Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
เคล็บลับการถ่ายภาพ >> All Tips & Tutorials

คำแนะนำการถ่ายภาพนกสำหรับมือใหม่

ถ้าคุณอยากลองถ่ายภาพนก ต่อไปนี้คือคำแนะนำแบบทีละขั้นตอนสำหรับมือใหม่ในการถ่ายภาพนกครั้งแรก ตั้งแต่สิ่งคุณที่ควรเตรียมพร้อม ไปจนถึงสถานที่และเวลาที่ควรถ่ายภาพ และการตั้งค่ากล้องที่แนะนำเพื่อเริ่มต้น

 

ขั้นตอนที่ 1: ต้องใช้อุปกรณ์ใด

เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสยาว

การถ่ายภาพนกเป็นการถ่ายภาพประเภทหนึ่งที่ยิ่งถ่ายระยะไกลได้ยิ่งดี เนื่องจากการเข้าใกล้นกมากเกินไปอาจทำให้นกเกิดความเครียดและบินหนีไป

แม้ว่าทางยาวโฟกัสที่ดีที่สุดที่ควรใช้ขึ้นอยู่กับขนาดของนก ระยะห่างระหว่างคุณกับนก และความใหญ่ของนกที่คุณต้องการให้เป็นในองค์ประกอบภาพ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณต้องใช้ทางยาวโฟกัสเทียบเท่าฟูลเฟรมอย่างน้อย 200 มม. เช่น เลนส์เทเลโฟโต้

กล้องเล็งไปที่ต้นไม้

แสดงมุมรับภาพที่ทางยาวโฟกัสต่างๆ

เคล็ดลับ: ตัวแปลงเลนส์ (หรือที่เรียกกันว่า ท่อต่อเลนส์) สามารถช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ไกลยิ่งขึ้น ควรลองหามาใช้สักอันถ้าเลนส์ของคุณรองรับ


สำหรับการถ่ายภาพนกทั่วไป ไม่สำคัญว่าคุณจะใช้กล้องรุ่นไหนตราบใดที่กล้องช่วยให้คุณถ่ายภาพด้วยทางยาวโฟกัสยาวได้ แต่คุณจะได้เปรียบถ้าใช้กล้อง APS-C เนื่องจากคุณสมบัติการครอป 1.6 เท่า ช่วยให้ถ่ายภาพได้ไกลกว่าการใช้เลนส์เดียวกันบนกล้องฟูลเฟรม

ภาพนกกินปลีที่แสดงเซนเซอร์การครอป

สีดำ: ฟูลเฟรม
สีแดง: แบบ APS-C (ครอป 1.6 เท่า)

ตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพที่ระยะ 200 มม. ด้วยกล้อง APS-C จะได้มุมรับภาพเทียบเท่า 320 มม. บนกล้องฟูลเฟรม ภาพนี้บันทึกด้วยความละเอียดเต็ม ทำให้ครอปและพิมพ์ภาพเพิ่มเติมได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น


คุณสมบัติอื่นๆ ของกล้องที่น่าจับตามอง

- การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง
- AF ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและหนาแน่นขึ้น
- จับ AF ได้รวดเร็วขึ้น


เคล็ดลับ: ทำความคุ้นเคยกับวิธีใช้งานกล้องของคุณ

นกเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก คุณคงไม่อยากสับสนกับอุปกรณ์และพลาดโอกาสถ่ายภาพ! ดังนั้น ควรทำความคุ้นเคยกับวิธีใช้งานกล้องก่อนที่จะถ่ายภาพ


กล้องส่องทางไกล

ก่อนจะเริ่มถ่ายภาพนก คุณต้องหาตำแหน่งที่พวกมันอยู่! กล้องส่องทางไกลดีๆ จะมีประโยชน์อย่างมาก

สำหรับการส่องดูและถ่ายภาพนกทั่วไป แค่มีกล้องส่องทางไกลที่มีกำลังขยาย 8 หรือ 10 เท่าก็น่าจะเพียงพอ ส่วนกล้องส่องทางไกลกำลังขยาย 12 หรือ 14 เท่า จะเหมาะสำหรับส่องดูนกและรายละเอียดเล็กๆ

8x20 IS

10x20 IS

 

การเลือกกล้องส่องทางไกล: ชื่อนั้นสำคัญไฉน

ชื่อกล้องส่องทางไกล

(1) กำลังขยาย: ยิ่งตัวเลขนี้มาก วัตถุยิ่งดูใกล้ขึ้น 
(2) เส้นผ่านศูนย์กลางที่ใช้งานจริงของเลนส์ใกล้วัตถุ: ยิ่งตัวเลขนี้มาก ขอบเขตภาพยิ่งกว้างและภาพที่คุณเห็นจะยิ่งสว่าง
(3) ระบบป้องกันภาพสั่นไหว: ช่วยให้ภาพนิ่ง แม้ใช้กำลังขยายสูง

เกร็ดน่ารู้: ภาพสั่นไหวที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของมือจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อใช้กำลังขยายสูงๆ แต่เทคโนโลยีระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) บนกล้องส่องทางไกลของ Canon จะช่วยให้ภาพนิ่ง และหาตำแหน่งของนกและติดตามพวกมันได้ง่ายขึ้น


ขาตั้งกล้อง

แม้ว่าไม่จำเป็น แต่ควรมีขาตั้งกล้องไว้ขณะที่คุณเฝ้ารอให้ตัวแบบเคลื่อนไหวไปที่ตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงหรือเมื่อใช้เลนส์ที่มีน้ำหนักมาก

 

ขั้นตอนที่ 2: สถานที่และเวลาใดที่ควรหานกเพื่อถ่ายภาพ

ควรไปหานกที่ไหน

สวนสาธารณะและสถานที่ที่มีต้นไม้เป็นตัวเลือกที่ชัดเจน แต่อย่าลืมสถานที่ที่มีหรืออยู่ใกล้บ่อน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือแม้แต่พื้นที่ที่เป็นหนองน้ำ เป็นต้น ลองหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดของนกที่คุณสามารถพบเห็นในท้องถิ่น กลุ่มนักชมนกในท้องถิ่นของคุณอาจมีฐานข้อมูลด้วย เช่น Singapore Birds Project (ฉบับภาษาอังกฤษ) นอกจากนี้ คุณอาจต้องมีคู่มือภาคสนามที่ช่วยในการระบุพันธุ์นกเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: Avibase - รายการตรวจสอบนกทั่วโลก: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฉบับภาษาอังกฤษ): ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสายพันธุ์นก พร้อมภาพถ่ายและบันทึกเสียงร้อง 

หงส์สองตัวบนผิวน้ำ

EOS R/ RF800mm f/11 IS STM/ Aperture-priority AE (f/11, 1/2500 วินาที, EV -0.3)/ ISO 800

นอกจากเป็ดและหงส์แล้ว ยังมีนกสายพันธุ์อื่นๆ อีกมากมายที่คุณอาจพบได้ในหรือใกล้แหล่งน้ำ เช่น นกกระเต็น นกกระยาง หรือนกนักล่าที่กินปลา เช่น นกอินทรีทะเล

เคล็ดลับ: การถ่ายภาพสวยๆ ของนกที่กำลังโผบินเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า!  นกที่ถ่ายภาพได้ง่ายที่สุดคือนกตัวใหญ่ๆ และเคลื่อนที่ช้า ด้วยเหตุนี้ ควรลองใช้วิธีต่างๆ กันในการจัดเฟรมภาพ โดยมองหาองค์ประกอบ เช่น เส้นหรือความสมมาตร 


เวลาที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพคือเมื่อใด

โดยทั่วไป นกสายพันธุ์ส่วนใหญ่จะออกหากินแต่เช้าตรู่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังจากพระอาทิตย์ขึ้น และในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงเย็นไม่กี่ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก

ภาพนกกระเต็นในช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเป็นสีทอง

EOS R6/ RF800mm f/11 IS STM + Extender RF 2x/ Aperture-priority AE (f/22, 1/500 วินาที, EV +1.3)/ ISO 10,000

แสงสวยช่วยได้ เช่นเดียวกับการถ่ายภาพแบบอื่นๆ ควรใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเป็นสีทอง

เคล็ดลับ: การเว้นพื้นที่ว่างทางลบบ้างสามารถช่วยให้องค์ประกอบภาพน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพนี้ช่วยดึงความสนใจของเราไปที่สายตาของนกกินเปี้ยวที่มองไกลออกไป

เคล็ดลับอื่นๆ ในการเตรียมตัว

- คุณต้องไม่โดดเด่นจากสภาพแวดล้อมโดยรอบมากนัก ควรสวมใส่เสื้อผ้าหม่นๆ โทนสีกลาง
- ใช้กระเป๋าเป้เพื่อให้มือของคุณว่าง คุณต้องใช้มือทั้งสองข้างถือกล้องไว้ให้มั่นคง


ข้อควรรู้: “การหลอกล่อ” นกป่าเพื่อถ่ายภาพนั้นเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน

หากคุณกำลังคิดจะให้อาหารนกป่าเพื่อถ่ายภาพ คุณอาจต้องคิดดูใหม่ คนมากมายรวมถึงช่างภาพต่างไม่ยอมรับวิธีนี้ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อตัวนกและเปลี่ยนพฤติกรรมตามธรรมชาติของนกได้ อีกทั้งยังเป็นการทำผิดกฎหมายในสถานที่สาธารณะบางแห่ง

 

ขั้นตอนที่ 3: ควรใช้การตั้งค่าแบบใด

โดยทั่วไป:
- ความเร็วชัตเตอร์สูง
- รูรับแสงแคบ
- ISO อัตโนมัติ
- Servo AF
- การถ่ายภาพต่อเนื่อง


ความเร็วชัตเตอร์: เริ่มต้นด้วย 1/500 วินาทีหรือเร็วกว่านั้น

นกแก้วมาคอว์ที่กำลังโผบิน

EOS R5/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 254 มม./ Manual exposure (f/7.1, 1/2000 วินาที)/ ISO 400

ความเร็วจริงขึ้นอยู่กับว่านกกำลังเคลื่อนไหวมากน้อยแค่ไหน 1/500 วินาทีอาจเพียงพอแล้วถ้านกค่อนข้างอยู่นิ่ง แต่คุณต้องใช้อย่างน้อย 1/1,000 วินาทีเพื่อจับภาพนิ่งของนกที่กำลังโผบิน

เคล็ดลับ: ถ่ายภาพที่ระดับสายตาของนก เพื่อให้ภาพถ่ายของคุณดูน่าประทับใจยิ่งขึ้น


...แต่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำสามารถสร้างความมีมิติได้

ภาพถ่ายนกด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ

EOS R/ RF800mm f/11 IS STM/ Aperture-priority AE (f/11, 1/40 วินาที)/ ISO 1600

ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวย คุณสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เพื่อสร้างภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวและเพิ่มการเคลื่อนไหวให้กับภาพได้ ถ้าคุณชอบความท้าทาย ให้ลอง แพนกล้องถ่ายภาพนกที่กำลังโผบิน!

เคล็ดลับ: อย่าลืมว่าความเร็วชัตเตอร์จะส่งผลต่อองค์ประกอบต่างๆ นอกเหนือจากสิ่งที่คุณพยายามเปลี่ยนให้เป็นภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว ดังนั้น ควรหาความเร็วที่ให้ความสมดุลที่สุด

 

รูรับแสง: อาจแคบกว่าที่คุณคิด

นกแขกเต้าสีเขียว

EOS R6/ RF800mm f/11 IS STM + Extender RF 2x/ FL: 1600 มม./ Aperture-priority AE (f/22, 1/320 วินาที, EV +0.3)/ ISO 12800

เมื่อใช้ทางยาวโฟกัสยาวๆ ระยะชัดจะตื้นมากจนคุณสามารถสร้างโบเก้ที่สวยงามได้ด้วยค่า f/22

เคล็ดลับ: ตัวแบบของคุณต้องอยู่ภายในระนาบโฟกัส แล้วเพิ่มความไวแสง ISO ถ้าคุณต้องการความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น


AF: AF ด้วยปุ่มด้านหลัง โหมด Servo AF

ใช้โหมด Servo AF และเปิดใช้งาน AF ต่อเนื่อง เพื่อให้กล้องติดตามนกได้แม้ขณะที่มันเคลื่อนไหว แต่ถ้านกอยู่นิ่งมาก คุณน่าจะถ่ายภาพสวยๆ ได้ด้วย One-Shot AF

ตั้งค่ากล้องของคุณให้ใช้ AF ด้วยปุ่มด้านหลัง เพื่อที่ว่าถ้าจำเป็นต้องจัดองค์ประกอบภาพใหม่หลังจากจับโฟกัสได้ การกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งจะไม่ทำให้กล้องปรับโฟกัสไปที่สิ่งอื่น

โหมดพื้นที่ AF ที่ใช้พื้นที่ AF ทั้งหมดอย่างโหมดการตรวจจับใบหน้า + การติดตามควรใช้งานได้ในฉากส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ถ้าแบ็คกราวด์ยุ่งเหยิงหรือถ้าคุณกำลังถ่ายภาพนกขณะโผบิน คุณอาจต้องใช้โหมดพื้นที่ AF ที่เล็กลง เช่น Zone AF หรือ Large Zone AF เพื่อลดโอกาสที่ AF จะ “เคลื่อน”


ต้องแน่ใจว่าดวงตาของนกอยู่ในโฟกัสที่คมชัด

ภาพโคลสอัพของนกทูแคน

EOS R6/ RF70-200mm f/2.8L IS USM/ FL: 147 มม./ Manual exposure (f/2.8, 1/800 วินาที)/ ISO 400

การถ่ายภาพนกนั้นเหมือนกับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ตรงที่ดวงตาต้องคมชัด โดยเฉพาะภาพถ่ายช่วงศีรษะอย่างเช่นภาพนี้ ควรใช้รูรับแสงแคบๆ ตามที่จำเป็น

เคล็ดลับ: ลองใส่ประกายตาเข้าไปในภาพ วิธีนี้จะทำให้ตัวแบบดูมีชีวิตชีวามากขึ้น


เหยี่ยวที่กำลังโผบิน

EOS R5/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 324 มม./ Manual exposure (f/7.1, 1/5000 วินาที)/ ISO 800

สำหรับนกที่กำลังบิน การจับโฟกัสที่ดวงตาอย่างแม่นยำอาจทำได้ยากยิ่งกว่า อย่างน้อยต้องแน่ใจว่าส่วนหัวอยู่ในโฟกัส

เกร็ดน่ารู้: คุณสมบัติ Animal Detection AF ของ Canon ที่เปิดตัวในกล้อง EOS R5 และ EOS R6 ไม่ได้ตรวจจับลำตัวและส่วนหัวของนกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังตรวจจับดวงตาของพวกมันอีกด้วย! 

 

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด: สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ

สิ่งที่ไม่ควรทำ...

- เข้าใกล้รังนก เพราะอาจทำให้นกทิ้งรังและลูกของมัน
- เข้าใกล้นกมากเกินไป ถ้านกแสดงอาการเครียด ให้ถอยออกมา
- เคลื่อนไหวฉับพลันและส่งเสียงดัง ควรสงบนิ่งและเงียบเข้าไว้ แม้ว่าคุณจะเห็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น

สิ่งที่ควรทำ...

- หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชเท่าที่ทำได้ เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้นกรู้สึกกลัว แต่อาจทำให้นกบางตัวตาบอดได้
- หาข้อมูลเกี่ยวกับนกและพฤติกรรมของพวกมัน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ของคุณ แต่ยังช่วยให้คาดเดาการเคลื่อนไหวของนกได้ดียิ่งขึ้นด้วย!
- เคารพนกและถิ่นที่อยู่ของพวกมัน ควรระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณ แล้วถ่ายภาพและทิ้งไว้เฉพาะรอยเท้าเท่านั้น
- เคารพช่างถ่ายภาพนก/นักชมนกคนอื่นๆ

นกเค้าแมวหิมะ

EOS R6/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 500 มม./ Manual exposure (f/7.1, 1/4000 วินาที)/ ISO 1600

- อดทน คุณอาจต้องอยู่นิ่งในตำแหน่งเดิมเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่นกจะเริ่มคุ้นเคยกับคุณ นกที่เกาะกิ่งไม้อยู่อาจหันหน้าหนีคุณในตอนแรก แต่ถ้าคุณรออยู่เงียบๆ สักครู่ นกตัวนั้นอาจหันหน้ามาและเปิดโอกาสให้คุณถ่ายภาพได้ดีขึ้น

 

---

ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพ!


อ่านบทสัมภาษณ์ช่างถ่ายภาพนกผู้มีประสบการณ์ของเราได้ที่:
ค้นพบวิธีการที่ช่างภาพ เอ็ดวิน มาร์ทิเนส ถ่ายภาพนกพัฟฟินแอตแลนติกด้วย EOS R
หลงใหลไปกับแหล่งธรรมชาติเมืองไทย

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!