ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ

หรือค้นหาโดย

หัวข้อ

Article
Article

Article

e-Book
e-Book

e-Book

Video
Video

Video

Campaigns
Campaigns

Campaigns

Architecture
กล้องคอมแพค

กล้องคอมแพค

Architecture
DSLRs

DSLRs

Architecture
การถ่ายวีดิโอ

การถ่ายวีดิโอ

Architecture
ภาพดาราศาสตร์

ภาพดาราศาสตร์

Architecture
กล้องมิลเลอร์เลส

กล้องมิลเลอร์เลส

Architecture
ภาพสถาปัตยกรรม

ภาพสถาปัตยกรรม

Architecture
เทคโนโลยีของแคนนอน

เทคโนโลยีของแคนนอน

Architecture
การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

การถ่ายภาพในขณะที่มีแสงน้อย

Architecture
การสัมภาษณ์ช่างภาพ

การสัมภาษณ์ช่างภาพ

Architecture
ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพวิวทิวทัศน์

Architecture
การถ่ายภาพมาโคร

การถ่ายภาพมาโคร

Architecture
การถ่ายภาพกีฬา

การถ่ายภาพกีฬา

Architecture
การถ่ายภาพท่องเที่ยว

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

Architecture
การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ

Architecture
แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

แนวคิดการถ่ายภาพและการประยุกต์ใช้

Architecture
การถ่ายภาพสตรีท

การถ่ายภาพสตรีท

Architecture
กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม

Architecture
เลนส์และอุปกรณ์เสริม

เลนส์และอุปกรณ์เสริม

Architecture
Nature & Wildlife Photography

Nature & Wildlife Photography

Architecture
การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรต

Architecture
การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพกลางคืน

Architecture
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

Architecture
โซลูชั่นการพิมพ์

โซลูชั่นการพิมพ์

Architecture
รีวิวผลิตภัณฑ์

รีวิวผลิตภัณฑ์

Architecture
การถ่ายภาพงานแต่งงาน

การถ่ายภาพงานแต่งงาน

ผลิตภัณฑ์ >> ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด In Focus: บทวิจารณ์ระบบ EOS R- Part3

7 เหตุผลในการอัปเกรดจาก EOS R เป็น EOS R5

2021-06-24
2
1.49 k
ในบทความนี้:

แม้ว่า EOS R และ EOS R5 ดูเผินๆ แล้วค่อนข้างคล้ายกัน แต่ EOS R5 ที่เป็นรุ่นใหม่กว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงได้รับการปรับปรุงตามเสียงตอบรับของผู้ใช้ EOS R ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้คือกล้องที่แตกต่างจากเดิมอย่างมากในแง่ของคุณภาพของภาพ ประสิทธิภาพของโฟกัสอัตโนมัติ ฟังก์ชั่น ความสามารถในการใช้งาน และความเหมาะมือ มาดูเหตุผลสำคัญ 7 ข้อต่อไปนี้ว่าทำไมการอัปเกรดถึงคุ้มค่า แม้คุณไม่คิดจะใช้ฟังก์ชั่นวิดีโอ 8K ในอนาคต (เรื่องโดย: Kazuo Nakahara, Digital Camera Magazine)

1) ประสบการณ์การดูภาพ
2) Rolling Shutter
3) ความละเอียดและคุณภาพของภาพ
4) ช่องใส่การ์ดคู่
5) ความสามารถในการตรวจจับตัวแบบ
6) IS ในตัวกล้อง
7) ส่วนควบคุมและอินเทอร์เฟซ

 

1. ประสบการณ์การดูภาพ

ความละเอียดสูงกว่า ทำงานราบรื่นกว่า

แม้ว่าช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) ของ EOS R และ EOS R5 มีขนาดพอๆ กัน แต่ช่องมองภาพของ EOS R5 มีความละเอียดสูงกว่าของ EOS R ราว 50% ทำให้การแสดงผลดูราบรื่นมากจนคุณแทบจะมองไม่เห็นแต่ละพิกเซลในช่องมองภาพ

EOS R5 ยังมีตัวเลือกเมนูแสดงผล ‘นุ่มนวล’ ที่เพิ่มอัตราเฟรมการแสดงผลของช่องมองภาพเป็นสองเท่าถึง 120 fps โดยประมาณ เพื่อให้มองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้าได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

 

ถ้าอยากรู้ว่าอัตราการแสดงผล 60 fps และ 120 fps ต่างกันอย่างไร ให้ลองนึกภาพหนังสือกรีด (Flip book) สองเล่ม ซึ่งหมายถึงหนังสือที่มีภาพต่างๆ เป็นชุดซึ่งจะกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวเมื่อคุณพลิกกระดาษอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ในการแสดงภาพต่อเนื่อง 1 วินาทีของรถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ หนังสือกรีดเล่มหนึ่งมี 60 หน้า (ภาพ) และอีกเล่มมี 120 หน้า ถ้าเราพยายามทำให้ภาพต่อเนื่อง “ฉายซ้ำ” ด้วยความเร็วที่ใช้จริง ภาพแต่ละภาพในหนังสือที่มี 60 หน้าจะแสดงนานกว่าเมื่อเทียบกับหนังสือที่มี 120 หน้า ผลลัพธ์ก็คือ ภาพเคลื่อนไหวของหนังสือ 120 หน้าจะดูราบรื่นกว่านั่นเอง

 

2. เอฟเฟ็กต์ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์

ลดความบิดเบี้ยวจาก Rolling Shutter

*ภาพนี้ใช้เป็นภาพประกอบเท่านั้น

ในระหว่างการเปิดรับแสงของชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ (โหมด ‘ชัตเตอร์แบบเงียบ’ ของกล้อง EOS R) ความล่าช้าระหว่างเวลาในการอ่านพิกเซลแถวบนสุดกับแถวล่างสุดบนเซนเซอร์ภาพสามารถทำให้เกิดความบิดเบี้ยวในภาพที่มีวัตถุเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Rolling Shutter’ อย่างไรก็ตาม สำหรับกล้อง EOS R5 การอ่านข้อมูลของเซนเซอร์ภาพมีความเร็วสูงขึ้นมาก ซึ่งหมายความว่าจะเห็น Rolling Shutter ได้น้อยลง

 

EOS R

EOS R5

ลองดูรูปร่างของประตูและหน้าต่างในภาพรถไฟความเร็วสูงด้านบน คุณสังเกตไหมว่าภาพที่ถ่ายด้วย EOS R5 มีความบิดเบี้ยวน้อยกว่า

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างชัตเตอร์กล ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ และม่านชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์แรกได้ที่:
โหมดชัตเตอร์และโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง: ควรใช้แต่ละโหมดเมื่อใด

 

3. ความละเอียดและคุณภาพของภาพ

ความละเอียดอันน่าทึ่งที่มีดีมากกว่าจำนวนพิกเซล

EOS R5 ไม่เพียงแต่มีระบบประมวลผลภาพใหม่ DIGIC X ที่รวดเร็วกว่าและทรงพลังมากกว่าเดิม แต่ยังมีเซนเซอร์ภาพ CMOS แบบใหม่ที่มีความละเอียดภาพสูงขึ้น 50% จุดรบกวนบนภาพน้อยลง รวมถึงการอ่านและประมวลผลข้อมูลเร็วกว่าของ EOS R คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนช่วยให้มีความไวแสง ISO ดั้งเดิมสูงขึ้นและค่า Digital Lens Optimizer “สูง” แบบใหม่ ซึ่งส่งผลให้คุณภาพของภาพดีขึ้น ความจริงแล้ว EOS R5 ให้ความละเอียดที่คมชัดกว่า EOS 5DS R (ฉบับภาษาอังกฤษ) ที่มีความละเอียด 50.6 ล้านพิกเซล


อาคารเหล่านี้มีเส้นที่รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งเหมาะสำหรับการทดสอบความละเอียดของภาพ ผมถ่ายภาพที่ f/8 โดยทิ้งระยะห่างเล็กน้อยและเปรียบเทียบรายละเอียดในภาพที่ถ่ายได้ และเปิดใช้งาน Digital Lens Optimizer

เลนส์ที่ใช้: RF24-70mm f/2.8L IS USM


A: กลางภาพ

EOS R

EOS R5


B: มุมภาพ

EOS R

EOS R5

 

4. ช่องใส่การ์ดคู่

เพื่อความเชื่อถือได้ในระดับมืออาชีพ

ช่องใส่การ์ดคู่เพิ่มความเชื่อถือได้: คุณสามารถใช้หนึ่งช่องในการสำรองไฟล์ภาพอัตโนมัติ EOS R5 มีช่องใส่การ์ดหนึ่งช่องที่รองรับการ์ด SD ที่ใช้กันทั่วไป (UHS-I/UHS-II) และช่องใส่การ์ดอีกช่องที่รองรับการ์ด CFexpress Type B ซึ่งทำให้มีความเร็วในการอ่านและเขียนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งการ์ด CFexpress Type B ยังทนทานมากกว่าด้วยคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดีกว่า


ข้อควรรู้: ในอนาคตอาจมีการใช้งานการ์ด CFexpress Type B อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น โดยมีการนำมาใช้ในกล้องรุ่นเรือธงระดับมืออาชีพจากผู้ผลิตกล้องหลายรายแล้ว ตัวอย่างเช่น EOS-1D X Mark III ของ Canon

 

5. ความสามารถในการตรวจจับตัวแบบ

ศีรษะมนุษย์และดวงตา ใบหน้า และลำตัวของสัตว์


เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับตัวแบบบุคคล

EOS R เป็นกล้องแบบฟูลเฟรมรุ่นแรกของ Canon ที่มี Eye Detection AF EOS R5 พร้อมระบบ Dual Pixel CMOS AF II รุ่นใหม่สามารถตรวจจับตัวแบบบุคคลในโหมด AF ตรวจจับใบหน้า + ติดตามตัวแบบได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ EOS iTR AF X ซึ่งเป็นอัลกอริธึม AF แบบใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก ทำให้กล้องสามารถตรวจจับศีรษะของบุคคลได้ด้วยในเวลาตัวแบบหันหน้าออกจากกล้อง Eye Detection AF ยังมีความแม่นยำมากขึ้น และมีการติดตามตัวแบบอย่าง “เหนียวแน่นขึ้น”

EOS R5 และ EOS R6 มีระบบ AF เดียวกัน ดูความสามารถในการตรวจจับตัวแบบบุคคลได้ที่นี่
[รีวิวการใช้งาน] EOS R6 ในการถ่ายภาพคอนเสิร์ตการเต้นรำ


Animal Detection AF

EOS R5 ยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่ นั่นคือ Animal Detection AF ที่ตรวจจับดวงตา ใบหน้า และลำตัวของแมว สุนัข หรือแม้แต่นก ซึ่งทำให้ AF มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในการถ่ายตัวแบบและฉากหลากหลายยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
ภาพพอร์ตเทรตสุนัข 3 ประเภทที่ถ่ายได้ด้วย Animal Detection AF
นกโผบิน: การตั้งค่ากล้องเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการถ่ายภาพ

 

6. IS ในตัวกล้อง

เพิ่มความเป็นไปได้ในการถ่ายภาพโดยไม่ใช้ขาตั้ง

EOS R5 มาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้อง (IS ในตัวกล้อง) แบบ Sensor-shift ซึ่งตรวจจับระดับความเบลอที่เกิดจากการสั่นของกล้องโดยใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์ภาพ เซนเซอร์ไจโร และเซนเซอร์ตรวจจับความเร่งในกล้อง จากนั้นขยับเซนเซอร์ภาพตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกนในทิศทางแกนนอน แกนตั้ง แกนหมุน แกนหัน และแกนยก โดยสามารถแก้ไขปัญหากล้องสั่นไหวเทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 8 สต็อปร่วมกับเลนส์ที่เข้ากันได้

ระบบนี้ไม่เพียงป้องกันภาพสั่นไหวแม้กระทั่งในเวลาที่ใช้เลนส์ RF หรือ EF โดยไม่มีระบบ IS ในเลนส์ (แบบออพติคอล) เท่านั้น แต่ยังทำงานร่วมกับระบบ IS แบบออพติคอลของเลนส์ที่เข้ากันได้เพื่อการทำงานของ IS แบบประสานการควบคุม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภาพสั่นไหว

 

EOS R: IS แบบออพติคอล ที่ 2 วินาที

EOS R5: IS ในตัวกล้อง + IS แบบออพติคอล ที่ 2 วินาที

ตัวอย่างด้านบนเป็นภาพโคลสอัพจากภาพที่ถ่ายด้วย RF24-105mm f/4L IS USM ซึ่งสามารถป้องกันภาพสั่นไหวภายในเลนส์ได้สูงสุดเทียบเท่า 5 สต็อป และรองรับได้สูงสุดเทียบเท่า 8 สต็อปเมื่อใช้ร่วมกับ IS ในตัวกล้องของ EOS R5 IS แบบออพติคอลเพียงอย่างเดียวดูจะไม่เพียงพอสำหรับการเปิดรับแสง 2 วินาทีโดยไม่ใช้ขาตั้ง แต่เมื่อใช้ร่วมกับ IS ในตัวกล้องแล้ว เอฟเฟ็กต์ป้องกันภาพสั่นไหวจะมีประสิทธิภาพสูงมากจนทำให้แทบมองไม่เห็นการสั่นของกล้อง

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฉาก 3 ประเภทที่ใช้ประโยชน์จาก IS ในตัวกล้องได้เต็มที่

 

7. ส่วนควบคุมและอินเทอร์เฟซ

รวมสิ่งที่ดีที่สุดจาก EOS R และ DSLRs ระดับสูงไว้ด้วยกัน


ด้านหน้า

A: ปุ่มเช็คระยะชัดลึก
B: ช่องต่อรีโมทคอนโทรล

เมื่อมองแวบแรก EOS R และ EOS R5 ดูคล้ายกันจากด้านหน้า อย่างไรก็ตาม EOS R5 มาพร้อมกับคุณสมบัติเพิ่มเติมอีก 2 อย่างซึ่งแสดงให้เห็นถึงการออกแบบเพื่อผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ นั่นคือ ปุ่มเช็คระยะชัดลึก (A) และช่องต่อรีโมทคอนโทรล (B) ซึ่งผู้ใช้กล้อง DSLR จะคุ้นชินเป็นอย่างดี

ข้อควรรู้: สามารถกำหนดฟังก์ชั่นแบบกำหนดเองให้กับปุ่มเช็คระยะชัดลึกได้


ด้านหลัง

C: แถบมัลติฟังก์ชั่น (EOS R)
D: ปุ่ม Multi-controller (EOS R5)
E: ปุ่ม 4 ทิศทาง (EOS R)
F: วงแหวน Quick Control (EOS R5)

EOS R5 มีคุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการควบคุมแม้แต่เวลาจับภาพชั่วเสี้ยววินาที แถบมัลติฟังก์ชั่น (C) ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะที่สำคัญของ EOS R ถูกแทนที่ด้วยปุ่ม Multi-controller (D) ที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นบน EOS R5 และเพิ่มความสะดวกในการเลือกจุด AF ปุ่ม 4 ทิศทาง (E) ของ EOS R ถูกแทนที่ด้วยวงแหวน Quick Control (F) เพื่อให้เปลี่ยนการตั้งค่าได้เร็วขึ้น


เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติอื่นๆ ที่มีในกล้อง EOS R5 แต่ไม่มีใน EOS R ได้ที่:
HDR PQ HEIF: ก้าวข้ามขีดจำกัดของภาพแบบ JPEG
การปรับแสงในภาพพอร์ตเทรต: ตัวช่วยจัดแสงภายในกล้องของคุณ

หากคุณกำลังคิดจะซื้อกล้อง EOS R6 ด้วย บทความนี้อาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
EOS R5 หรือ EOS R6: 5 ข้อแตกต่างสำคัญที่ควรทราบ

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!

เกี่ยวกับผู้เขียน

Digital Camera Magazine

นิตยสารรายเดือนที่เชื่อว่าความสุขของการถ่ายภาพจะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ถ่ายภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้องมากยิ่งขึ้น นิตยสารเล่มนี้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมถึงคุณสมบัติของกล้องและนำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย
จัดพิมพ์โดย Impress Corporation

Kazuo Nakahara

เกิดที่เมืองฮอกไกโดในปี 1982 Nakahara ผันเข้าสู่วงการถ่ายภาพหลังจากทำงานในบริษัทผลิตสารเคมี เขาถ่ายภาพที่ Vantan Design Institute เป็นหลักและเป็นผู้บรรยายในเวิร์คช็อปและสัมมนาด้านการถ่ายภาพ นอกเหนือจากการทำงานถ่ายภาพโฆษณา เขายังเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินงานเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลด้านการถ่ายภาพอย่าง studio9 อีกด้วย

http://photo-studio9.com/

แบ่งปันภาพถ่ายของคุณใน My Canon Story แล้วร่วมลุ้นโอกาสเผยแพร่ผลงานบนโซเชียลมีเดียของเรา