Close
เคล็บลับการถ่ายภาพ >> All Tips & Tutorials

ภาพพอร์ตเทรตสุนัข 3 ประเภทที่ถ่ายได้ด้วย Animal Detection AF

เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขต่างมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป และยิ่งพวกมันเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นที่จะจับภาพช่วงเวลาสำคัญที่สมบูรณ์แบบ Animal Detection AF ที่เปิดตัวในกล้อง EOS R5 และ EOS R6 นั้นช่วยให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมากที่จะหาและล็อคโฟกัสที่ลำตัวและใบหน้าของสุนัข ตลอดจนดวงตาของมันและแม้แต่ในสภาพแสงน้อยอีกด้วย ในบทความนี้ ช่างภาพ Neo Ng จะมาบอกเล่าถึงฉาก 3 ประเภทที่คุณสามารถใช้ Animal Detection AF และคุณสมบัติอื่นๆ ในกล้อง Canon ระดับสูงอย่าง EOS R5 และ EOS R6 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ (เรื่องโดย: Neo Ng)

 

1. ก่อนที่จะเริ่ม: การเตรียมความพร้อมเพื่อถ่ายภาพ


อุปกรณ์ที่แนะนำ

- กล้องระดับสูงที่มีความเร็วสูงในการถ่ายภาพต่อเนื่องและ Animal Detection AF เช่น กล้อง EOS R5 หรือ EOS R6
- เลนส์ความไวแสงสูง เพื่อให้คุณสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ ได้แม้แต่ในแสงสลัว และเพื่อให้ตัวแบบเด่นโดดเด่นออกมาจากแบ็คกราวด์ได้ดีขึ้นด้วย


การตั้งค่า AF

- โหมด AF ตรวจจับใบหน้า + ติดตามตัวแบบ: กล้อง EOS R5/EOS R6 จะสามารถจับโฟกัสสุนัขได้ค่อนข้างง่าย
- Servo AF
- เป้าหมายที่ตรวจจับ: สัตว์
- เปิดใช้งาน Eye Detection AF

ดวงตามีความสำคัญต่อภาพถ่ายสัตว์ ไม่ต่างจากภาพพอร์ตเทรตของมนุษย์ การตรวจจับดวงตาจะถูกปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น ดังนั้น อย่าลืมเปิดใช้งานด้วย!


การตั้งค่าการเปิดรับแสงที่สำคัญ

- โหมด Shutter-priority AE (Tv) ร่วมกับ ISO อัตโนมัติจะทำงานได้ดีในสถานการณ์ส่วนใหญ่
- ใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ เนื่องจากสุนัขเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก 1/1600 ถึง 1/2500 วินาทีถือเป็นค่าเริ่มต้นที่ดี แม้ว่าสุนัขจะอยู่นิ่งๆ แต่ผมขอแนะนำให้ใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/400 วินาทีเป็นอย่างน้อย บางครั้งผมปรับความเร็วชัตเตอร์ลงเล็กน้อยเพื่อให้สื่อถึงการเคลื่อนไหว

เมื่อเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้คือฉาก 3 ประเภทที่คุณจะถ่ายภาพได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ Animal Detection AF

 

2. การวิ่ง

วิธีที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่แสดงการเคลื่อนไหวของสุนัขก็คือ การถ่ายภาพขณะที่มันกำลังวิ่งอยู่ โยนลูกบอลไปทางที่คุณต้องการให้มันวิ่งไป หรือให้คนที่มันรู้สึกคุ้นเคยด้วยตะโกนเรียกจากระยะที่ห่างพอสมควร

การตั้งค่า AF ที่คุณใช้อาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับทิศทางที่สุนัขกำลังวิ่งไป


เคล็ดลับเกี่ยวกับเลนส์: ใช้เลนส์ยาวเพื่อให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอระหว่างคุณกับสุนัข เลนส์ซูมเทเลโฟโต้ เช่น RF70-200mm f/2.8L IS USM จะช่วยให้คุณปรับเฟรมภาพได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม เลนส์เดี่ยวเทเลโฟโต้ระยะกลาง เช่น RF85mm f/1.2L USM หรือ EF85mm f/1.4L IS USM (ที่ติดตั้งกับกล้องระบบ EOS R ผ่านเมาท์อะแดปเตอร์) จะใช้งานได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องเคลื่อนที่ไปมาอยู่ตลอด

 

i) สุนัขวิ่งผ่านฉาก

EOS R5/ EF85mm f/1.4L IS USM/ Shutter-priority AE (f/1.4, 1/800 วินาที)/ ISO 500

สำหรับภาพในแบบด้านบนที่สุนัขกำลังวิ่งผ่านฉาก ผมขอแนะนำให้จับโฟกัสด้วยจุด Servo AF เริ่มต้นขณะใช้ Servo AF Case 3 เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


การใช้ AF Case 3 จะช่วยให้จุด Servo AF เริ่มต้นจับโฟกัสตัวแบบได้อย่างรวดเร็ว

 

ii) ภาพ “วิ่งมาหาฉัน”

EOS R5/ EF85mm f/1.4L IS USM/ Shutter-priority AE (f/1.6, 1/1000 วินาที, EV +0.7)/ ISO 800

สำหรับภาพในลักษณะนี้ ผมมักจะให้เจ้าของสุนัขยืนอยู่ข้างหลังผมเพื่อเรียกสุนัข (หรือล่อมันด้วยขนม!) และเพื่อลดโอกาสที่จะทำให้โฟกัสเคลื่อนตามวัตถุที่อยู่ด้านหลังหรือด้านหน้าสุนัข ให้ใช้ Servo AF Case 2 กล้องจะตรวจจับหัวของสุนัขก่อน จากนั้นจึงตรวจจับดวงตาเมื่อมันเข้าใกล้กล้อง


นอกจากนี้ AF Case 2 ยังใช้ได้ผลเมื่อสุนัขกำลังวิ่งผ่านฉากที่มีแบ็คกราวด์ที่ดูยุ่งเหยิงอีกด้วย


เคล็ดลับ: ใช้โหมดการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงเพื่อถ่ายภาพช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ

แล้วแต่ตำแหน่งของอุ้งเท้า สุนัขอาจดูเหมือนกำลังกระโดด…


ลอยตัวกลางอากาศ…


หรือวิ่งควบอยู่

การใช้การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงช่วยให้คุณสามารถจับภาพสุนัขในท่าทางต่างๆ ขณะที่มันวิ่ง ซึ่งทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นเพื่อเลือกภาพที่ดีที่สุด


รู้หรือไม่ว่า คุณสามารถเลือกดวงตาที่อยู่ในโฟกัสได้!

ลูกศรหมายความว่ามีการตรวจจับดวงตามากกว่าหนึ่งดวง ดันปุ่ม Multi-controller ไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเปลี่ยนดวงตาที่คุณต้องการโฟกัส

 

3. ในสภาพย้อนแสงตัดกับพระอาทิตย์ตกดิน

EOS R5/ EF35mm f/1.4L II USM/ Shutter-priority AE (f/1.4, 1/400 วินาที)/ ISO 3200

 

ใช้ประโยชน์จากไดนามิกเรนจ์อันยอดเยี่ยม: เปิดรับแสงสำหรับสุนัขและฟื้นฟูแสงพระอาทิตย์ตกด้วยกระบวนการปรับแต่งภาพ

คุณอาจทราบดีว่าเมื่อถ่ายภาพในช่วงพระอาทิตย์ตก เราควรเปิดรับแสงสำหรับท้องฟ้าแล้วจึงค่อยฟื้นฟูรายละเอียดส่วนโฟร์กราวด์ในกระบวนการปรับแต่งภาพ อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูรายละเอียดของเงามากเกินไปอาจทำให้รายละเอียดของขนดูไม่ชัดเจน

กล้องระดับสูงรุ่นใหม่ๆ จาก Canon รวมทั้ง EOS R5 และ EOS R6 มีไดนามิกเรนจ์อันยอดเยี่ยมโดยเฉพาะในส่วนไฮไลต์ ซึ่งทำให้การฟื้นฟูรายละเอียดของแสงสว่างโพลนเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก สามารถใช้คุณสมบัตินี้เพื่อเปิดรับแสงสำหรับขนสุนัขด้วยการวัดแสงแบบจุด ในระหว่างกระบวนการปรับแต่งภาพ RAW คุณสามารถลดส่วนไฮไลต์ลงและเปิดรับแสงเพื่อฟื้นฟูแสงพระอาทิตย์ตก ซึ่งทำได้แม้ใน Digital Photo Professional ซึ่งเป็นแอปฟรีของ Canon


ก่อนการปรับแต่ง

เคล็ดลับเกี่ยวกับเลนส์: แหล่งกำเนิดแสงจ้าในเฟรมภาพอาจทำให้เกิดแสงหลอกและแสงแฟลร์ ควรใช้เลนส์ฮูดเพื่อป้องกันปัญหานี้ และจะยิ่งดีหากเลนส์ของคุณมีการเคลือบป้องกันการสะท้อนแบบพิเศษ เช่น Air Sphere Coating (ASC) และ Subwavelength Structure Coating (SWC) (ฉบับภาษาอังกฤษ)


อีกทั้งยังใช้ได้ผลในการถ่ายภาพสุนัขสีขาวและสีดำ

Animal Detection AF สามารถตรวจพบตัวแบบได้อย่างง่ายดายแม้ในสถานการณ์ที่มีความเปรียบต่างต่ำ เช่น สุนัขสีขาวตัดกับแบ็คกราวด์สีขาวหรือดวงตาของสุนัขสีดำ แต่ในสภาพแสงที่จัดการได้ยาก คุณยังคงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าภาพที่ถ่ายได้รับการเปิดรับแสงอย่างเหมาะสม การวัดแสงเฉพาะจุดจะมีประโยชน์ในสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน ควรเปิดรับแสงสำหรับขนเสมอและฟื้นฟูรายละเอียดอื่นๆ ในกระบวนการปรับแต่งภาพ

EOS R5/ EF35mm f/1.4L II USM/ Shutter-priority AE (f/1.4, 1/20 วินาที, EV +3)/ ISO 1000


EOS R5/ EF85mm f/1.4L USM/ Shutter-priority AE (f/2, 1/1600 วินาที, EV +1.3)/ ISO 200

 

การตั้งค่าที่มีประโยชน์: ปุ่มลัดบันทึก/เรียกคืนฟังก์ชันการถ่ายภาพ

ปุ่มลัดการตั้งค่า “บันทึก/เรียกใช้ฟังก์ชันการถ่ายภาพ” ที่กล้อง EOS R5 และ EOS R6 สืบทอดมาจาก EOS-1D X Mark III จะช่วยให้คุณเรียกใช้การตั้งค่าที่จัดเก็บไว้ได้ด้วยการกดปุ่มเดียว มีปุ่มอยู่ไม่กี่ปุ่มที่คุณสามารถกำหนดฟังก์ชันนี้ให้ได้ ส่วนผมกำหนดปุ่มล็อค AE ซึ่งผมไม่ค่อยได้ใช้เนื่องจากผมตั้งปุ่มชัตเตอร์แบบกดลงครึ่งหนึ่งเพื่อล็อคการเปิดรับแสง


ผมใช้ปุ่มลัดนี้เพื่อจัดเก็บการตั้งค่าแบบกำหนดเองสำหรับใช้ในเวลาที่สัตว์ยืนนิ่งๆ ซึ่งหมายถึงการใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ วิธีนี้จะเร็วกว่าการเปลี่ยนโหมด C1 ไปเป็น C3!

 

4. วงกลมแสงโบเก้ในแบ็คกราวด์

EOS R5/ EF85mm f/1.4L IS USM/ Shutter-priority AE (f/1.4, 1/80 วินาที)/ ISO 1600


วงกลมแสงโบเก้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพด้านออพติคอลที่ยอดเยี่ยม

ประสิทธิภาพ AF อันยอดเยี่ยมในสภาวะแสงน้อยของ EOS R5 และ EOS R6 ช่วยให้การถ่ายภาพเวลากลางคืนเป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจ โฟกัสจะอยู่ที่หัวของสุนัขหรือดวงตา (หากอยู่ใกล้พอ) แม้ว่าสุนัขจะเคลื่อนไหวและมีระยะชัดตื้นก็ตาม

เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้จับคู่กล้องกับเลนส์ RF หรือเลนส์เดี่ยว EF ซีรีย์ L รุ่นใหม่ๆ เช่น EF85mm f/1.4L IS USM ซึ่งเป็นเลนส์ที่มีความคมชัดสูงและยังให้คุณภาพของโบ้เก้ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย จากนั้น ให้ถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแหล่งกำเนิดแสงที่เป็นจุดในแบ็คกราวด์ วงกลมโบเก้อันสวยงามที่ถ่ายได้จะเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับภาพใบหน้าที่โดดเด่นน่าประทับใจ

เคล็ดลับเกี่ยวกับเลนส์: ไม่ต้องกังวลไปหากเลนส์ของคุณไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว หากคุณใช้ EOS R5 หรือ EOS R6 ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว (IS ในตัวกล้อง) จะลดการสั่นไหวของกล้องตามการเคลื่อนที่ของกล้องใน 5 แกน

 

เคล็ดลับพิเศษ: ใช้จอภาพแบบปรับหมุนได้เพื่อถ่ายภาพมุมต่ำ

ควรตั้งกล้องให้อยู่ในระดับสายตาของสุนัขหรือต่ำกว่า เพื่อให้ได้ภาพที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณ…


1. สบตากับสุนัขจริงๆ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ได้ดียิ่งขึ้น


2. สร้างโบเก้ในส่วนโฟร์กราวด์เพื่อให้ภาพมีมิติมากยิ่งขึ้น


3. ทำให้สุนัขดูตัวใหญ่ขึ้นและสง่างามมากขึ้น

 

จอภาพแบบปรับหมุนได้รอบทิศสามารถพลิกออกและปรับหมุนได้ คุณจึงสามารถดูภาพได้โดยไม่ต้องนอนลงกับพื้น


หากคุณชื่นชอบการถ่ายภาพนกเช่นกัน Neo ได้เล่าถึงการตั้งค่ากล้องที่เป็นประโยชน์ไว้แล้วใน:
นกโผบิน: การตั้งค่ากล้องเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการถ่ายภาพ

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

Neo Ng

Neo Ng

Neo Ng เป็นอดีตโค้ชบาสเก็ตบอลและอาศัยอยู่ในฮ่องกง ปัจจุบันเขาเป็นช่างภาพอิสระด้านกีฬา สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่าผู้มุ่งมั่นที่จะจับภาพเสี้ยววินาทีสำคัญที่มีการเคลื่อนไหว ในฐานะช่างภาพอย่างเป็นทางการสำหรับทีมกีฬาฮ่องกงหลายทีม เขาได้ร่วมงานกับ Nike Hong Kong Sports Marketing ในยามว่าง อาจพบเห็นเขาทำสิ่งที่รักอย่างการถ่ายภาพนกป่า นอกจากจะเขียนบทความให้กับเว็บไซต์การถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงอย่าง DC Fever เป็นประจำแล้ว Neo ยังจัดเวิร์กช็อปการถ่ายภาพและทัวร์ถ่ายภาพนกอีกด้วย

https://500px.com/neong
https://www.facebook.com/neongphotography/