ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

เคล็ดลับและบทเรียน >> เคล็ดลับและบทเรียนทั้งหมด จุดโฟกัส: พื้นฐานสำหรับการถ่ายภาพด้วยแฟลชเสริม- Part

เร็วยิ่งกว่าความเร็วชัตเตอร์: การใช้ระยะเวลาการยิงแฟลชเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว

2021-07-07
5
8.13 k
ในบทความนี้:

ทราบหรือไม่ว่ากำลังแสงแฟลชของแฟลช Speedlite ส่งผลต่อระยะเวลาการยิงแฟลช หากคุณใช้ประโยชน์จากข้อนี้ คุณจะสามารถหยุดการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากได้แม้จะไม่ใช้ซิงค์ความเร็วสูง ในบทความนี้ เราจะมาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังเทคนิคนี้และวิธีการนำเทคนิคนี้ไปใช้กับการถ่ายภาพน้ำกระเซ็น

น้ำที่เคลื่อนไหวในแก้ว

1) ทฤษฎี: 2 แนวคิดสำคัญที่ควรจดจำ
2) การใช้งาน: วิธีหยุดน้ำกระเซ็น

 

ก่อนที่จะเริ่ม: 2 แนวคิดสำคัญที่ควรจดจำ


แนวคิดที่ 1: ในห้องที่มืดสนิท แสงจากแฟลชคือสิ่งที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพตัวแบบได้

การถ่ายภาพเป็นเรื่องของการจับภาพแสง ตัวแบบปรากฏให้เห็นได้เนื่องจากเซนเซอร์ภาพของกล้องจับภาพแสงที่สะท้อนจากตัวแบบ และหากไม่มีแสง ภาพถ่ายก็จะดูเป็นสีดำสนิท

แฟลชจาก Speedlite/แฟลชในกล้องเป็นเพียงแสงชั่วขณะ ซึ่งต่างจากแสงอาทิตย์หรือแหล่งกำเนิดแสงที่คงที่อื่นๆ ดังนั้น เมื่อคุณถ่ายภาพในห้องมืดที่ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ เลย แม้คุณจะเปิดชัตเตอร์กล้องทิ้งไว้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตัวแบบก็จะไม่ได้รับแสงเว้นแต่ในจังหวะชั่วเสี้ยววินาทีที่มีการยิงแฟลช

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในห้องที่มืดสนิทและไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ ระยะเวลาการยิงแฟลชจะเป็นปัจจัยกำหนดเวลาการเปิดรับแสง


แนวคิดที่ 2:  กำลังแสงแฟลชส่งผลต่อระยะเวลาการยิงแฟลช

ใน Canon Speedlite โดยปกติแล้วระยะเวลาการยิงแฟลชจะเป็นตัวควบคุมความเข้มของแสงแฟลช (กำลังแสงแฟลช)

ยิ่งแสงแฟลชเข้มขึ้น (กำลังแสงแฟลชสูงขึ้น) แฟลชจะยิงเป็นระยะเวลาที่นานขึ้น (สูงถึงประมาณ 1/500 วินาที ขึ้นอยู่กับรุ่นของแฟลช Speedlite) เมื่อตัวแบบได้รับแสงเป็นเวลานานขึ้น จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะเกิดภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวหากตัวแบบกำลังเคลื่อนไหวอยู่

ในขณะเดียวกัน เมื่อความเข้มของแสงแฟลชอ่อนลง (กำลังแสงแฟลชต่ำลง) แฟลชจะยิงเป็นระยะเวลาที่สั้นลง ถึงระดับหลายร้อยไมโครวินาที เมื่อตัวแบบได้รับแสงเป็นเวลาสั้นลง ภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวก็จะลดลง

กำลังแสงแฟลชต่ำลง

A: ระยะเวลาการยิงแฟลช (เวลาเปิดรับแสง)

กำลังแสงแฟลชสูงขึ้น

B: ระยะเวลาการยิงแฟลช (เวลาเปิดรับแสง)


นั่นหมายความว่า เราสามารถหยุดการเคลื่อนไหวได้ด้วยการลดกำลังแสงแฟลช

ระยะเวลาการยิงแฟลชอาจสั้นมาก ซึ่งทำให้เวลาการเปิดรับแสงนั้นสั้นกว่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หัวใจสำคัญของการควบคุมเทคนิคนี้คือกำลังแสงแฟลช การใช้เทคนิคนี้จะช่วยให้สามารถจับภาพช่วงเสี้ยววินาทีสำคัญที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังเช่นภาพตัวอย่างด้านล่าง

 

การใช้งาน: วิธีการใช้ระยะเวลาการยิงแฟลชเพื่อหยุดของเหลวที่เคลื่อนไหว

น้ำกระเซ็นในแก้ว

FL:72 มม./ Manual exposure (1/200 วินาที, f/14)/ ISO 400/ WB: อัตโนมัติ
แฟลช: Speedlite 430EX II (โหมดแมนนวล, 1/64)


การจัดแสง

ตำแหน่งของตัวแบบ กล้อง และแฟลช Speedlite

A: สายสำหรับฐานเสียบนอกตัวกล้อง
B: ประมาณ 0.6 ม.
C: ประมาณ 0.4 ม.

ผมใช้การจัดแสงแฟลชนอกตัวกล้อง โดยจัดตำแหน่ง Speedlite ให้อยู่เหนือตัวแบบโดยตรงเพื่อให้แสงส่องตรง ผมตั้งกล้องบนขาตั้งและเชื่อมต่อ Speedlite กับกล้องผ่านสายสำหรับฐานเสียบนอกตัวกล้อง ผมปิดไฟทั้งหมดแล้วเปิดประตูแง้มไว้เล็กน้อยพอให้มองเห็นตัวแบบรางๆ

ข้อควรรู้:
สำหรับฉากเช่นนี้ ความสว่างของช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ของกล้องมิเรอร์เลส เช่น กล้องในระบบ EOS R สามารถช่วยให้คุณมองเห็นตัวแบบได้แม้อยู่ในที่มืด

 

ขั้นตอนอย่างละเอียด


ขั้นตอนที่ 1: ขึงฉากหลังบนผนัง

ขึงชิ้นผ้าหรือกระดาษสีพื้นเพื่อทำเป็นแบ็คกราวด์ วัสดุที่ใช้ไม่ควรสะท้อนแสงจากแฟลช ในที่นี้ผมเลือกสีดำเพราะสีตัดกับตัวแบบได้ดีที่สุด


ขั้นตอนที่ 2: โฟกัสล่วงหน้า

โฟกัสต้องมีความแม่นยำมาก ดังนั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ใช้การโฟกัสแบบแมนนวลเพื่อแก้ไขตำแหน่งการโฟกัส


ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าแฟลช

(ขั้นตอนและเลย์เอาต์ปุ่มกดอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นแฟลช Speedlite/กล้องของคุณ) หากมีข้อสงสัย ให้ดูคู่มือผู้ใช้)


i) เปลี่ยนโหมดแฟลชเป็นโหมดแมนนวล
ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้วงแหวนและปุ่มบน Speedlite หรือบนกล้องผ่านการตั้งค่าเมนู

ที่แฟลช

กดปุ่ม MODE แล้วเลือก [M]

ที่กล้อง

มองหา “ควบคุมแฟลช” หรือ “ควบคุม Speedlite ภายนอก” ในเมนูถ่ายภาพ จากนั้นไปยัง “ตั้งค่าระบบแฟลชติดตั้งภายนอก” หรือ “ตั้งค่าระบบแฟลช”


ii) เลือกกำลังแสงแฟลช
ตั้งค่ากำลังแสงแฟลชในระดับต่ำเพื่อให้ระยะเวลาการยิงแฟลชสั้นลง คุณอาจอยากลองใช้กำลังแสงแฟลชในระดับต่างๆ เพื่อดูว่าระดับใดให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ควบคุมการเปิดรับแสงโดยใช้ความไวแสง ISO (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในขั้นตอนที่ 4)

ที่แฟลช

กดปุ่ม “+/-” เพื่อแสดงหน้าจอระดับกำลังแสงแฟลช ใช้วงแหวนหรือปุ่ม 4 ทิศทางเพื่อเลือกกำลังแสงแฟลชที่ต้องการ

ที่กล้อง

คุณยังสามารถเปลี่ยนระดับกำลังแสงแฟลชได้โดยเลือกรายการบนหน้าจอ “ตั้งค่าระบบแฟลชติดตั้งภายนอก”

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: เริ่มถ่ายภาพโดยใช้แฟลชได้ใน 9 ขั้นตอน!

เคล็ดลับน่ารู้: ระยะเวลาการยิงแฟลชอาจเร็วถึงระดับหลายร้อยไมโครวินาที หรือเรียกได้ว่าเร็วกว่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/8000 วินาทีในกล้องระดับมืออาชีพหลายๆ รุ่น!


ขั้นตอนที่ 4: ค่าการเปิดรับแสง

ค่านี้จะขึ้นอยู่กับตัวแบบและผลลัพธ์ที่คุณตั้งใจไว้ แต่โดยทั่วไปควรตั้งค่าดังนี้

ใช้รูรับแสงแคบ
คุณต้องใช้ระยะชัดที่ลึกเพื่อให้แน่ใจว่าถ่ายภาพตัวแบบได้อย่างคมชัดและอยู่ในโฟกัส

ใช้ความไวแสง ISO เพื่อควบคุมการเปิดรับแสง
เมื่อใช้รูรับแสงแคบร่วมกับกำลังแสงแฟลชต่ำเพื่อลดระยะเวลาการยิงแฟลช อาจส่งผลให้แสงไม่เพียงพอ ควรเพิ่มความไวแสง ISO หากคุณต้องการให้ภาพถ่ายสว่างขึ้น


ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ไปที่ความเร็วซิงค์แฟลช

ในการถ่ายภาพให้ประสบผลสำเร็จ คุณต้องลดผลกระทบจากแสงโดยรอบให้ได้มากที่สุด อันที่จริงแล้ว การถ่ายภาพท่ามกลางความมืดสนิทนั้นทำได้ยากและคุณอาจต้องการแสงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นตัวแบบได้ ความเร็วซิงค์แฟลช (หรือความเร็ว X-sync) คือความเร็วชัตเตอร์ที่เร็วที่สุดเท่าที่แฟลช Speedlite สามารถยิงได้เมื่อชัตเตอร์เปิดออกเต็มที่ ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 1/200 วินาทีถึง 1/300 วินาทีขึ้นอยู่กับรุ่นของกล้อง และการใช้ความเร็วดังกล่าวจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะเกิดการรบกวนน้อยที่สุดจากแสงโดยรอบ


ขั้นตอนที่ 5: ลั่นชัตเตอร์ในจังหวะที่เหมาะสม

ลั่นชัตเตอร์โดยดูจากจังหวะที่เหมาะสมของตัวแบบ ซึ่งต้องอาศัยการเฝ้าสังเกตอย่างรอบคอบและอาจต้องอาศัยการฝึกฝนไม่น้อย แต่คุณจะได้ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมเป็นผลตอบแทน!


ข้อควรรู้: หากคิดที่จะถ่ายภาพต่อเนื่อง ควรระวังเรื่องเวลากลับมาพร้อมใช้งานของแฟลช

หลังจากที่ยิงแฟลชแต่ละครั้ง Speedlite จะต้องใช้เวลาชาร์จก่อนที่จะยิงแฟลชครั้งต่อไปได้ ขั้นตอนนี้เรียกว่าเวลากลับมาพร้อมใช้งานของแฟลช และอาจใช้เวลาไม่กี่วินาทีขึ้นอยู่กับรุ่นและกำลังแสงแฟลชของ Speedlite นั้นๆ หรือกล่าวได้ว่า แม้ว่าคุณถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง ก็อาจจะมีเฟรมที่เป็นสีดำเพราะแฟลชยังรอเวลากลับมาพร้อมใช้งาน เวลากลับมาพร้อมใช้งานของแฟลชที่เร็วขึ้น (เช่นใน Speedlite EL-1) จะเพิ่มโอกาสในการถ่ายภาพได้สำเร็จ แต่คุณจะมีโอกาสสูงสุดเมื่อยิงแฟลชในจังหวะที่เหมาะสมด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: ฉันสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องในระหว่างการถ่ายภาพโดยใช้แฟลชได้หรือไม่


ศึกษาเทคนิคและบทเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแฟลช Speedlite ได้ที่:
[เทคนิคการใช้แฟลช] วิธีการถ่ายภาพให้ได้สีสันน่าประทับใจในสภาพย้อนแสง
วิธีถ่ายภาพหยดฝนเพื่อสร้างสรรค์พอร์ตเทรตที่เหนือจริง
การถ่ายภาพรถให้สวยงามอย่างในนิตยสาร

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา