ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

ผลิตภัณฑ์ >> ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด In Focus: ข้อมูลจำเพาะของเลนส์ RF- Part13

เลนส์ RF600mm และ 800mm รุ่นใหม่ของ Canon: เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่คุณเป็นเจ้าของได้

2020-07-27
13
9.03 k
ในบทความนี้:

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2020 Canon ได้เปิดตัวเลนส์เดี่ยวซูเปอร์เทเลโฟโต้รุ่นใหม่สำหรับเมาท์ RF สองรุ่น ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา และราคาที่เป็นมิตรจนเหลือเชื่อ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM จึงเป็นเลนส์ที่จะมอบความสุขในการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ให้กับผู้คนได้มากกว่าที่เคย มาดูรายละเอียดคุณสมบัติของเลนส์เหล่านี้กัน

 

ถ่ายภาพโคลสอัพให้สวยงามได้ง่ายดายขึ้น

จนถึงปัจจุบัน เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้แทบจะไม่ทำให้คุณนึกถึงคำว่า "กะทัดรัด" "น้ำหนักเบา" และ "ราคาไม่แพง" แต่สิ่งนี้จะเปลี่ยนไปด้วยเลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM เนื่องจากได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การถ่ายภาพซูเปอร์เทเลโฟโต้เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้รักการถ่ายภาพ เลนส์เหล่านี้จึงได้รับการออกแบบมาให้เป็นเลนส์รุ่นใหม่ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนกป่า สัตว์ป่า เครื่องบิน และการแข่งขันกีฬา!

ภาพซูเปอร์เทเลโฟโต้ของนักกรีฑา เครื่องบิน และลิง

ที่ระยะ 600 มม. หรือ 800 มม. คุณจะสามารถจับภาพแคนดิดแบบโคลสอัพของสีหน้าสัตว์ป่าที่กำลังระมัดระวังตัว อารมณ์ดุดันบนใบหน้าของนักกีฬาเมื่อถึงจุดสูงสุดของการแข่งขัน หรือแม้แต่เครื่องบินที่กำลังบินสูงขึ้นไปในท้องฟ้า

 

ปัจจัยสำคัญ 3 ข้อที่นำไปสู่ดีไซน์ราคาไม่แพง กะทัดรัด และมีน้ำหนักเบา

"ราคาไม่แพง" "น้ำหนักเบา" และ "กะทัดรัด" มักจะเป็นคำสุดท้ายที่เราใช้ในการบรรยายเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ แต่ Canon สามารถสร้างเลนส์เหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร และไม่ใช่แค่เพียงหนึ่งรุ่น แต่มีถึงสอง

มีคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญสองข้อซึ่งเป็นรากฐานของเลนส์รุ่นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมเหล่านี้
- คุณลักษณะของเมาท์ RF: เส้นผ่านศูนย์กลางเมาท์ขนาดใหญ่และระยะห่างจากท้ายเลนส์ถึงเซนเซอร์ที่สั้น ช่วยรักษาคุณภาพของภาพให้อยู่ในระดับสูง
- ดีไซน์ของท่อเลนส์แบบหดกลับได้ (รวมกลไกการล็อค): ผู้ใช้จะยืดท่อเลนส์ออกมาเพื่อถ่ายภาพ และหดกลับเข้าไปเพื่อจัดเก็บ


จากพื้นฐานเหล่านี้ นักพัฒนาเลนส์ของ Canon ได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติสามข้อในการออกแบบเลนส์ให้มีขนาดเล็กและเบาลงได้ ผลจากความทุ่มเทคือเลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ที่มีน้ำหนักเบากว่าเลนส์ในเวอร์ชัน EF ในปัจจุบันถึง 70% และยังสั้นและเล็กกว่ามากแม้จะยืดออกมาจนสุดแล้ว


ความแตกต่างด้านขนาดและน้ำหนักของเลนส์ RF800mm และ RF600mm f/11 IS STM เทียบกับ EF800mm และ EF600mm


ความแตกต่างด้านขนาดและน้ำหนักของเลนส์ RF800mm และ RF600mm f/11 IS STM เทียบกับ EF800mm และ EF600mm

 

จุดสำคัญที่ 1: รูรับแสงคงที่ที่ f/11

ค่า f/11 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ดีเยี่ยมในฉากหลากหลายแบบ
และยังทำให้เลนส์สะดวกต่อการพกพา คุณจะใช้เลนส์นี้บ่อยกว่าที่คิด!

รูรับแสงกว้างสุดที่ f/11 อาจฟังดูแคบ แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งรูรับแสงกว้างสุดกว้างขึ้นเท่าใด เลนส์ก็จะมีขนาดใหญ่และหนักขึ้นเท่านั้น

สำหรับกล้อง DSLR เลนส์ f/11 จะทำให้ภาพใน OVF มืดและมองเห็นได้ยาก แต่หากเป็น EVF ที่มีในกล้องระบบ EOS R แสงในช่องมองภาพจะทำให้คุณมองเห็นฉากที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างสว่างชัดเจนแม้ใช้ค่า f/11 และการจำลองระดับแสงยังช่วยให้คุณปรับค่าการเปิดรับแสงเพื่อให้ได้ระดับแสงที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วย

ภาพโคลสอัพของภาพใน EVF


หากรูรับแสงที่กว้างสุดแคบกว่า คุณจะพบว่าตนเองต้องถ่ายภาพโดยใช้ค่าความไวแสง ISO สูงบ่อยขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการลดจุดรบกวนอันยอดเยี่ยมของระบบ EOS R จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจุดรบกวนในภาพที่เกิดจากค่าความไวแสง ISO สูงนั้นแทบจะไม่ปรากฏให้เห็น

แม้คุณจะไม่สามารถปรับการตั้งค่ารูรับแสงเพื่อเปลี่ยนระยะชัด แต่ในการใช้งานจริง ค่า f/11 ถือว่าเพียงพอสำหรับฉากหลากหลายแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้คู่กับคุณสมบัติการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยอันยอดเยี่ยมของกล้อง EOS R ความจริงแล้ว รูรับแสงคงที่ที่ f/11 นั้นมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เนื่องจากการที่ไม่มีกลไกการปรับรูรับแสงจะทำให้คุณได้ใช้เลนส์ที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดเล็กกว่าซึ่งสามารถพกพาติดตัวไปได้ง่ายดายกว่า

ภาพโคลสอัพของกระรอกที่ 800 มม. พร้อมโบเก้ในแบ็คกราวด์ที่สวยงาม

EOS R/ RF800mm f/11 IS STM/ FL: 800 มม./ Aperture-priority AE (f/11, 1/125 วินาที)/ ISO 1600/ WB: แสงแดด

ค่า f/11 ไม่เพียงแต่ทำให้คุณถ่ายรายละเอียดของตัวแบบได้อย่างคมชัดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในการสร้างแบ็คกราวด์เบลอที่นุ่มนวลและสวยงามได้ด้วย

* เนื่องจากค่ารูรับแสงจะอยู่คงที่ที่ f/11 เมื่อถ่ายภาพในโหมด Av, Tv, P และ Fv กล้องจะไม่สามารถปรับค่า f เพื่อชดเชยการตั้งค่าการเปิดรับแสงอื่นๆ ได้ ให้ใช้โหมด ISO อัตโนมัติเพื่อให้ได้ระดับแสงที่เหมาะสมโดยการปรับค่าความไวแสง ISO

 

จุดสำคัญที่ 2: (ยังคง) สามารถโฟกัสอัตโนมัติได้ที่ f/11

ใช่แล้ว คุณยังคงสามารถใช้การโฟกัสอัตโนมัติที่ว่องไวและแม่นยำได้อยู่

เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้มักมีระยะชัดตื้นโดยธรรมชาติ ซึ่งทำให้คุณได้โบเก้ที่สวยงามแม้ใช้ค่า f/11 แต่ก็ยังทำให้คุณพอใจกับตัวช่วยในการโฟกัสอัตโนมัติ (AF) ที่คุณจะได้ใช้ด้วย!

ภาพกระรอกแสดงพื้นที่ AF 40% x 60%

เมื่อใช้เลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM จะสามารถใช้ Phase Detection AF ได้ครอบคลุม 40% × 60% (แนวนอน × แนวตั้ง) ของพื้นที่ภาพ ซึ่งเป็นผลจากระบบ Dual Pixel CMOS AF ของกล้องในระบบ EOS R ด้วย ซึ่งสามารถจับโฟกัสได้แม้ที่ f/11 จึงไม่ใช่การกล่าวเกินจริงเลยหากจะพูดว่า Canon ประสบความสำเร็จในการออกแบบเลนส์ f/11 ที่มีความสามารถอันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

กลไก AF ของเลนส์ถูกขับเคลื่อนโดย STM แบบลีดสกรูซึ่งช่วยให้จับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำระหว่างการถ่ายภาพนิ่ง รวมทั้งให้การติดตามโฟกัสที่ราบรื่นและไม่สะดุดในระหว่างการถ่ายวิดีโอ

 

จุดสำคัญที่ 3: ชิ้นเลนส์ DO คุณสมบัติหลากหลายเปี่ยมประสิทธิภาพ

ปรับปรุงการออกแบบออพติคด้วยชิ้นเลนส์หนึ่งชิ้นที่สามารถทำหน้าที่แทนชิ้นเลนส์ได้ถึงสามชิ้น

เลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ใช้ชิ้นเลนส์ DO (ฉบับภาษาอังกฤษ) สองชั้นแบบไร้ช่องว่างซึ่งทำจากวัสดุชนิดใหม่ DO หมายถึง “ออพติคแบบกระจายแสง” (Diffractive Optics) และมีคุณสมบัติทางออพติคเช่นเดียวกับชิ้นเลนส์แก้ความคลาดทรงกลม รวมถึงความสามารถในการแก้ไขความคลาดสีที่เหนือกว่าเลนส์ฟลูออไรต์และเลนส์ UD

เนื่องจากเลนส์ DO เพียงชิ้นเดียวสามารถให้เอฟเฟ็กต์ในการแก้ไขเท่าเลนส์หลายชิ้น จึงช่วยลดจำนวนชิ้นเลนส์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อให้ได้ภาพคุณภาพสูง ทำให้คุณถ่ายภาพคุณภาพสูงที่คมชัดและมีความเปรียบต่างที่สวยงามได้ในดีไซน์ที่มีน้ำหนักเบากว่า

นกตัวจิ๋วบนต้นไม้ที่ระยะ 600 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM/ FL: 600 มม./ Aperture-priority AE (f/11, 1/400 วินาที)/ ISO 1600/ WB: แสงแดด

 

ถ่ายภาพคมชัดในฝันของคุณด้วยมือโดยใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้

เล็กกว่า เบากว่า ป้องกันภาพสั่นไหว และคุณสมบัติอื่นๆ เพื่อความพร้อมสำหรับฉากหลากหลายแบบ!

การถ่ายภาพด้วยมือโดยใช้เลนส์ RF600mm f/11 IS STM

เมื่อถ่ายภาพด้วยเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ การขยับกล้องหรือเลนส์เพียงนิดเดียวก็อาจทำให้เกิดภาพเบลอจากการสั่นของกล้องที่เห็นได้ชัดในภาพ ซึ่งทำให้การถ่ายภาพโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม นอกจากจะมีโครงสร้างที่เล็กและเบากว่าซึ่งทำให้ถ่ายภาพด้วยมือได้ง่ายขึ้นแล้ว เลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ยังมาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอลอันทรงพลัง (IS แบบออพติคอล) ที่ช่วยในการถ่ายภาพด้วยมือ คุณจึงสามารถถ่ายภาพได้ในฉากที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น


เอฟเฟ็กต์การป้องกันภาพสั่นไหว
เลนส์ RF600mm f/11 IS STM: เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5 สต็อป
เลนส์ RF800mm f/11 IS STM: เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 4 สต็อป

เลนส์ RF800mm f/11 IS STM (ปิด IS)
ภาพโคลสอัพของกระรอกที่ 800 มม. พร้อมโบเก้ในแบ็คกราวด์ที่สวยงาม

เลนส์ RF800mm f/11 IS STM (เปิด IS)
ภาพโคลสอัพของกระรอกที่ 800 มม. พร้อมโบเก้ในแบ็คกราวด์ที่สวยงาม

เลนส์สองรุ่นนี้เข้าคู่กับกล้องในระบบ EOS R ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อทั้งเลนส์และกล้องของคุณต่างก็มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด คุณจะถือได้อย่างสะดวกสบายขึ้นมาก แล้วคุณจะได้พบกับการถ่ายภาพที่มีความสุขและไม่เหนื่อยล้าแม้ใช้เวลานาน ซึ่งคุณมีโอกาสลั่นชัตเตอร์ได้มากอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: เราจะกำหนดสต็อปของระบบป้องกันภาพสั่นไหวได้อย่างไร

 

คุณสมบัติมากมายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของคุณ

ประสิทธิภาพที่คุ้มค่าที่จะทำให้คุณหลงรักการใช้เลนส์นี้มากยิ่งขึ้น

วงแหวนควบคุม ซึ่งได้กลายมาเป็นคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์ RF มีสีเงิน และสามารถกำหนดให้เป็นตัวควบคุมการชดเชยแสง ค่าความไวแสง ISO หรือความเร็วชัตเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

แม้เลนส์จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ก็อาจยังคงมีปัญหาเรื่องความสมดุลเมื่อตั้งกล้องลงบนขาตั้งกล้อง เมาท์สำหรับขาตั้งกล้องภายในตัวทำจากโลหะเพื่อความมั่นคงเป็นพิเศษจะช่วยให้คุณติดตั้งขาตั้งกล้องเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงที่มากยิ่งขึ้น

แผงสวิตช์ เมื่อมองจากด้านบน
- สวิตช์จำกัดโฟกัส
ช่วง AF: 12 ม.-∞ (RF600mm f/11 IS STM)
ช่วง AF: 20 ม.-∞ (RF800mm f/11 IS STM)
- สวิตช์ AF/MF
- สวิตช์เปิด/ปิด IS

A: วงแหวนควบคุม
B: เมาท์สำหรับขาตั้งกล้อง
C: วงแหวนล็อค

 

เข้าใกล้ได้มากขึ้นด้วยท่อต่อเลนส์ RF รุ่นใหม่

RF Extender 1.4x, RF Extender 2x

ทั้งเลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM สามารถใช้ได้กับท่อต่อเลนส์รุ่นใหม่ของ Canon นั่นคือ Extender RF 1.4x และ Extender RF 2x

และสามารถใช้งานทั้ง AF และ IS ได้ไม่ว่าจะติดตั้งท่อต่อเลนส์รุ่นใด

ทางยาวโฟกัสและรูรับแสงกว้างสุด

เลนส์ Extender RF 1.4x Extender RF 2x
RF600mm f/11 IS STM 840 มม. f/16 1200 มม. f/22
RF800mm f/11 IS STM 1120 มม. f/16 1600 มม. f/22


รถไฟความเร็วสูงถ่ายที่ระยะ 1200 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM + Extender RF 2x/ FL:1200 มม./ Manual exposure (f/22, 1/250 วินาที)/ ISO 800/ WB: แสงแดด

 

RF600mm f/11 IS STM


โครงสร้างเลนส์ RF600mm f/11 IS STM

A: เลนส์ DO

 

ข้อมูลจำเพาะ
โครงสร้างเลนส์: 10 ชิ้นเลนส์ใน 7 กลุ่ม
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 4.5 ม.
กำลังขยายสูงสุด: 0.14 เท่า
เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์: 82 มม.
ขนาด: φ93 x 269.5 มม. (ขณะถ่ายภาพ)/199.5 มม. (เมื่อหดเก็บ)
น้ำหนัก: 930 ก. โดยประมาณ

เลนส์ RF600mm บนกล้อง EOS R


เลนส์ฮูด: ET-88B (ขายแยกต่างหาก)

 

RF800mm f/11 IS STM


โครงสร้างเลนส์ RF800mm

A: เลนส์ DO

 

ข้อมูลจำเพาะ
โครงสร้างเลนส์: 11 ชิ้นเลนส์ใน 8 กลุ่ม
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 6.0 ม.
กำลังขยายสูงสุด: 0.14 เท่า
เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์: 95 มม.
ขนาด: φ93 x 351.8 มม. (ขณะถ่ายภาพ)/281.8 มม. (เมื่อหดเก็บ)
น้ำหนัก: 1,260 ก. โดยประมาณ

เลนส์ RF800mm บนกล้อง EOS R


เลนส์ฮูด: ET-101 (มีจำหน่ายแยกต่างหาก)

 

ภาพตัวอย่าง

ภาพโคลสอัพของคลื่นที่ระยะ 600 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM/ FL: 600 มม./ Aperture-priority AE (f/11, 1/800 วินาที)/ ISO 1000/ WB: แสงแดด


พระจันทร์ที่ระยะ 1600 มม.

EOS R/ RF800mm f/11 IS STM + Extender RF 2x/ FL:1600 มม./ Manual exposure (f/22, 1/10 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด


ภาพโคลสอัพของลิงที่ระยะ 600 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM / FL: 600 มม./ Manual exposure (f/11, 1/160 วินาที)/ ISO 1600/ WB: แสงแดด

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเลนส์ RF ได้ที่:
จุดโฟกัส: เลนส์ RF

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

บทความที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา