวมถึงลำดับการขับเคลื่อนชัตเตอร์ที่เหมาะสม ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงของ EOS R7 นั้นถือว่าเร็วที่สุดในบรรดากล้องซีรีย์ EOS R ทั้งหมด โดยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 16 เฟรมต่อวินาทีของ EOS-1D X Mark III ซึ่งเป็นกล้อง DSLR รุ่นเรือธง


ในโหมดชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ EOS R7 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 30 เฟรมต่อวินาทีด้วยฟังก์ชั่นติดตาม AF/AE ซึ่งเทียบเคียงกับกล้อง EOS R3 ระดับมืออาชีพ2

การถ่ายภาพที่ไร้แสงสั่นไหวและความเร็วชัตเตอร์

โหมดชัตเตอร์กลของ EOS R7 รองรับการถ่ายภาพที่ไร้แสงสั่นไหว (Flickerless) ซึ่งป้องกันแสงสั่นไหวที่ 100Hz/120Hz อีกทั้งยังรองรับความเร็วชัตเตอร์สูงถึง 1/8,000 วินาที (ชัตเตอร์กล) และ 1/16,000 วินาที (ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์) เช่นกัน3 นอกจากจะหยุดการเคลื่อนไหวของตัวแบบที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วได้ดีขึ้นแล้ว ความเร็วชัตเตอร์สูงเช่นนี้ยังช่วยให้ควบคุมการเปิดรับแสงได้มากขึ้น เช่น ในสภาวะที่มีแสงแดดจ้าเมื่อคุณต้องใช้รูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ที่มีความไวแสงสูงเพื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่มีระยะชัดตื้น

1ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของแบตเตอรี่/การชาร์จที่เหลือ อุณหภูมิ Wi-Fi ในตัว (‘เปิด’ หรือ ‘ปิด’) การลดแสงที่สั่นไหว ความเร็วชัตเตอร์ ค่ารูรับแสง ประเภทของเลนส์ และอื่นๆ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านคู่มือผู้ใช้
2 รอบการคำนวณของ AF จะแตกต่างจากรอบการคำนวณใน EOS R3
3 โหมดชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ไม่รองรับการถ่ายภาพด้วยแฟลช ความบิดเบี้ยวจาก Rolling Shutter อาจเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับตัวแบบและสภาวะการถ่ายภาพ

โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ RAW ความละเอียดเต็มรูปแบบ พร้อมฟังก์ชั่นก่อนถ่ายภาพ

โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ RAW: รองรับลำดับภาพ RAW ความละเอียดสูง ฟังก์ชั่นก่อนถ่ายภาพ

โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ RAW4 ใช้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อบันทึกลำดับภาพ RAW ที่ถ่ายได้สูงสุดถึง 30 เฟรมต่อวินาทีในไฟล์เดียว แม้ว่าภาพเหล่านี้จะถูกครอป (บันทึกด้วยเซนเซอร์ภาพเพียงบางส่วน) ใน EOS M6 Mark II แต่ภาพจะถูกบันทึกเป็นข้อมูล Raw 14 บิตโดยใช้ความละเอียดเซนเซอร์ที่มีความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซลเต็มรูปแบบใน EOS R7 หากเปิดใช้งานฟังก์ชั่นก่อนถ่ายภาพ กล้องจะบันทึกภาพล่วงหน้าสูงสุด 0.5 วินาที ก่อนที่คุณจะกดปุ่มชัตเตอร์ลงจนสุด แต่ละเฟรมที่ถ่ายในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ RAW สามารถนำไปปรับแต่งได้เหมือนไฟล์ภาพ RAW ทั่วไป คุณสามารถดึงเอาเฟรมที่ดีที่สุดเพื่อส่งออกเป็นภาพ RAW แต่ละภาพ หรือแปลงเป็นไฟล์ JPEG หรือ HEIF แล้วส่งออกได้

4 แนะนำให้ใช้การ์ด SD ที่มี Speed Class 10 ขึ้นไป อาจไม่สามารถบันทึกแบบปกติได้หากระดับแบตเตอรี่ต่ำหรือการ์ด SD มีความเร็วในการเขียนต่ำ 
หมายเหตุ: ช่วงเวลาที่ต้องเว้นระหว่างลำดับการถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ RAW ติดต่อกัน: ประมาณ 25 วินาทีสำหรับการ์ด SD ปกติ (UHS-I) และประมาณ 11 วินาทีสำหรับการ์ดความเร็วสูง (UHS-II)

การตรวจจับและติดตามตัวแบบด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกขั้นสูง

การตรวจจับและติดตามตัวแบบที่ดียิ่งขึ้นด้วยการเรียนรู้เชิงลึก

EOS R7 ใช้ระบบการตรวจจับและติดตามตัวแบบของ EOS iTR AF X ด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกแบบเดียวกับที่มีในกล้องรุ่นไฮเอนด์อย่าง EOS R3 ความสามารถขั้นสูงของระบบนี้รองรับการโฟกัสอัตโนมัติ (AF) ในระหว่างการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ

โหมดการตรวจจับตัวแบบมีสี่โหมด ได้แก่
- People (คน)
- Animals (สัตว์)
- Vehicles (ยานพาหนะ)
- Off (ปิด)

ในโหมด People Priority จะให้ความสำคัญกับคนในเฟรมภาพเป็นลำดับแรก แต่ถ้าหากไม่มีคนอยู่ในเฟรม กล้องจะตรวจจับสัตว์และยานพาหนะ 

ในโหมด Animal Priority จะให้ความสำคัญกับสัตว์ (แมว สุนัข และนก) เป็นลำดับแรก แต่ถ้าหากไม่มีสัตว์อยู่ในเฟรม กล้องจะตรวจจับคน ในโหมด Vehicle Priority กล้องจะสามารถตรวจจับได้ทั้งยานพาหนะและคน ระบบนี้ยังตรวจจับหมวกกันน็อกและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อติดตามยานพาหนะแบบไม่มีหลังคาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น 

ความสามารถของ AF ที่ตรวจจับคนของกล้อง EOS R7 สามารถจดจำดวงตา ใบหน้า ศีรษะ และลำตัวของตัวแบบที่เป็นคนได้

 

ความสามารถในการตรวจจับสัตว์สามารถตรวจจับดวงตา ใบหน้า และลำตัวทั้งหมดของแมว สุนัข และนกได้

ความสามารถในการตรวจจับยานพาหนะสามารถตรวจจับพาหนะสำหรับกีฬาแข่งรถ (แบบขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อ) ได้

ความสามารถในการตรวจจับตัวแบบของ EOS iTR AF X ในกล้อง EOS R7 อยู่ในระดับเทียบเท่ากับกล้อง EOS R3 อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความต่อไปนี้
ตรวจจับตัวแบบด้วยการเรียนรู้เชิงลึกและติดตามด้วย EOS iTR AF X

พื้นที่ครอบคลุม AF สูงสุด 100% และสืบทอดแนวคิด AF อันมีเอกลักษณ์ของ EOS R3

พื้นที่ครอบคลุม AF สูงสุด 100%: จับโฟกัสบนตัวแบบได้ทุกจุดภายในเฟรมภาพ

EOS R7 ใช้ระบบ Dual Pixel CMOS AF II โดยที่ทุกพิกเซลบนเซนเซอร์ภาพมีโฟโตไดโอดสองอันเพื่อสร้างภาพถ่ายและทำการตรวจจับแบบ Phase Difference ซึ่งช่วยให้ได้คุณภาพของภาพอยู่ในระดับสูงและโฟกัสอัตโนมัติได้แม่นยำสูงโดยไม่ต้องทำการประมาณค่าพิกเซล (Pixel interpolation)

สามารถโฟกัสอัตโนมัติได้สูงสุด 100% ของเฟรมภาพ (แนวนอน x แนวตั้ง ในโหมด AF ทั่วพื้นที่เมื่อตัวแบบถูกตรวจพบ) ด้วยการโฟกัสอัตโนมัติที่ครอบคลุมโซนที่แบ่งอย่างละเอียดถึง 651 โซน เสริมด้วยความสามารถในการตรวจจับและติดตามตัวแบบขั้นสูงของ EOS iTR AF X คุณจึงคาดหวังได้เลยว่าการโฟกัสจะมีความแม่นยำไปจนถึงขอบของภาพ

หากต้องการควบคุมการโฟกัสมากขึ้น มีโหมดพื้นที่ AF อื่นๆ ให้เลือกอีก 8 โหมด ได้แก่
- AF 1 จุด
ผู้ใช้เลือกตำแหน่งจุด AF ได้สูงสุดถึง 5,915 ตำแหน่ง
- AF จุดเล็ก
ให้พื้นที่ AF ที่เล็กกว่า AF 1 จุด เพื่อการโฟกัสแบบ Pinpoint
- โหมดขยายพื้นที่ AF สองโหมด:
ขยายพื้นที่ AF (บน ล่าง ซ้าย ขวา) และขยายพื้นที่ AF (รอบๆ) ใช้ AF 1 จุด และจุด AF 4 (หรือ 8) จุดที่อยู่โดยรอบ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจับโฟกัสบนตัวแบบที่เคลื่อนไหว
- โหมด Zone AF แบบยืดหยุ่น 3 โหมด
เปิดตัวครั้งแรกในกล้อง EOS R3 แต่ในกล้อง EOS R7 นั้น ผู้ใช้สามารถกำหนดพื้นที่ AF ตามขนาดที่ต้องการได้ตั้งแต่ 9 จุด (3×3) ไปจนถึง 567 จุด (27×21) และจัดเก็บไว้ในช่องสูงสุด 3 ช่องได้

วงแหวน Quick Control + ปุ่ม Multi-controller แบบใหม่

ใช้งานง่าย: วงแหวน Quick Control + ปุ่ม Multi-controller แบบใหม่

วงแหวน Quick Control และปุ่ม Multi-controller เป็นหนึ่งในส่วนควบคุมที่ผู้ใช้งานระดับสูงใช้บ่อยที่สุด วงแหวน Quick Control มักใช้ในการควบคุมการชดเชยแสง ส่วนปุ่ม Multi-controller มักใช้ในการเลื่อนจุด AF ในกล้อง EOS R7 นั้น ส่วนควบคุมทั้งสองแบบนี้ได้รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว โดยที่วงแหวนรวมแบบใหม่นี้อยู่ทางด้านขวาของช่องมองภาพ ซึ่งอยู่ข้างเส้นนำสายตาของผู้ใช้พอดี การย้ายกรอบ AF ทำได้สะดวกกว่าที่เคย แม้ในขณะที่คุณมองผ่านช่องมองภาพ

ใหม่ วงแหวน Quick Control แบบรวม

วงแหวน Quick Control แบบใหม่นี้ช่วยให้คุณปรับการชดเชยแสงและย้ายกรอบ AF ได้อย่างลื่นไหล คุณยังสามารถกำหนดให้วงแหวน Quick Control เปลี่ยนโหมดพื้นที่ AF ได้

สวิตช์โหมดโฟกัส

สวิตช์โหมดโฟกัสมีอยู่บนตัวกล้องตรงมุมล่างขวาใต้เลนส์ สวิตช์นี้ทำให้สามารถสลับไปมาระหว่างโหมด AF กับ MF ได้ง่าย แม้จะใช้เลนส์ที่ไม่มีสวิตช์ AF/MF ปุ่มที่อยู่ตรงกลางคือปุ่มเช็คระยะชัดลึก

DIGIC X + 32.5 ล้านพิกเซล = ประสิทธิภาพด้านความละเอียดที่ไม่เคยมีมาก่อน

32.5 ล้านพิกเซล: ประสิทธิภาพด้านความละเอียดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของกล้อง EOS APS-C

กล้อง EOS R7 มีเซนเซอร์ภาพ Dual Pixel CMOS 32.5 ล้านพิกเซลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ แม้ว่ามีกล้อง EOS APS-C รุ่นอื่นๆ ที่มีความละเอียดพิกเซลเท่ากัน แต่การผสมผสานระหว่างระบบประมวลผลภาพ DIGIC X อันทรงพลังกับความสามารถด้านคุณภาพภาพของเมาท์ RF ได้ยกระดับคุณภาพในกล้อง EOS R7 ขึ้นไปอีกขั้น โดยมีความละเอียดสูงสุดในบรรดากล้อง EOS APS-C ทั้งหมดในประวัติศาสตร์5 กระบวนการลดจุดรบกวนขั้นสูงของ DIGIC X ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความไวแสง ISO สูงด้วยความไวแสง ISO ปกติสูงสุดถึง 32,000 และความไวแสง ISO แบบขยายสูงสุดถึง ISO 51,200

EOS R7/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 200 มม./ Aperture-priority AE (f/10, 2 วินาที, EV -0.7)/ ISO 100/ WB: อัตโนมัติ

5ในบรรดากล้อง APS-C EOS ทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นก่อนหน้าทั้งหมด ตามข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2022 ประเมินจากแผนภูมิความละเอียดของ CIPA ตามมาตรฐาน ISO 12233

จุดเด่นของเซนเซอร์ภาพ APS-C: เอฟเฟ็กต์เทเลโฟโต้ 1.6 เท่า

การถ่ายภาพเทเลโฟโต้: จุดเด่นของเซนเซอร์ภาพ APS-C

เซนเซอร์ภาพ APS-C มีขนาดเล็กกว่าเซนเซอร์ภาพแบบฟูลเฟรม 35 มม. อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบที่โดดเด่นสำหรับการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ โดยจะให้ขอบเขตการมองเห็นที่ยาวกว่าทางยาวโฟกัสที่ระบุไว้บนตัวเลนส์ถึง 1.6 เท่า ในขณะที่กล้อง EOS R ฟูลเฟรมมีโหมดครอป 1.6 เท่าที่ให้เอฟเฟ็กต์แบบเดียวกันโดยการบันทึกด้วยเซนเซอร์ภาพเพียงบางส่วน (ยกตัวอย่างเช่น ขนาดของภาพครอปแบบ APS-C ที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS R5 ความละเอียด 45 ล้านพิกเซลจะอยู่ที่ประมาณ 17.3 ล้านพิกเซล) แต่กล้อง APS-C จะใช้ความละเอียดเต็มรูปแบบของเซนเซอร์ภาพ ทางยาวโฟกัสที่ขยายโดยอัตโนมัติ พร้อมด้วยภาพความละเอียดสูง 32.5 ล้านพิกเซล จึงเป็นที่ชื่นชอบของช่างภาพกีฬาและสัตว์ป่า และใครก็ตามที่พยายามจะเข้าใกล้ตัวแบบมากขึ้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกล้อง APS-C ได้ที่:
กล้องฟูลเฟรมและกล้อง APS-C: ควรเลือกรุ่นไหนดี

IS ในตัวกล้องและการแก้ไขความเอียงอัตโนมัติ

IS ในตัวกล้องสูงสุดถึง 8 สต็อปพร้อมการปรับระดับอัตโนมัติ

ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้อง (IS ในตัวกล้อง) แบบเซนเซอร์ชิฟต์ของ EOS R7 ช่วยป้องกันภาพสั่นไหวแม้กระทั่งในเวลาที่ใช้เลนส์ที่ไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว ข้อดีอีกอย่างของขนาดเซนเซอร์ภาพ APS-C ก็คือ เนื่องจากเซนเซอร์ภาพมีขนาดเล็ก จึงมีอิสระในการหมุนมากขึ้น ซึ่งช่วยให้แก้ไขการสั่นของกล้องในทิศทางแกนหมุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กล้องยังรองรับ IS แบบประสานการควบคุม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการสั่นไหวเทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุด 8 สต็อปเมื่อติดตั้งเลนส์ RF ที่มี IS แบบออพติคอลที่เข้ากันได้ 

ระยะการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของเซนเซอร์นี้ยังช่วยให้ใช้คุณสมบัติการปรับระดับอัตโนมัติได้6 โดยที่เซนเซอร์ภาพจะค่อยๆ หมุนโดยอัตโนมัติเพื่อแก้ไขระดับความเอียงในกล้องขณะที่ถ่ายภาพ และรักษาระดับแนวนอนของภาพเอาไว้ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพฉากต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรมและทิวทัศน์ เนื่องจากผู้ใช้ไม่ต้องใช้เวลาและความสนใจมากนักในการตรวจสอบให้แน่ใจว่ากล้องได้ระดับ


เอฟเฟ็กต์ IS เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ RF-S:
- EOS R7+RF-S18-150mm f/3.5-6.3 IS STM: เทียบเท่าสูงสุด 7 สต็อป
- EOS R7+RF-S18-45mm f/4.5-6.3 IS STM: เทียบเท่าสูงสุด 6.5 สต็อป


เอฟเฟ็กต์ IS เมื่อใช้ร่วมกับ RF24-105mm f/4L IS USM

(ทั้งสองภาพ) RF24-105mm f/4 L IS USM/ FL: 50 มม./ Manual exposure (f/4.5, 1.6 วินาที)/ ISO 400

6ฟังก์ชั่นระดับอัตโนมัติไม่สามารถใช้งานได้ในสภาวะต่อไปนี้ •เมื่อตั้งค่าไว้ที่ [วิธีใช้ชัตเตอร์: ม่านชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์แรก] • เมื่อตั้งค่าไว้ที่ [ขับเคลื่อน: การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง+ หรือการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง] ใน [วิธีใช้ชัตเตอร์: ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์] • เมื่อตั้งค่าไว้ที่โหมดพาโนรามา โหมดถ่ายแพนกล้อง โหมดเด็ก หรือโหมดกีฬา • เมื่อถ่ายภาพเคลื่อนไหว Time-lapse

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
ฉาก 3 ประเภทที่ใช้ประโยชน์จาก IS ในตัวกล้องได้เต็มที่

โหมดภาพพาโนรามา โดยใช้ Depth Compositing ในกล้อง

คุณสมบัติใหม่: โหมดภาพพาโนรามา โดยใช้ Depth Compositing ในกล้อง

EOS R7 มีคุณสมบัติมากมายที่ไม่เคยมีในกล้อง EOS มาก่อน คุณสมบัติหนึ่งคือ โหมดถ่ายภาพพาโนรามา ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานจะถ่ายภาพด้วยความเร็ว 5 เฟรมต่อวินาทีขณะที่คุณแพนกล้อง แล้วนำมาต่อกันสูงสุด 200 ภาพโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างภาพพาโนรามาที่มีความละเอียดสูงเป็นพิเศษ ภาพพาโนรามาที่ถ่ายด้วยกล้องในแนวนอนสามารถมีความละเอียดสูงสุดได้ถึง 3,248 × 30,240 พิกเซล ในขณะที่ภาพพาโนรามาที่ถ่ายในแนวตั้งมีความละเอียดสูงสุดได้ถึง 30,240 × 4,880 พิกเซล เนื่องจาก IS ในตัวกล้อง EOS R7 จะแก้ไขภาพเบลอจากการแพนกล้อง จึงทำให้แม้แต่ภาพพาโนรามาที่ถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งก็ยังดูคมชัดและเป็นธรรมชาติ โหมดนี้เป็นโหมดที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพความละเอียดสูงของวัตถุที่ยาว สูง หรือกว้าง เช่น ทิวทัศน์กว้างไกลและอาคารสูง!


โหมด SCN: ภาพพาโนรามา

ถ่ายขณะแพนกล้องในแนวนอนโดยที่กล้องอยู่ในแนวตั้ง ขนาดภาพต้นฉบับ: ประมาณ.. 30,240×4,880 พิกเซล

ดูภาพขนาดใหญ่ขึ้น (ปรับขนาดเป็น 3600×582 พิกเซล)


Focus Bracketing และ Depth Compositing ในกล้อง


การถ่ายภาพตัวแบบที่มีโฟกัสชัดลึก โดยที่ตัวแบบทั้งหมดอยู่ในโฟกัสตั้งแต่โฟร์กราวด์ไปจนถึงแบ็คกราวด์นั้นอาจเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด แม้ว่าการลดขนาดรูรับแสงให้แคบสุดอาจเป็นทางออกหนึ่ง แต่วิธีนี้อาจเปิดโอกาสให้เกิดการกระจายแสงและสูญเสียความคมชัด ความยากจะเพิ่มขึ้นเมื่อถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก เช่น ดอกไม้ แมลง หรือสินค้าและเครื่องประดับขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการถ่ายภาพโคลสอัพที่มีระยะชัดแคบขึ้นอีก คุณสามารถใช้ฟังก์ชั่น Focus Bracketing เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดเต็มที่ และแทนที่จะต้องรอให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ซ้อนภาพต่างๆ ในซอฟต์แวร์ปรับแต่งภาพ คุณก็สามารถใช้ฟังก์ชั่น Depth Compositing ใหม่ในกล้องให้ทำหน้าที่แทนได้เลย เพื่อให้คุณสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ในทันที

ความสามารถในการถ่ายวิดีโอที่ตอบสนองความต้องการของมืออาชีพ

วิดีโอ 4K UHD คุณภาพสูงจากการทำ Oversampling แบบ 7K

เซนเซอร์ภาพ APS-C ของ EOS R7 มีขนาดเกือบเท่ากับเซนเซอร์ฟอร์แมต Super 35 มม. ตามมาตรฐานในกล้อง Cinema ที่ใช้ในการผลิตภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ สำหรับในโหมดถ่ายภาพแบบไม่ครอป จะได้พื้นที่การถ่ายวิดีโอที่มีความละเอียดประมาณ 27.1 ล้านพิกเซล นอกจากความยืดหยุ่นในการมีจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้กล้องนี้เหมาะสำหรับเป็นกล้องสำรองลำดับที่สองหรือสามเมื่อถ่ายด้วยกล้อง Cinema เนื่องจากมีมุมรับภาพเท่ากัน!

นอกเหนือจากตัวแปลงสัญญาณการบันทึก YCbCr 4:2:0 แบบ 8 บิตตามมาตรฐานแล้ว กล้อง EOS R7 ยังรองรับรูปแบบการบันทึก เช่น Canon Log 3 และวิดีโอ HDR PQ ในรูปแบบ YCbCr 4:2:2 แบบ 10 บิต กล้องรุ่นนี้จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตวิดีโอระดับมืออาชีพได้ตั้งแต่การผลิตวิดีโอ HDR ไปจนถึงการเกลี่ยสี

4:2:0 และ 4:2:2 คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูล


ในโหมด 4K UHD Fine ซึ่งให้คุณภาพสูงสุด กล้อง EOS R7 จะทำการ Oversampling จาก 7K เพื่อบันทึก 4K UHD ที่ 29.97P/25.00P นอกจากนี้ยังสามารถบันทึก 4K UHD แบบไม่ครอปและไม่ Oversampled ที่ 59.94P/50.00P ในโหมด ‘มาตรฐาน’ 4K UHD

ในสถานการณ์ที่คุณต้องใช้เอฟเฟ็กต์เทเลโฟโต้เพิ่มเติม โหมดครอป 4K UHD ร่วมกับการครอปของเซนเซอร์ APS-C 1.6 เท่าจะทำให้ได้เอฟเฟ็กต์โคลสอัพ 1.8 เท่า

เนื่องจากยกเลิกการจำกัดเวลาในการบันทึกแล้ว กล้อง EOS R7 จึงสามารถถ่ายได้อย่างต่อเนื่องสูงสุด 6 ชั่วโมง (1.5 ชั่วโมงสำหรับวิดีโอที่มีอัตราเฟรมสูง)7

7การบันทึกจะหยุดโดยอัตโนมัติในสถานการณ์ที่มีความร้อนภายในมากเกินไปหรือการ์ดหน่วยความจำมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไม่เพียงพอ


รองรับการไลฟ์สดบน YouTube

หากคุณต้องการภาพที่มีคุณภาพสูงสำหรับไลฟ์สดบน YouTube กล้อง EOS R7 ช่วยคุณได้ สิ่งที่ต้องทำคือ เชื่อมต่อกล้องเข้ากับอินเทอร์เน็ตแล้วตั้งค่า URL สำหรับการไลฟ์สด8

8ต้องลงทะเบียนที่ image.canon ก่อนจึงจะใช้บริการไลฟ์สดได้ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของ YouTube การไลฟ์สดบน YouTube อาจมีการเปลี่ยนแปลง หยุด หรือยุติได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ Canon จะไม่รับผิดชอบต่อบริการใดๆ ที่บุคคลที่สามเป็นผู้ให้บริการ รวมถึงการถ่ายทอดแบบสดบน YouTube

รูปทรงและการใช้งาน

ขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา คล่องตัวยิ่งขึ้น

กล้อง EOS R7 เหมือน DSLR EOS 90D ตรงที่ออกแบบมาเพื่อช่างถ่ายภาพขั้นสูง แต่ก็ใช้ระบบกล้องมิเรอร์เลสเพื่อให้ได้ตัวกล้องที่เล็กลงและเบาขึ้นด้วย สำหรับแชสซีภายในนั้น ใช้วัสดุแมกนีเซียมอัลลอย (อะลูมิเนียมบางส่วน) ซึ่งมีความทนทานและกันกระแทกได้ อีกทั้งกันความร้อนได้ดีเยี่ยม โครงสร้างภายนอกทำจากพลาสติกวิศวกรรมที่มีความแข็งแรง ซึ่งทั้งทนทานและน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติกันฝุ่นและกันความชื้นเช่นเดียวกับกล้อง EOS 90D ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ช่องใส่การ์ด SD แบบคู่ช่วยเสริมความมั่นใจในสถานการณ์ที่ต้องใช้พื้นที่หน่วยความจำเพิ่มหรือต้องบันทึกลงในการ์ดสองใบพร้อมกันเพื่อสำรองข้อมูลไฟล์

กล้อง EOS R7 มีประสิทธิภาพสูงและทนทานด้วยซีลป้องกันสภาพอากาศ อีกทั้งมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และพกพาสะดวก จึงเพิ่มความคล่องตัวในการถ่ายภาพได้มากขึ้น แม้แต่ในเวลาที่ต้องเดินเป็นระยะทางยาวๆ และเดินป่า

*น้ำหนักตามมาตรฐาน CIPA (พร้อมแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำ)

EOS 90D รวมกับเลนส์คิท EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS USM มีน้ำหนักประมาณ 1,216 ก. ในขณะที่ EOS R7 พร้อมเลนส์คิท RF-S18-150mm f/3.5-6.3 IS STM มีน้ำหนักเพียง 922 ก. ซึ่งเบากว่าประมาณ 24%

ภาพตัวอย่าง

ภาพตัวอย่าง


EOS R7/ RF1200mm f/8L IS USM + Extender RF1.4x / FL: 1680 มม./ Shutter-priority AE (f/13, 1/2000 วินาที)/ ISO 2500/ WB: อัตโนมัติ


EOS R7/ RF14-35mm f/4L IS USM/ FL: 14 มม./ Manual exposure (f/8, 1/2000 วินาที)/ ISO 200/ WB: อัตโนมัติ


EOS R7/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 151 มม./ Manual exposure (f/9, 1/250 วินาที)/ ISO 125/ WB: อัตโนมัติ

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา