Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
ผลิตภัณฑ์ >> All Products In Focus: EOS R- Part 4

สเปคของกล้อง EOS R แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

AF 5,655 ตำแหน่ง, ความสามารถในการโฟกัสในความมืดได้ถึง EV-6, จับโฟกัสอัตโนมัติได้ภายใน 0.05 วินาที…สเปคต่างๆ ของกล้อง EOS R ล้วนถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร ในบทความนี้ เราจะเผยสเปคเหล่านี้เพื่อทำความรู้จักกล้อง EOS R ให้มากขึ้นและหาคำตอบว่ากล้องรุ่นนี้จะปฏิวัติวงการถ่ายภาพอย่างไร

ภาพแบนเนอร์กล้อง EOS R

 

1. AF 5,655 ตำแหน่ง

เพราะเหตุใด Dual Pixel CMOS AF จึงทำได้ แต่ Phase detection AF ทั่วไปทำไม่ได้

แม้จะทราบกันดีว่า Phase detection AF นั้นมีความเร็วและความแม่นยำสูง แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัด 

การตรวจจับระยะแบบทั่วไปในกล้อง DSLR: มีจุด AF ที่ตายตัว

ระหว่างการถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพแบบออพติคอลด้วยกล้อง DSLR นั้น เซนเซอร์ AF เฉพาะจะทำหน้าที่จับ Phase detection AF เซนเซอร์ AF นี้มีเซนเซอร์ตรวจจับระยะจำนวนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่สร้างจุด AF เนื่องจากตำแหน่งของจุด AF ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงอาจมี “จุด บอด” ซึ่งไม่มีจุด AF ในบริเวณใกล้เคียงที่สามารถให้ข้อมูลการโฟกัสแก่กล้องได้ โดยจุดบอดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามจำนวนและประเภทจุด AF ของกล้องแต่ละรุ่น ทำให้ยากยิ่งขึ้นที่จะโฟกัสอัตโนมัติในพื้นที่บางส่วนของภาพ

การตรวจจับระยะแบบทั่วไปในกล้องมิเรอร์เลส: การลดทอนคุณภาพของภาพเนื่องจากจำนวนของพิกเซลตรวจจับระยะ

สำหรับกล้องมิเรอร์เลสที่ใช้ Phase detection AF ทั่วไปนั้น การตรวจจับระยะจะทำโดยพิกเซลบนเซนเซอร์ภาพซึ่งมีหน้าที่ตรวจจับระยะโดย เฉพาะ

เนื่องจากพิกเซลเหล่านี้ไม่สามารถทำหน้าที่ในการสร้างภาพได้ กล้องจึงต้องใช้ข้อมูลการสร้างภาพจากพิกเซลสร้างภาพที่อยู่โดยรอบแทนเพื่อชด เชยข้อมูลที่ขาดหายไป ซึ่งทำให้คุณภาพของภาพลดลง เกิดเป็นข้อจำกัดในด้านจำนวนของพิกเซลที่ทำหน้าที่ตรวจจับระยะ 

Dual Pixel CMOS AF

ระบบ Dual Pixel CMOS AF (DAF) ที่ได้รับการออกแบบโดย Canon นี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้ง แรกในการถ่ายภาพแบบ Live View บนกล้อง EOS 70D หลังจากนั้นก็นำไปใช้ในการถ่าย แบบ Live View ในกล้อง DSLR หลายรุ่นของ Canon รวมทั้งรุ่นยอดนิยมอย่าง EOS 5D Mark IV และ EOS 6D Mark II ด้วย ในระบบนี้ ทุกพิก เซลบนเซนเซอร์ภาพสามารถทำได้ทั้งสร้างภาพและตรวจจับระยะ จึงไม่เกิดการลดทอนคุณภาพของภาพเนื่องจากจำนวนพิกเซลที่ต้องทำหน้าที่ตรวจจับ ระยะอีกต่อไป

สำหรับกล้อง EOS R สามารถใช้ DAF ทั้งในการถ่ายผ่านช่องมองภาพและแบบ Live View

ลองพิจารณาคุณสมบัติต่อไปนี้:

- บนเซนเซอร์ภาพของกล้อง EOS R มีพิกเซลจำนวน 30.3 ล้านพิกเซล 
- กล้อง EOS R มีพื้นที่ AF ครอบคลุม 88% (แนวนอน) x 100% (แนวตั้ง) ของเฟรมภาพ

ซึ่งหมายความว่าพิกเซลราว 26,000,000 พิกเซล (26 ล้านพิกเซล) จาก 30.3 ล้านพิกเซลบนเซนเซอร์ภาพนั้นสามารถจับโฟกัสอัตโนมัติได้

ลองนึกภาพดู: มี “เซนเซอร์” ตรวจจับระยะถึง 26,000,000 ตัว ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอนหากไม่มีเทคโนโลยี DAF 

“ตำแหน่งกรอบ AF” และ “จุด AF”

เมื่อพิกเซลทุกพิกเซลสามารถทำหน้าที่โฟกัสอัตโนมัติได้ จึงเกิดเป็นความลื่นไหลในอีกระดับที่ทำให้คำว่า “จุด AF” ไม่เหมาะสม อีกต่อไป จึงเป็นที่มาของคำใหม่ว่า “ตำแหน่งกรอบ AF”

กรอบ AF ที่สามารถเลือกได้ 5,655 ตำแหน่งทำให้มีพื้นที่ 5,655 จุดที่คุณสามารถวางกรอบ AF ลงไปได้ในเฟรมภาพ ซึ่งก็คือ แทบทุกจุดที่อยู่ภาย ในพื้นที่ AF เมื่อลองคิดดูว่าการเปลี่ยนแปลงโฟกัสแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดสามารถทำให้ภาพของคุณเปลี่ยนแปลงได้ นี่จึงหมายถึงความเป็นไปได้ในการ ถ่ายภาพถึง 5,655 แบบที่แตกต่างกัน 

 

ระบบ Dual Pixel CMOS AF ในกล้อง EOS R

A: กรอบ AF (สูงสุด 5,655 ตำแหน่ง)
B: แต่ละพิกเซลสามารถทำได้ทั้งตรวจจับระยะและสร้างภาพ

 

2. โฟกัสอัตโนมัติได้ใน 0.05 วินาที

EOS R มาพร้อม AF ความเร็วสูงที่สุดในโลก* คือ 0.05 วินาทีซึ่งเทียบเท่าพริบตาเดียว นี่คือระยะเวลาที่ AF ต้องใช้เพื่อโฟกัสจากระยะอนันต์ไปยังระยะหนึ่ง ซึ่งวัดตามแนวทางของ CIPA
*ข้อมูล ณ วันที่ 4 กันยายน 2018 (จากผลการสำรวจของ Canon)

 

ไม่พลาดทุกโอกาสในการถ่ายภาพ

ความเร็วเช่นนี้ช่วยให้คุณได้เปรียบอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการถ่ายภาพตัวแบบที่เคลื่อนไหวแบบคาดเดาไม่ได้ เช่น นกที่กำลังบิน กีฬาแข่งรถ หรือเมื่อพบเห็นตัวแบบตามท้องถนนในชั่วเสี้ยววินาที ซึ่งช่วยขยายขอบเขตภาพที่คุณสามารถถ่ายได้โดยไม่พลาดโอกาสในการถ่ายภาพ

นักบิดขณะพุ่งโดด ถ่ายด้วยกล้อง EOS R

EOS R/ EF16-35mm f/4L IS USM/ เมาท์อะแดปเตอร์วงแหวนควบคุม EF-EOS R/ FL: 16mm/ Manual exposure (f/10, 1/500 วินาที)/ ISO 200/ WB: แสงแดด

 

3. กล้องรุ่นแรกของโลก** ที่สามารถโฟกัสได้ในสภาพแสงน้อยถึง EV-6

ถูกต้อง กล้อง EOS R นั้นสามารถโฟกัสได้ในที่มืด แต่มืดแค่ไหนล่ะ

 

“EV” คืออะไร

“EV” ย่อมาจาก “Exposure Value” (ค่าการเปิดรับแสง) คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับ ค่า EV สัมพัทธ์ มาบ้างเมื่อคุณใช้การชดเชยแสง ในที่นี้หมายถึง ค่า EV สัมบูรณ์ ซึ่งวัดความสว่างของตัวแบบที่ความไวแสง ISO ที่กำหนดให้ (ปกติแล้วจะอยู่ที่ ISO 100 แต่ไม่ทุกครั้ง) ตัววัดแสงจะเป็นตัวระบุค่า แต่ค่านี้ก็สามารถคำนวณได้จากการตั้งค่าการเปิดรับแสงด้วยเช่นกัน โดยจะทำให้กล้องมีระดับแสงที่เหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่น ที่ค่า EV1 ระดับแสงจะ
- ใกล้เคียงกับแสงกลางแจ้งหลังพระอาทิตย์ตก
- ทำให้กล้องมีระดับแสงที่เหมาะสม เมื่อใช้ความไวแสง ISO 100, ค่ารูรับแสง f/1.4 และความเร็วชัตเตอร์ 1 วินาที

 

ค่า EV-6 มืดแค่ไหนและหมายความว่าอย่างไร

ที่ EV-6 ระดับแสงจะใกล้เคียงกับความมืดสนิท ซึ่งมืดกว่าฉากที่คุณถ่ายในเวลากลางคืนตามปกติมาก แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า AF ในกล้อง EOS R นั้นสามารถทำงานได้ในสภาพดังกล่าวหมายความว่า ขอบเขตของความเป็นไปได้ในการถ่ายภาพของคุณจะเพิ่มมากขึ้น*** มันจะเป็นประโยชน์แน่นอนเมื่อคุณกำลังรอคอยให้สัตว์ป่าเคลื่อนไหวในความมืด หรือเมื่อคุณต้องการเก็บภาพบรรยากาศในงานปาร์ตี้ที่จัดในร่ม
**เร็วที่สุดในบรรดากล้องดิจิตอลทั้งหมดที่มีเลนส์แบบถอดเปลี่ยนได้ที่ใช้เซนเซอร์ภาพเทียบเท่าฟูลเฟรม 35 มม. และ Phase Detection AF ตามระนาบภาพ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 กันยายน 2018 จากผลการสำรวจของ Canon)
***f/1.2, ที่ 23°C, ISO 100, One-Shot AF

ภาพซิลูเอตต์ของต้นไม้ในเวลากลางคืน

EOS R/ RF50mm f/1.2L USM/ FL: 50 มม./ Aperture-priority AE (f/1.2, 13 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด

 

ความมืดระดับที่ใกล้เคียง EV-6

ฉากที่ถ่ายภาพจริง (EV-6) จะดูเป็นแบบนี้

 

4. กำลังในการประมวลผลภาพสูงขึ้น 40 เท่า

DIGIC คือระบบประมวลผลภาพที่ไม่ได้ทำหน้าที่ประมวลผลภาพและข้อมูลวิดีโอเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในฟังก์ชั่นหลักๆ ของกล้อง เช่น กำหนดค่าการเปิดรับแสง ขับเคลื่อนเลนส์ ทำหน้าที่คำนวณ AF และ IS ลดจุดรบกวน และบันทึกข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดข้อมูลปริมาณสูงมาก ซึ่งจำเป็นต้องประมวลผลด้วยความเร็วในเวลาเดียวกันทั้งหมด (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ 5 สิ่งที่ระบบประมวลผลภาพ DIGIC สามารถทำได้)

 

ความสามารถที่แท้จริงของระบบประมวลผลภาพ DIGIC 8

ประสิทธิภาพอันเหนือชั้นของกล้อง EOS R ทำให้ข้อมูลที่ต้องนำมาประมวลผลนั้นมีปริมาณมากยิ่งกว่าที่เคย ตัวอย่างเช่น ปริมาณข้อมูล AF จาก Dual Pixel CMOS AF นั้นมากกว่าข้อมูลจากกล้อง EOS 5D Mark IV ถึง 40 เท่า (ในระหว่างถ่ายภาพ Live View)

แม้ข้อมูลจะมากขนาดนี้ แต่ EOS R ก็ยังสามารถโฟกัสอัตโนมัติได้ภายใน 0.05 วินาที นับเป็น AF ที่เร็วที่สุดในโลกสำหรับกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม* ซึ่งความก้าวหน้าเช่นนี้อาจทำได้ไม่เต็มที่หากปราศจากความสามารถของระบบประมวลผลภาพ DIGIC
*ข้อมูล ณ วันที่ 4 กันยายน 2018 (จากผลการสำรวจของ Canon)

ตำแหน่งของชิป DIGIC 8 ในกล้อง EOS R

นอกจากประมวลผลข้อมูลภาพวิดีโอแล้ว ระบบประมวลผลภาพ DIGIC 8 ในกล้อง EOS R ยังทำหน้าที่ในขั้นตอนอื่นๆ อีกหลายอย่าง รวมทั้งการขับเคลื่อนเลนส์และการคำนวณ AF

 

5. เลนส์ซูมมาตรฐานแบบปกติที่มีรูรับแสงคงที่ขนาด f/2

ดังที่เห็นได้จากแนวคิดในการพัฒนาที่ว่า “Reimagine optical excellence” (มอบความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพ) ระบบออปติคอลแบบใหม่ของกล้อง EOS R ซึ่งได้แก่ เมาท์ RF และเลนส์ RF จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ EOS R ปฏิวัติวงการถ่ายภาพได้

ในบรรดาเลนส์ RF สี่รุ่นที่เปิดตัวพร้อมกับกล้อง EOS R นั้น เลนส์ RF28-70mm f/2L USM ดูจะเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เลนส์นี้ให้รูรับแสงกว้างสุดคงที่ขนาด f/2 ตลอดทั้งช่วงทางยาวโฟกัส นับเป็นการอัปเดตที่น่าตื่นตาตื่นใจ เนื่องจากมีความกว้างกว่ารูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.8 ในเลนส์ซูมมาตรฐานที่มีรูรับแสงคงที่รุ่นอื่นๆ สำหรับกล้องฟูลเฟรมของ Canon ถึงหนึ่งสต็อปเต็ม

 

โบเก้ที่สวยงามและนุ่มนวลเหมาะสำหรับภาพพอร์ตเทรต

รูรับแสงคงที่ขนาด f/2 นั้นใช้ได้ผลดีเป็นพิเศษในการถ่ายภาพพอร์ตเทรต การจะสร้างเอฟเฟ็กต์โบเก้ที่นุ่มนวลเพื่อให้ตัวแบบโดดเด่นออกมานั้นจำเป็นต้องใช้เลนส์ที่มีความเร็ว ซึ่งก็คือเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสุดขนาดใหญ่นั่นเอง เลนส์ที่เร็วที่สุดของ Canon คือ เลนส์เดี่ยว และเป็นเลนส์ที่ช่างภาพพอร์ตเทรตเลือกใช้หากต้องการโบเก้ที่นุ่มนวล

เมื่อใช้เลนส์เดี่ยว คุณจะต้องเปลี่ยนเลนส์ทุกครั้งที่ทางยาวโฟกัสเปลี่ยนไป เช่น เมื่อตัวแบบในภาพพอร์ตเทรตเปลี่ยนท่าโพส หรือเมื่อคุณเปลี่ยนจากการถ่ายภาพครึ่งตัวมาเป็นภาพเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ในการถ่ายภาพบางฉาก เช่น ในงานแต่งงาน ทุกเสี้ยววินาทีที่คุณไม่พร้อมอาจหมายถึงการเสียโอกาสในการถ่ายภาพนั้นไปโดยสิ้นเชิง ในฐานะเลนส์ซูมมาตรฐานที่สามารถถ่ายภาพที่ระยะชัดลึกที่ตื้นมากได้ เลนส์ RF28-70mm f/2L USM จึงเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสำหรับสถานการณ์เช่นนี้

ดูตัวอย่างได้ที่
EOS R: บันทึกช่วงเวลาอันน่าตื่นตาตื่นใจในการถ่ายภาพกีฬาขี่ม้า

 

ภาพพอร์ตเทรตที่มีโบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์ ถ่ายด้วยกล้อง EOS R และเลนส์ RF28-70mm f/2L USM

EOS R/ RF28-70mm f/2L USM/ FL: 70 มม./ Aperture-priority AE (f/2, 1/1250 วินาที, EV+0.3)/ ISO 100/ WB: 5200K

 

RF28-70mm f/2L USM

นอกจากเลนส์ RF28-70mm f/2L USM แล้ว เลนส์ RF ในกลุ่มเดียวกันนี้ยังมีอีก 3 รุ่น เลนส์สองรุ่นที่รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) ถึง 5 สต็อป พร้อมด้วยระบบ Dual Sensing IS ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) ในตัวคือ RF24mm-105mm f/4L IS USM และ RF35mm f/1.8 Macro IS STM

 

เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสเปคที่สูงของกล้อง EOS R นั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณในการนำเอาประสิทธิภาพเหล่านี้ไปใช้ให้เต็มที่!

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติอื่นๆ ของกล้อง EOS R ได้จากบทความต่อไปนี้
คุณสมบัติ 8 ข้อในการโฟกัสของกล้อง EOS R ที่ใครๆ ก็อยากสัมผัส
มอบความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพด้วยกล้อง EOS R (ฉบับภาษาอังกฤษ)
สัมภาษณ์ทีมนักพัฒนา: ขอแนะนำ EOS R กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมรุ่นแรกของ Canon (ฉบับภาษาอังกฤษ)
3 คุณสมบัติของกล้อง EOS R ที่จะเปลี่ยนวิธีการถ่ายภาพของคุณ

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!