Scheduled Maintenance: Some services on SNAPSHOT may not be available on 28 July 2019 from 1am to 4am. We apologise for any inconvenience caused.
Close
ผลิตภัณฑ์ >> All Products In Focus: RF Lens- Part 3

เลนส์ RF600mm และ 800mm รุ่นใหม่ของ Canon: เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่คุณเป็นเจ้าของได้

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2020 Canon ได้เปิดตัวเลนส์เดี่ยวซูเปอร์เทเลโฟโต้รุ่นใหม่สำหรับเมาท์ RF สองรุ่น ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา และราคาที่เป็นมิตรจนเหลือเชื่อ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM จึงเป็นเลนส์ที่จะมอบความสุขในการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ให้กับผู้คนได้มากกว่าที่เคย มาดูรายละเอียดคุณสมบัติของเลนส์เหล่านี้กัน

 

ถ่ายภาพโคลสอัพให้สวยงามได้ง่ายดายขึ้น

จนถึงปัจจุบัน เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้แทบจะไม่ทำให้คุณนึกถึงคำว่า "กะทัดรัด" "น้ำหนักเบา" และ "ราคาไม่แพง" แต่สิ่งนี้จะเปลี่ยนไปด้วยเลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM เนื่องจากได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การถ่ายภาพซูเปอร์เทเลโฟโต้เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้รักการถ่ายภาพ เลนส์เหล่านี้จึงได้รับการออกแบบมาให้เป็นเลนส์รุ่นใหม่ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนกป่า สัตว์ป่า เครื่องบิน และการแข่งขันกีฬา!

ภาพซูเปอร์เทเลโฟโต้ของนักกรีฑา เครื่องบิน และลิง

ที่ระยะ 600 มม. หรือ 800 มม. คุณจะสามารถจับภาพแคนดิดแบบโคลสอัพของสีหน้าสัตว์ป่าที่กำลังระมัดระวังตัว อารมณ์ดุดันบนใบหน้าของนักกีฬาเมื่อถึงจุดสูงสุดของการแข่งขัน หรือแม้แต่เครื่องบินที่กำลังบินสูงขึ้นไปในท้องฟ้า

 

ปัจจัยสำคัญ 3 ข้อที่นำไปสู่ดีไซน์ราคาไม่แพง กะทัดรัด และมีน้ำหนักเบา

"ราคาไม่แพง" "น้ำหนักเบา" และ "กะทัดรัด" มักจะเป็นคำสุดท้ายที่เราใช้ในการบรรยายเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ แต่ Canon สามารถสร้างเลนส์เหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร และไม่ใช่แค่เพียงหนึ่งรุ่น แต่มีถึงสอง

มีคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญสองข้อซึ่งเป็นรากฐานของเลนส์รุ่นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมเหล่านี้
- คุณลักษณะของเมาท์ RF: เส้นผ่านศูนย์กลางเมาท์ขนาดใหญ่และระยะห่างจากท้ายเลนส์ถึงเซนเซอร์ที่สั้น ช่วยรักษาคุณภาพของภาพให้อยู่ในระดับสูง
- ดีไซน์ของท่อเลนส์แบบหดกลับได้ (รวมกลไกการล็อค): ผู้ใช้จะยืดท่อเลนส์ออกมาเพื่อถ่ายภาพ และหดกลับเข้าไปเพื่อจัดเก็บ


จากพื้นฐานเหล่านี้ นักพัฒนาเลนส์ของ Canon ได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติสามข้อในการออกแบบเลนส์ให้มีขนาดเล็กและเบาลงได้ ผลจากความทุ่มเทคือเลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ที่มีน้ำหนักเบากว่าเลนส์ในเวอร์ชัน EF ในปัจจุบันถึง 70% และยังสั้นและเล็กกว่ามากแม้จะยืดออกมาจนสุดแล้ว


ความแตกต่างด้านขนาดและน้ำหนักของเลนส์ RF800mm และ RF600mm f/11 IS STM เทียบกับ EF800mm และ EF600mm


ความแตกต่างด้านขนาดและน้ำหนักของเลนส์ RF800mm และ RF600mm f/11 IS STM เทียบกับ EF800mm และ EF600mm

 

จุดสำคัญที่ 1: รูรับแสงคงที่ที่ f/11

ค่า f/11 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ดีเยี่ยมในฉากหลากหลายแบบ
และยังทำให้เลนส์สะดวกต่อการพกพา คุณจะใช้เลนส์นี้บ่อยกว่าที่คิด!

รูรับแสงกว้างสุดที่ f/11 อาจฟังดูแคบ แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งรูรับแสงกว้างสุดกว้างขึ้นเท่าใด เลนส์ก็จะมีขนาดใหญ่และหนักขึ้นเท่านั้น

สำหรับกล้อง DSLR เลนส์ f/11 จะทำให้ภาพใน OVF มืดและมองเห็นได้ยาก แต่หากเป็น EVF ที่มีในกล้องระบบ EOS R แสงในช่องมองภาพจะทำให้คุณมองเห็นฉากที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างสว่างชัดเจนแม้ใช้ค่า f/11 และการจำลองระดับแสงยังช่วยให้คุณปรับค่าการเปิดรับแสงเพื่อให้ได้ระดับแสงที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วย

ภาพโคลสอัพของภาพใน EVF


หากรูรับแสงที่กว้างสุดแคบกว่า คุณจะพบว่าตนเองต้องถ่ายภาพโดยใช้ค่าความไวแสง ISO สูงบ่อยขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการลดจุดรบกวนอันยอดเยี่ยมของระบบ EOS R จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจุดรบกวนในภาพที่เกิดจากค่าความไวแสง ISO สูงนั้นแทบจะไม่ปรากฏให้เห็น

แม้คุณจะไม่สามารถปรับการตั้งค่ารูรับแสงเพื่อเปลี่ยนระยะชัด แต่ในการใช้งานจริง ค่า f/11 ถือว่าเพียงพอสำหรับฉากหลากหลายแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้คู่กับคุณสมบัติการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยอันยอดเยี่ยมของกล้อง EOS R ความจริงแล้ว รูรับแสงคงที่ที่ f/11 นั้นมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เนื่องจากการที่ไม่มีกลไกการปรับรูรับแสงจะทำให้คุณได้ใช้เลนส์ที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดเล็กกว่าซึ่งสามารถพกพาติดตัวไปได้ง่ายดายกว่า

ภาพโคลสอัพของกระรอกที่ 800 มม. พร้อมโบเก้ในแบ็คกราวด์ที่สวยงาม

EOS R/ RF800mm f/11 IS STM/ FL: 800 มม./ Aperture-priority AE (f/11, 1/125 วินาที)/ ISO 1600/ WB: แสงแดด

ค่า f/11 ไม่เพียงแต่ทำให้คุณถ่ายรายละเอียดของตัวแบบได้อย่างคมชัดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในการสร้างแบ็คกราวด์เบลอที่นุ่มนวลและสวยงามได้ด้วย

* เนื่องจากค่ารูรับแสงจะอยู่คงที่ที่ f/11 เมื่อถ่ายภาพในโหมด Av, Tv, P และ Fv กล้องจะไม่สามารถปรับค่า f เพื่อชดเชยการตั้งค่าการเปิดรับแสงอื่นๆ ได้ ให้ใช้โหมด ISO อัตโนมัติเพื่อให้ได้ระดับแสงที่เหมาะสมโดยการปรับค่าความไวแสง ISO

 

จุดสำคัญที่ 2: (ยังคง) สามารถโฟกัสอัตโนมัติได้ที่ f/11

ใช่แล้ว คุณยังคงสามารถใช้การโฟกัสอัตโนมัติที่ว่องไวและแม่นยำได้อยู่

เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้มักมีระยะชัดตื้นโดยธรรมชาติ ซึ่งทำให้คุณได้โบเก้ที่สวยงามแม้ใช้ค่า f/11 แต่ก็ยังทำให้คุณพอใจกับตัวช่วยในการโฟกัสอัตโนมัติ (AF) ที่คุณจะได้ใช้ด้วย!

ภาพกระรอกแสดงพื้นที่ AF 40% x 60%

เมื่อใช้เลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM จะสามารถใช้ Phase Detection AF ได้ครอบคลุม 40% × 60% (แนวนอน × แนวตั้ง) ของพื้นที่ภาพ ซึ่งเป็นผลจากระบบ Dual Pixel CMOS AF ของกล้องในระบบ EOS R ด้วย ซึ่งสามารถจับโฟกัสได้แม้ที่ f/11 จึงไม่ใช่การกล่าวเกินจริงเลยหากจะพูดว่า Canon ประสบความสำเร็จในการออกแบบเลนส์ f/11 ที่มีความสามารถอันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

กลไก AF ของเลนส์ถูกขับเคลื่อนโดย STM แบบลีดสกรูซึ่งช่วยให้จับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำระหว่างการถ่ายภาพนิ่ง รวมทั้งให้การติดตามโฟกัสที่ราบรื่นและไม่สะดุดในระหว่างการถ่ายวิดีโอ

 

จุดสำคัญที่ 3: ชิ้นเลนส์ DO คุณสมบัติหลากหลายเปี่ยมประสิทธิภาพ

ปรับปรุงการออกแบบออพติคด้วยชิ้นเลนส์หนึ่งชิ้นที่สามารถทำหน้าที่แทนชิ้นเลนส์ได้ถึงสามชิ้น

เลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ใช้ชิ้นเลนส์ DO (ฉบับภาษาอังกฤษ) สองชั้นแบบไร้ช่องว่างซึ่งทำจากวัสดุชนิดใหม่ DO หมายถึง “ออพติคแบบกระจายแสง” (Diffractive Optics) และมีคุณสมบัติทางออพติคเช่นเดียวกับชิ้นเลนส์แก้ความคลาดทรงกลม รวมถึงความสามารถในการแก้ไขความคลาดสีที่เหนือกว่าเลนส์ฟลูออไรต์และเลนส์ UD

เนื่องจากเลนส์ DO เพียงชิ้นเดียวสามารถให้เอฟเฟ็กต์ในการแก้ไขเท่าเลนส์หลายชิ้น จึงช่วยลดจำนวนชิ้นเลนส์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อให้ได้ภาพคุณภาพสูง ทำให้คุณถ่ายภาพคุณภาพสูงที่คมชัดและมีความเปรียบต่างที่สวยงามได้ในดีไซน์ที่มีน้ำหนักเบากว่า

นกตัวจิ๋วบนต้นไม้ที่ระยะ 600 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM/ FL: 600 มม./ Aperture-priority AE (f/11, 1/400 วินาที)/ ISO 1600/ WB: แสงแดด

 

ถ่ายภาพคมชัดในฝันของคุณด้วยมือโดยใช้เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้

เล็กกว่า เบากว่า ป้องกันภาพสั่นไหว และคุณสมบัติอื่นๆ เพื่อความพร้อมสำหรับฉากหลากหลายแบบ!

การถ่ายภาพด้วยมือโดยใช้เลนส์ RF600mm f/11 IS STM

เมื่อถ่ายภาพด้วยเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ การขยับกล้องหรือเลนส์เพียงนิดเดียวก็อาจทำให้เกิดภาพเบลอจากการสั่นของกล้องที่เห็นได้ชัดในภาพ ซึ่งทำให้การถ่ายภาพโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม นอกจากจะมีโครงสร้างที่เล็กและเบากว่าซึ่งทำให้ถ่ายภาพด้วยมือได้ง่ายขึ้นแล้ว เลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ยังมาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอลอันทรงพลัง (IS แบบออพติคอล) ที่ช่วยในการถ่ายภาพด้วยมือ คุณจึงสามารถถ่ายภาพได้ในฉากที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น


เอฟเฟ็กต์การป้องกันภาพสั่นไหว
เลนส์ RF600mm f/11 IS STM: เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5 สต็อป
เลนส์ RF800mm f/11 IS STM: เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 4 สต็อป

เลนส์ RF800mm f/11 IS STM (ปิด IS)
ภาพโคลสอัพของกระรอกที่ 800 มม. พร้อมโบเก้ในแบ็คกราวด์ที่สวยงาม

เลนส์ RF800mm f/11 IS STM (เปิด IS)
ภาพโคลสอัพของกระรอกที่ 800 มม. พร้อมโบเก้ในแบ็คกราวด์ที่สวยงาม

เลนส์สองรุ่นนี้เข้าคู่กับกล้องในระบบ EOS R ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อทั้งเลนส์และกล้องของคุณต่างก็มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด คุณจะถือได้อย่างสะดวกสบายขึ้นมาก แล้วคุณจะได้พบกับการถ่ายภาพที่มีความสุขและไม่เหนื่อยล้าแม้ใช้เวลานาน ซึ่งคุณมีโอกาสลั่นชัตเตอร์ได้มากอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: เราจะกำหนดสต็อปของระบบป้องกันภาพสั่นไหวได้อย่างไร

 

คุณสมบัติมากมายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของคุณ

ประสิทธิภาพที่คุ้มค่าที่จะทำให้คุณหลงรักการใช้เลนส์นี้มากยิ่งขึ้น

วงแหวนควบคุม ซึ่งได้กลายมาเป็นคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์ RF มีสีเงิน และสามารถกำหนดให้เป็นตัวควบคุมการชดเชยแสง ค่าความไวแสง ISO หรือความเร็วชัตเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

แม้เลนส์จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ก็อาจยังคงมีปัญหาเรื่องความสมดุลเมื่อตั้งกล้องลงบนขาตั้งกล้อง เมาท์สำหรับขาตั้งกล้องภายในตัวทำจากโลหะเพื่อความมั่นคงเป็นพิเศษจะช่วยให้คุณติดตั้งขาตั้งกล้องเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงที่มากยิ่งขึ้น

แผงสวิตช์ เมื่อมองจากด้านบน
- สวิตช์จำกัดโฟกัส
ช่วง AF: 12 ม.-∞ (RF600mm f/11 IS STM)
ช่วง AF: 20 ม.-∞ (RF800mm f/11 IS STM)
- สวิตช์ AF/MF
- สวิตช์เปิด/ปิด IS

A: วงแหวนควบคุม
B: เมาท์สำหรับขาตั้งกล้อง
C: วงแหวนล็อค

 

เข้าใกล้ได้มากขึ้นด้วยท่อต่อเลนส์ RF รุ่นใหม่

RF Extender 1.4x, RF Extender 2x

ทั้งเลนส์ RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM สามารถใช้ได้กับท่อต่อเลนส์รุ่นใหม่ของ Canon นั่นคือ Extender RF 1.4x และ Extender RF 2x

และสามารถใช้งานทั้ง AF และ IS ได้ไม่ว่าจะติดตั้งท่อต่อเลนส์รุ่นใด

ทางยาวโฟกัสและรูรับแสงกว้างสุด

เลนส์ Extender RF 1.4x Extender RF 2x
RF600mm f/11 IS STM 840 มม. f/16 1200 มม. f/22
RF800mm f/11 IS STM 1120 มม. f/16 1600 มม. f/22


รถไฟความเร็วสูงถ่ายที่ระยะ 1200 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM + Extender RF 2x/ FL:1200 มม./ Manual exposure (f/22, 1/250 วินาที)/ ISO 800/ WB: แสงแดด

 

RF600mm f/11 IS STM


โครงสร้างเลนส์ RF600mm f/11 IS STM

A: เลนส์ DO

 

ข้อมูลจำเพาะ
โครงสร้างเลนส์: 10 ชิ้นเลนส์ใน 7 กลุ่ม
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 4.5 ม.
กำลังขยายสูงสุด: 0.14 เท่า
เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์: 82 มม.
ขนาด: φ93 x 269.5 มม. (ขณะถ่ายภาพ)/199.5 มม. (เมื่อหดเก็บ)
น้ำหนัก: 930 ก. โดยประมาณ

เลนส์ RF600mm บนกล้อง EOS R


เลนส์ฮูด: ET-88B (ขายแยกต่างหาก)

 

RF800mm f/11 IS STM


โครงสร้างเลนส์ RF800mm

A: เลนส์ DO

 

ข้อมูลจำเพาะ
โครงสร้างเลนส์: 11 ชิ้นเลนส์ใน 8 กลุ่ม
ระยะโฟกัสใกล้สุด: 6.0 ม.
กำลังขยายสูงสุด: 0.14 เท่า
เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์: 95 มม.
ขนาด: φ93 x 351.8 มม. (ขณะถ่ายภาพ)/281.8 มม. (เมื่อหดเก็บ)
น้ำหนัก: 1,260 ก. โดยประมาณ

เลนส์ RF800mm บนกล้อง EOS R


เลนส์ฮูด: ET-101 (มีจำหน่ายแยกต่างหาก)

 

ภาพตัวอย่าง

ภาพโคลสอัพของคลื่นที่ระยะ 600 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM/ FL: 600 มม./ Aperture-priority AE (f/11, 1/800 วินาที)/ ISO 1000/ WB: แสงแดด


พระจันทร์ที่ระยะ 1600 มม.

EOS R/ RF800mm f/11 IS STM + Extender RF 2x/ FL:1600 มม./ Manual exposure (f/22, 1/10 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด


ภาพโคลสอัพของลิงที่ระยะ 600 มม.

EOS R/ RF600mm f/11 IS STM / FL: 600 มม./ Manual exposure (f/11, 1/160 วินาที)/ ISO 1600/ WB: แสงแดด

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเลนส์ RF ได้ที่:
จุดโฟกัส: เลนส์ RF

 


รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT

ลงทะเบียนตอนนี้!